"ถ้าคุณตัดสินใจเซ็นสัญญาฉบับนี้ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ เหมือนที่เคยทำในอดีต... เราก็ไม่ต่างอะไรกับแมงเม่าที่บินเข้ากองไฟด้วยความมั่นใจผิดๆ หรอกครับคุณธันวา"
เสียงของกวินดังก้องในห้องประชุมที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ลินดาที่นั่งอยู่ข้างกายเขานิ่งเงียบ เธอสังเกตเห็นนิ้วมือของกวินที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กราคาแพงนั้นไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย มันคือความนิ่งสงบที่น่าสะพรึงกลัว ในขณะที่ฝั่งตรงข้าม ธันวา ทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งผยองกำลังขบกรามจนเห็นสันกรามเด่นชัด
"แกกำลังสอนฉันงั้นรึ กวิน?" ธันวาแค่นยิ้ม ดวงตาที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมจับจ้องไปที่เอกสารการเข้าซื้อกิจการบริษัทเทคโนโลยีในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่กวินเพิ่งยื่นให้ "นี่มันโอกาสทองชัดๆ หุ้นกลุ่มนี้กำลังพุ่งทะยาน ถ้าไม่รีบช้อนตอนนี้ อีกไม่กี่เดือนเราจะเสียโอกาสครั้งใหญ่ไป"
กวินหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาควงเล่นเบาๆ เขารู้ดีว่าสิ่งที่ธันวากำลังจะทำ คือความผิดพลาดครั้งมหันต์ที่จะนำไปสู่การล้มละลายของกลุ่มทุนในอีกสองปีข้างหน้า ในชาติที่แล้ว เขาคือคนที่มีส่วนร่วมในการผลักดันดีลนี้ จนสุดท้ายต้องกลายเป็นแพะรับบาปและถูกธันวาทอดทิ้งให้จมกองหนี้สินเพียงลำพัง
"โอกาสทอง? หรือกับดักที่ปูด้วยพรมแดงครับ?" กวินเลื่อนกราฟดัชนีชี้วัดความผันผวนของตลาดโลกในช่วงทศวรรษก่อนไปวางตรงหน้าธันวา "มองให้ดีสิครับคุณธันวา ในปีที่เศรษฐกิจเริ่มสั่นคลอน สภาพคล่องคือพระเจ้า ไม่ใช่สินทรัพย์ที่กอดไว้แล้วรอวันเสื่อมค่า การเข้าซื้อในเวลานี้เท่ากับคุณกำลังเทหมดหน้าตักให้กับธุรกิจที่กำลังจะกลายเป็นขยะในพอร์ตการลงทุน"
ลินดาขยับตัวเล็กน้อย เธอเริ่มเปิดประเด็นทางเทคนิคเพื่อสนับสนุนกวินอย่างแนบเนียน "ดัชนีหนี้สินต่อทุนของบริษัทที่คุณเล็งไว้นั้นเกินขีดจำกัดที่ปลอดภัยมานานแล้วค่ะคุณธันวา การที่คุณจะเอาเงินสดในมือไปละลายกับบริษัทที่ไม่มีกระแสเงินสดหมุนเวียน... ดิฉันในฐานะนักวิเคราะห์ มองว่ามันคือการตัดสินใจที่ไร้เหตุผลที่สุดในรอบปี"
ธันวาปัดเอกสารบนโต๊ะทิ้งด้วยความฉุนเฉียว เสียงกระดาษร่วงหล่นดังสนั่นห้อง แต่กวินยังคงนั่งตัวตรง สงบนิ่งเหมือนภูเขาที่รอรับพายุ เขาจำเหตุการณ์นี้ได้แม่นยำ วันนี้คือจุดเปลี่ยนที่เขาเคยเสียทุกอย่าง แต่ในวันนี้ เขาคือผู้ควบคุมหมากกระดานนี้ไว้ทั้งหมด
"นายอยากจะทำอะไรกันแน่ กวิน? ขวางทางฉันทุกวิถีทาง เพื่อที่จะแอบไปทำอะไรลับหลังงั้นรึ?" ธันวาโน้มตัวมาข้างหน้า กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและไอความกรุ่นโกรธแผ่ออกมาจากตัวเขา
กวินสบตากับศัตรูคู่อาฆาตด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำ เขาไม่ได้โกรธแค้น ไม่มีความรู้สึกใดๆ หลงเหลืออยู่ นอกจากความสมเพช "ผมไม่ได้ขวางทางคุณครับ ผมแค่กำลังเตือนในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าบอกคุณ เพราะทุกคนหวังเพียงแค่ส่วนแบ่งจากความล้มเหลวของคุณ... แต่ผมไม่เหมือนพวกเขา"
เขาเว้นจังหวะหนึ่ง พลางเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นลูกน้องคุณ และผมก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นเพื่อนกับคุณ ผมมาที่นี่เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า กวินที่คุณเคยดูถูกในวันนั้น คือคนเดียวที่จะเป็นผู้ทำลายอาณาจักรของคุณในวันนี้"
ห้องทั้งห้องเหมือนถูกสูบอากาศออกไปจนหมดสิ้น ลินดารู้สึกถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นจนเกือบจะแตะจุดเดือด เธอรู้ดีว่ากวินก้าวข้ามผ่านเส้นขนานของการเจรจาธุรกิจเข้าสู่การประกาศสงครามอย่างเต็มรูปแบบแล้ว
"หึ! ปีกกล้าขาแข็งนักนะ" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือล้วงกระเป๋ากางเกงพร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว "งั้นเรามาคอยดูกัน กวิน ว่าคนฉลาดแบบนาย จะมีปัญญาเอาตัวรอดได้นานแค่ไหน เมื่อฉันเริ่มขยับ 'หมาก' ตัวที่เหลือในมือ"
ธันวาเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่หนักอึ้ง กวินหลับตาลงครู่หนึ่ง ภาพอดีตที่เขาเคยถูกธันวาใส่ร้ายคดีฉ้อโกงซ้อนทับกับความจริงที่เขากำลังเผชิญอยู่ ความอดทนตลอดสามปีที่ผ่านมาเพื่อวางแผนล้มกระดานนี้กำลังจะสัมฤทธิ์ผล
ลินดาเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของกวินเบาๆ "คุณทำเกินไปหรือเปล่าคะ? เขาไม่มีทางยอมจบง่ายๆ แน่"
กวินลืมตาขึ้น แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหว แต่กลับฉายชัดถึงความมุ่งมั่น "ลินดา... คนที่ลืมบทเรียนจากอดีต มักจะถูกอดีตซ้ำเติมเสมอ แต่คนที่รู้อนาคตและจดจำความเจ็บปวดได้ขึ้นใจ... จะเป็นคนเขียนจุดจบของมันเอง"
เขาลุกขึ้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความเพียงสั้นๆ ไปยังปลายทางที่เขาซุ่มเตรียมการไว้นานนับปี ทันใดนั้น หน้าจอแท็บเล็ตของลินดาก็แจ้งเตือนข่าวใหญ่ที่เพิ่งถูกปล่อยออกมา เป็นรายงานลับเรื่องการทุจริตภายในกลุ่มทุนของธันวาที่เพิ่งถูกเปิดโปงโดยสื่อกระแสหลักเมื่อวินาทีที่ผ่านมา
ขณะที่ทั้งคู่กำลังมองตัวเลขหุ้นของบริษัทธันวาดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็ว เสียงโทรศัพท์ของกวินก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกที่ไม่แสดงชื่อ แต่เขารู้ดีว่าเป็นใคร... เมื่อเขากดรับ เสียงปลายสายที่คุ้นเคยในความทรงจำอันเลวร้ายก็เอ่ยขึ้นด้วยความสั่นเครือ
"กวิน... ช่วยฉันด้วย ฉันรู้ว่านายเป็นคนทำ แต่ตอนนี้มีแค่คนเดียวที่ช่วยฉันได้... คือนายคนเดียวเท่านั้น"
เป็นเสียงของ 'แพรวา' อดีตคนรักที่หักหลังเขาในชาติที่แล้ว ซึ่งควรจะอยู่ต่างประเทศไปนานแล้ว แต่กลับโทรมาหาเขาในเวลาที่ทุกอย่างกำลังพังพินาศที่สุด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความผิดพลาดและชัยชนะไปกับผมในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ!
ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก•ตอนที่ 36
บทเรียนจากอดีต
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!