"เทขายทิ้งให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่หุ้นเดียว!"
เสียงคำรามของธันวาดังลั่นผ่านโทรศัพท์มือถือเครื่องหรู มือของเขาสั่นระริกด้วยความโกรธแค้น ขณะที่สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอกราฟสีแดงฉานบนจอโปรเจกเตอร์ยักษ์กลางห้องวอร์รูม "วันนี้เราจะฝังมันทั้งเป็น ทั้งไอ้กวิน และบริษัทเฮงซวยของมัน!"
ในอีกฟากหนึ่งของเมือง กวินนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวโปรด เขาสวมแว่นตากรอบเงินที่สะท้อนแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์สิบสองจอที่วางเรียงรายราวกับป้อมปราการ ลินดาเดินเข้ามาใกล้ มือของเธอถือแท็บเล็ตที่แสดงสถานะการเคลื่อนไหวของเม็ดเงินมหาศาลจากกองทุนลึกลับที่พุ่งเป้ามายังหุ้นบริษัทของกวินอย่างบ้าคลั่ง
"กวิน... แรงขายฝั่งนั้นผิดปกติมากครับ" ลินดากล่าว เสียงของเธอแม้จะนิ่ง แต่แฝงไปด้วยความกังวล "พวกเขาไม่ได้แค่ต้องการทำกำไร แต่กำลังพยายาม 'ทุบ' จนราคาหลุดแนวรับสุดท้ายที่ 12.50 บาท หากหลุดจุดนี้ไป กราฟจะเกิดภาวะ Panic Sell ทันที ระบบเทรดอัตโนมัติของรายย่อยจะแห่กันเทขายจนเราคุมไม่อยู่"
กวินไม่ตอบในทันที เขายกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบ รสขมของมันเข้ากับสถานการณ์ที่บีบคั้นได้เป็นอย่างดี เขาวางแก้วลงช้าๆ ก่อนจะพิมพ์คำสั่งชุดหนึ่งลงบนคีย์บอร์ดด้วยจังหวะที่มั่นคง
"ปล่อยให้เขาทำไปครับลินดา" กวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"คุณว่ายังไงนะ?" ลินดาชะงัก "ถ้าเราไม่เข้าแทรกแซง ตอนนี้มูลค่าหุ้นของเราจะหายไปกว่าสามพันล้านในไม่กี่นาทีนะครับ!"
"นั่นคือสิ่งที่เขาอยากให้เราทำ" กวินหันเก้าอี้กลับมาสบตากับลินดา ดวงตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี "ธันวาคิดว่าผมจะใช้เงินสำรองทั้งหมดที่มีเข้าพยุงราคาหุ้น เพื่อรักษาหน้าตาของบริษัท... เขาเตรียมกับดักสภาพคล่องไว้ที่ระดับ 12.00 บาท เพื่อดึงเงินก้อนสุดท้ายของผมให้จมลงไปในหล่มที่เขาขุดไว้"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศกดดันจนเหมือนอากาศหายใจจะเบาบางลง ลินดามองใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอเชื่อมั่นที่สุด เธอเห็นเพียงความใจเย็นที่น่ากลัว กวินไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับดูเหมือนคนที่กำลังมองดูหมากรุกที่ผลลัพธ์ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ออกเดินหมากตัวแรกแล้ว
"ลินดาครับ" กวินลุกขึ้นยืนพลางจัดปกเสื้อเชิ้ตให้เรียบกริบ "ช่วยประกาศออกไปในช่องทางหลักของเรา ว่าเรากำลังจะมีการเปิดตัวโปรเจกต์ลับที่จับมือกับพันธมิตรข้ามชาติในช่วงปิดตลาดเย็นนี้ และขอให้ทีมงานเตรียม 'กับดัก' ของเราให้พร้อม... ถึงเวลาที่หมาป่าจะเริ่มหิวโหยจนกลืนกินตัวเองแล้ว"
"หมายความว่าคุณจะใช้ข่าวลวงล่อให้เขาทุ่มเงินเพิ่มเหรอครับ?" ลินดาเริ่มเข้าใจแผนการ
"ไม่ใช่ข่าวลวงครับ แต่มันคือการ 'ต้อนเข้ามุม'" กวินยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่น แต่มีความเป็นนักล่าที่เด็ดขาด "ธันวาชอบเล่นเกมทุบหุ้น เขาก็ต้องรับผลของเกมนั้นไป... เมื่อเขาทุ่มเงินจนสุดตัวเพื่อทุบราคาให้ถึงจุดต่ำสุด เขาจะเสียความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ทันที และนั่นคือเวลาที่เราจะทำสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิด"
เสียงเครื่องพิมพ์ดีดและเสียงแจ้งเตือนจากระบบเทรดดังระงม ตลาดทุนกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง กราฟหุ้นของกวินดิ่งลงเหมือนเหว แต่ในความมืดมิดของตัวเลขสีแดง กวินกลับเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ ทุกๆ บาทที่หายไป คือค่าธรรมเนียมที่ธันวาจะต้องจ่ายคืนให้เขาเป็นพันเท่าในอนาคต
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงช่วงนาทีสุดท้ายก่อนปิดตลาด ราคาหุ้นร่วงลงมาถึง 12.05 บาทตามคาด ธันวาในห้องวอร์รูมหัวเราะร่า เขาเพิ่งสั่งทุ่มเงินก้อนสุดท้ายปิดดีลนี้ แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ
วอลุ่มการซื้อขายในฝั่งขาขึ้นเริ่มทะลักเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ ไม่ใช่การซื้อพยุงราคา แต่เป็นการกว้านซื้อหุ้นที่ถูกเทขายออกมาในราคาที่ต่ำที่สุด!
"ใคร? ใครซื้อหุ้นพวกนี้คืนไป!" ธันวาตวาดลั่น "ตรวจสอบบัญชีผู้ซื้อเดี๋ยวนี้!"
"ท่านครับ..." เสียงของลูกน้องสั่นเครือ "มันไม่ได้มาจากบัญชีเดียว แต่มันมาจากกองทุนย่อยหลายร้อยแห่งที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก... เรา... เรากำลังถูก 'ช้อนซื้อ' คืนครับ!"
กวินยืนมองหน้าจอนิ่งๆ เขาไม่ได้ใช้เงินตัวเองเข้าซื้อ แต่เขาใช้กระแสเงินจากกลไกของตลาดที่เขาวางแผนไว้ล่วงหน้า ทั้งข่าวลือ ทั้งจิตวิทยา และการคำนวณรอบของตลาด ทำให้รายย่อยและนักลงทุนสถาบันที่ตื่นตระหนกเริ่มเปลี่ยนฝั่งทันทีที่เห็นข่าวดีในช่วงนาทีสุดท้าย
ทันใดนั้น หน้าจอก็เปลี่ยนสีจากแดงฉานกลายเป็นเขียวขจีในพริบตา ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นจาก 12.05 บาท ทะลุผ่านแนวต้านเดิมไปอยู่ที่ 15.00 บาทภายในเวลาไม่ถึงสามสิบวินาที!
"ลากให้สุดครับลินดา" กวินออกคำสั่งสั้นๆ "ให้เขาได้เห็นว่าการ 'ขาดทุนย่อยยับ' ในวันเดียวมันรู้สึกอย่างไร"
ในขณะที่ธันวากำลังหน้าซีดเผือดกับตัวเลขความเสียหายที่หน้าจอ ประตูห้องทำงานของกวินก็เปิดออกโดยไม่ได้เคาะ... ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้ม ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ
"คุณกวินครับ ผมต้องขออภัยที่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณ" ชายคนนั้นกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา "แต่ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของหุ้นในวันนี้ จะมีหลักฐานบางอย่างเชื่อมโยงถึง 'การปั่นหุ้น' ที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง และชื่อของคุณ... คือหนึ่งในรายชื่อที่ถูกตรวจสอบ"
กวินหันกลับมาสบตาผู้มาเยือน สายตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนก แต่กลับซ่อนความนัยบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เขาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะแล้วเลื่อนไปให้ผู้มาเยือน
"ผมยินดีให้ความร่วมมือครับ" กวินพูดพลางยิ้มบางๆ "แต่ก่อนที่ท่านจะตรวจสอบผม ผมว่าท่านควรตรวจสอบเอกสารชุดนี้เสียก่อน... มันเป็นหลักฐานการโอนเงินและบันทึกการสนทนาของใครบางคนที่น่าจะสนใจท่านมากกว่าผมเยอะ"
เอกสารนั้นคือหลักฐานที่ธันวาพยายามทำลายทิ้งในชาติก่อน และกวินกู้มันกลับมาได้จากเซิร์ฟเวอร์สำรองที่ไม่มีใครเคยเข้าถึง
ชายในชุดสูทเปิดเอกสารดูเพียงไม่กี่วินาที มือของเขาก็หยุดชะงัก สีหน้าเปลี่ยนจากเรียบเฉยกลายเป็นความตื่นตระหนกที่พยายามเก็บอาการ
"นี่คุณ..."
"ผมไม่ได้แค่ย้อนเวลากลับมาเพื่อร่ำรวยครับท่าน" กวินตัดบท เสียงของเขาหนักแน่นและทรงพลัง "ผมกลับมาเพื่อปิดบัญชีแค้นที่ยังไม่จบลง... และดูเหมือนว่าตอนนี้ ถึงตาของธันวาที่จะต้องเป็นคนวิ่งหนีบ้างแล้ว"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ระทึกใจไปกับผมในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก•ตอนที่ 37
ตลาดทุนที่สั่นคลอน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!