กลิ่นอายความอับชื้นของคราบน้ำตาในอดีตไม่เคยจางหายไปจากห้องทำงานของลีโอ ไพศาลกุล มันยังคงอบอวลอยู่ทุกอณูของอากาศราวกับเงาตามตัว
ประธานหนุ่มผู้เคยถือสิทธิ์ครอบครองทุกสิ่งในกำมือ ทว่ากลับสูญเสียสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดไปอย่างไร้ทางเรียกคืน นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท ดวงตาคมกราบกรานทอดมองกรอบรูปว่างเปล่า—กรอบรูปที่ครั้งหนึ่งเคยมีภาพของรัญธิดา ภรรยาผู้ถูกเขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแหลกสลาย แต่ตอนนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและความเงียบงันที่คอยกัดกินหัวใจเขาในทุกค่ำคืน
ความสำนึกผิดไม่ใช่สิ่งที่เยียวยาได้ด้วยกาลเวลา สำหรับลีโอ มันคือยาพิษที่เขาต้องดื่มกินมันเข้าไปทุกวัน เพื่อชดใช้ให้กับความเย็นชาโง่เขลาในอดีตของตนเอง
ในขณะเดียวกัน ที่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองอันหรูหราและจอแจ ความวุ่นวายเล็กๆ กำลังก่อตัวขึ้นโดยที่ไม่มีใครคาดคิด
"คุณแม่บอกว่าห้ามเดินไปไหนไกล... แต่ว่า เจ้าหุ่นยนต์ตัวนั้นมันเท่เป็นบ้าเลยนี่นา"
เสียงพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มของเด็กชายวัยสามขวบ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นตะลึง แก้มป่องสีชมพูระเรื่อด้วยความตื่นเต้น ด.ช.ธาม ไพศาลกุล กำลังยืนจ้องมองหุ่นยนต์บังคับรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้อกระจกใสของร้านของเล่นชื่อดัง ความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็กวัยซนทำให้เรียวขาเล็กๆ ก้าวตามแรงดึงดูดของโลกใบจิ๋ว โดยหลงลืมคำเตือนเฉียบขาดของมารดาที่เพิ่งเอ่ยไว้ก่อนจะหันไปเลือกดูผ้าไหมอีกมุมหนึ่งของห้างเสียสนิท
เพียงไม่กี่ก้าวที่คลาดสายตา โลกอันกว้างใหญ่ของห้างสรรพสินค้าหรูหราก็กลายเป็นเขาวงกตขนาดยักษ์สำหรับเด็กชายตัวน้อย
ฝูงชนที่เดินขวักไขว่บังทัศนียภาพจนมิด ความตื่นเต้นเมื่อครู่พลันมลายหายวับ ถูกแทนที่ด้วยความเคว้งคว้างและหวาดกลัว กลิ่นอายของความอ้างว้างแผ่ซ่านเข้ามาในอกเล็กๆ ริมฝีปากที่เคยแย้มยิ้มเริ่มเบะออก ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ความไร้เดียงสาทำให้เขาไม่กล้าส่งเสียงร้องไห้ออกมาดังๆ ทำได้เพียงกัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทาของร่างกาย
ในวินาทีที่ความตื่นตระหนกกำลังจะเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้น ร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษสีเข้มก็เดินผ่านมาพอดี ลีโอ ไพศาลกุล ที่เพิ่งปลีกตัวจากการประชุมธุรกิจเครียดขมุกขมัว ก้าวขาเข้ามาในโซนของเล่นอย่างไร้จุดหมายเพื่อระบายความอึดอัดในอก
สายตาคมกริบกวาดมองไปเบื้องหน้าอย่างไร้ความสนใจ จนกระทั่งหางตาเหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่งกำลังยืนก้มหน้าสะ่าวดอกไม้บิดเบี้ยวอยู่ริมเสาหินอ่อน
ฝีเท้าของประธานหนุ่มชะงักกุนกึด หัวใจที่เคยด้านชาและเต้นเป็นจังหวะเรียบเฉยมาตลอดหลายปี กลับกระตุกวาบอย่างรุนแรงอย่างไร้สาเหตุ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างพุ่งทะยานขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจในวันที่ไร้พายุ
ลีโอย่อตัวลงช้าๆ สายตาคมปลาบจ้องมองเด็กชายตัวน้อยที่กำลังซับน้ำตาด้วยหลังมือเล็กๆ ภาพสะท้อนของเด็กคนนั้นทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด ใบหน้าด้านข้าง แก้มป่อง และโดยเฉพาะแพขนตายาวงอนที่ล้อมรอบดวงตากลมโตคู่นั้น... มันช่างถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กราวกับหลุดออกมาจากกระจกเงาบานเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน
"หนู... หลงทางเหรอครับตัวเล็ก"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่มักจะใช้สั่งการด้วยความเฉียบขาด บัดนี้กลับสั่นพร่าและอ่อนโยนอย่างประหลาดเมื่อเอ่ยกับเด็กแปลกหน้า
เด็กชายสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตากลมโตคู่นั้นมองสำรวจชายแปลกหน้าผู้มีใบหน้าคมคายราวกับเทพบุตร แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่เด็กวัยสามขวบยากจะเข้าใจ ลีโอรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะเมื่อได้สบตากับดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่คุ้นเคยเหลือเกิน ดวงตาที่ทำให้เขานึกถึงความเจ็บปวดและการสูญเสียที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ
"ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจจะเดินหลงครับ คุณลุง" เสียงใสแจ๋วเอמהตอบตะกุกตะกัก พร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆ ที่มีความพยศเจืออยู่จางๆ อย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มนั้น... รอยยิ้มที่เหมือนกับใครบางคนที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดสามปีเต็ม
ลีโอรู้สึกราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจในอกเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก สัญชาตญาณบางอย่างกรีดร้องเตือนเขาว่า เด็กชายตัวน้อยตรงหน้าไม่ใช่แค่เด็กหลงทางธรรมดา แต่มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่—ความลับที่อาจเปลี่ยนชะตาชีวิตของเขาไปตลอดกาล
ในจังหวะเดียวกันนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเรียกอันร้อนรนก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท
"ธาม! ลูกอยู่ไหนคะ ธาม!"
เสียงหวานคุ้นหูที่สั่นเครือด้วยความตื่นตระหนกแว่วมาจากมุมเสาอีกด้าน รัญธิดาในชุดเดรสยาวสีดำสนิทที่ขับเน้นความสง่างามและความเยือกเย็นในคราวเดียวกัน กำลังวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความกระวนกระวายใจ ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและโทสะที่พยายามควบคุมไว้
ลีโอหันขวับไปตามต้นเสียง ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนช้าๆ ราวกับคนละเมอ สายตาสบเข้ากับร่างบางของอดีตภรรยาที่เขาไม่ได้เจอหน้ามานานแสนนาน รัญธิดาชะงักกุนกึดทันทีที่เห็นว่าลูกชายสุดที่รักกำลังยืนอยู่เคียงข้างใคร—ชายผู้เป็นอดีตสามี ผู้ชายที่เธอสาบานไว้แล้วว่าจะไม่มีวันให้เหยียบย่างเข้ามาในชีวิตของลูกเด็ดขาด
ดวงตากลมโตของรัญธิดาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนหวาดระแวง เธอพุ่งเข้ามาคว้าตัวเด็กชายไปซ่อนไว้ข้างหลังทันที พร้อมกับจ้องมองหน้าอดีตสามีด้วยแววตาเย็นชาเฉียบขาดราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
"อย่า... แม้แต่จะคิดแตะต้องลูกฉัน ลีโอ ไพศาลกุล"
ลีโอยืนนิ่งสนิท ราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสอง สมองของเขาขาวโพลน คำพูดทุกคำจุกอยู่ที่ลำคอ สายตาคมกวาดสลับระหว่างใบหน้าของอดีตภรรยาผู้เย็นชา กับเด็กชายตัวน้อยที่ซ่อนอยู่ข้างหลังเธอ...
ความจริงที่ถูกปิดตายกำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกในวินาทีนี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 10
เด็กชายผู้ซ่อนเร้น
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!