หน้าจอสมาร์ทโฟนยังคงสว่างวาบ ทิ้งข้อความอันเยือกเย็นสะท้อนเข้ากับม่านตาของผม *'ตลาดหุ้นไม่ใช่ความจริงที่เธอเห็น แต่มันคือคุกที่เธอสร้างไว้ขังตัวเอง ยินดีต้อนรับสู่ระดับที่แท้จริงของเกมนี้... หลานชาย'*
คำว่า "หลานชาย" หนักหน่วงราภูเขาไฟที่กดทับลงกลางอก ในชาติก่อน ผมรู้จักแค่ธันวา ทายาทรุ่นหลานของตระกูลอภิมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากำแพงวอลล์สตรีทและตลาดหุ้นไทย แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่า เบื้องหลังเงาอันมืดมิดของธันวานั้น มีสายเลือดสายตรงของตระกูลเก่าแก่ผู้ชักใยเศรษฐกิจระดับมหภาคอยู่
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สองครั้งดึงผมกลับสู่โลกความเป็นจริง ลินดาก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว สีหน้าของเธอเรียบสนิท แต่แววตาซ่อนความกังวลไว้ไม่มิด เธอยื่นแท็บเล็ตแสดงกราฟดัชนีฟิวเจอร์สที่กำลังร่วงดิ่งอย่างผิดปกติลงบนโต๊ะทำงาน
"กวิน... มีความเคลื่อนไหวแปลกปลอมในตลาดตราสารอนุพันธ์" ลินดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งแต่จริงจัง "บัญชีนิติบุคคลไม่ทราบฝ่าย กำลังกว้านซื้อชอร์ตเซล (Short Sell) หุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารขนาดใหญ่ในมือเรา ปริมาณมหาศาลระดับหมื่นล้าน... นี่ไม่ใช่การเก็งกำไรปกติ แต่มันคือการทุบตลาดเพื่อกดดันสภาพคล่อง"
ผมเลิกคิ้วเล็กน้อย เลื่อนเก้าอี้ถอยหลังพลางพิงพนัก มองหน้าจอคอมพิวเตอร์หลายจอที่สลับซับซ้อนด้วยตัวเลขสีแดงฉาน ทุกอย่างกำลังสอดคล้องกับข้อความปริศนานั้น ธันวาไม่ได้สู้ด้วยเงินของตัวเองเพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว เขากำลังใช้ "อำนาจมืด" ของตระกูลใหญ่เพื่อบีบให้ผมคายหุ้นทุกตัวที่ถือครองอยู่
"พวกเขาคิดจะใช้สงครามทุนสำรองบีบให้เราบังคับขาย (Force Sell) สินทรัพย์สินเชื่อซ้ำซ้อนในสัปดาห์นี้สินะครับ" ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบจนลินดาถึงกับขมวดคิ้ว
"ใช่ค่ะ... เอ้ย... ครับ" ลินดาเผลออุทานแก้คำพูดตัวเองอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของผม เธอมักจะเผลอใช้สรรพนามตามความคุ้นชิน แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องเล็กน้อย "ถ้าเราไม่เติมเงินเข้าบัญชีมาร์จิ้นภายในสิบสองชั่วโมงข้างหน้า พอร์ตหลักของเราจะถูกระบบ liquidated โดยอัตโนมัติ และพวกมันก็จะฮุบหุ้นทั้งหมดที่เราสะสมมาตลอดสามปีไปในราคาเศษกระดาษ"
ห้องทำงานกว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องเซิร์ฟเวอร์เทรดหุ้นที่ส่งเสียงหึ่งเบาๆ เป็นระยะ
ในมุมหนึ่งของห้อง ธันวากำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้โดยที่ผมไม่ได้เชิญให้เขาเข้ามาตั้งแต่แรก เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนใบหน้าคมคาย สมกับที่เป็นผู้ชายผู้มีทุกอย่างในกำมือ
"นายช้าไปกวิน" ธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ เขาวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น "นายคิดว่าตัวเองคือนักพยากรณ์ผู้ย้อนเวลากลับมาแก้แค้นงั้นเหรอ? นายคิดว่าความรู้เรื่องหุ้นในอนาคตจะช่วยให้นายชนะตระกูลที่สร้างระบบตลาดนี้ขึ้นมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าได้หรือไง? โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกราฟเทคนิค แต่มันขับเคลื่อนด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น"
ผมหันไปมองหน้าธันวา ดวงตาของผมหรี่ลงเล็กน้อย ไม่มีความตื่นตระหนก หรือความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกซึ้ง
"นายมั่นใจเกินไปธันวา การที่นายต้องดึง 'ผู้มีพระคุณ' เบื้องหลังคนนั้นออกมาช่วย แสดงว่าเงินของนายและตระกูลมันเริ่มร่อยหรอลงไปทุกทีแล้วสินะครับ" ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของตัวเอง ช้าๆ และมั่นคง "นายคิดว่าการทุบหุ้นกลุ่มพลังงานจะทำให้ฉันล้มละลาย แต่ณวินานี้ นายกลับลืมมองไปว่า... ฉันรอวันนี้นานแค่ไหนแล้ว"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากระตุกวูบ แต่วินาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของธันวาก็แผדเสียงดังขึ้นพร้อมกันหลายเครื่อง
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
ธันวาขมวดคิ้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา ข้อมูลบนหน้าจอของเขาแสดงให้เห็นว่า กองทุนสำรองระหว่างประเทศและกลุ่มทุนต่างชาติที่เขาคาดหวังว่าจะเข้ามาช่วยพยุงตลาด กลับเทขายหุ้นบลูชิพทิ้งอย่างไร้เยื่อใย แถมยังมีคำสั่งซื้อขนาดมหึมาเข้าช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงลงมาในราคาต่ำเตี้ยเรี่ยดินจากบัญชีที่ไม่ปรากฏชื่อ ซึ่งถูกตั้งค่าผ่านระบบบล็อกเชนเข้ารหัสลับ
"เป็นไปไม่ได้..." ธันวาพึมพำเสียงสั่น เขาลุกพรวดขึ้นจากโซฟา "นายเอาเงินมาจากไหน? สภาพคล่องระดับนี้... มันไม่ใช่แค่เงินส่วนตัวของนายแน่ๆ!"
ผมยิ้มรับความตื่นตระหนกนั้น ชายหนุ่มผู้กุมอนาคตอย่างผม ย่อมรู้ดีว่าจุดอ่อนของกลุ่มทุนมืดตระกูลใหญ่อยู่ที่ตรงไหน ในชาติก่อน พวกเขาใช้ช่องโหว่ของกฎหมายภาษีตราสารหนี้ในการฟอกเงิน และในชาตินี้ ผมได้ส่งหลักฐานทั้งหมดให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงองค์กรการเงินระหว่างประเทศไปเรียบร้อยแล้วเมื่อสามชั่วโมงก่อน
"ตลาดหุ้นไม่ใช่คุกที่ฉันสร้างไว้ขังตัวเองหรอกครับธันวา..." ผมก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ "แต่มันคือสุสาน... ที่ฉันขุดไว้รอกลุ่มทุนชั่วช้าอย่างพวกนายต่างหาก"
ธันวากัดฟันกรอด กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธแค้นแผดเผาในแววตาของเขา "แก... แกคิดว่าจะชนะฉันได้จริงๆ งั้นเหรอ? ปู่ของฉันไม่มีวันปล่อยแกไว้แน่!"
ก่อนที่ธันวาจะได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น ประตูห้องทำงานก็เปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชราในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ร่างกายของเขาดูแก่ชราแต่แววตากลับคมกริบดั่งเหยี่ยว ผู้ติดตามด้านหลังคือบอดี้การ์ดสวมแว่นดำอีกสี่คน
นั่นคือ "ท่านประธานอาวุโส" ผู้อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารทางเศรษฐกิจและเป็นเจ้าของข้อความ "หลานชาย" ที่ส่งมาหาผมเมื่อครู่
ท่านประธานอาวุโสปราบตามองผมด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่น่าเกรงขาม "ไม่เลวเลยนี่... เด็กน้อย แกทำให้ฉันแปลกใจได้จริงๆ สมกับที่เป็นหลานนอกกฎหมายที่พ่อของแกพยายามซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครรู้"
สิ้นคำพูดนั้น ลินดาที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ผมยังคงยืนนิ่งสงบราวกับคาดการณ์เรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว
[ตอนจบแบบ CLIFFHANGER HOOK]
คำพูดของชายชราเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางห้องทำงานส่วนตัว ความลับที่ผมพยายามปกปิดมาตลอดชาติถูกเปิดเผยออกอย่างง่ายดาย พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งที่ท่านประธานอาวุโสโยนลงบนโต๊ะ มันคือใบสูติบัตรและพินัยกรรมลับที่ระบุชื่อของผมเป็นทายาทผู้มีสิทธิ์ขาดในหุ้น 51% ของตระกูลใหญ่... และในวินาทีที่ผมก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น ประตูลิฟต์ด้านนอกห้องก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่คุ้นเคยเกินทนเดินตรงเข้ามา
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ามหาสงครามการเงินครั้งนี้ไปกับผมนะครับ
ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก•ตอนที่ 42
มหาสงครามครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าทศวรรษ: พลิกวิกฤตเศรษฐกิจสู่อภิมหาเศรษฐีโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!