กลิ่นอายจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ผสมกับความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในแกลเลอรีหรูใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้ประสาทสัมผัสที่ตึงเครียดของลีโอ ไพศาลกุลผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นยังคงจดจ้องอยู่กับภาพร่างดีไซน์คอลเลกชันใหม่บนโต๊ะทำงานกระจกใส แต่สมาธิของเขากลับกระเจิงไปไกล ตั้งแต่วินาทีที่เสียงหัวเราะคิกคักใสกระจ่างของเด็กชายคนหนึ่งดังแว่วมาจากห้องจัดแสดงนิทรรศการด้านนอก
มันไม่ใช่เสียงหัวเราะธรรมดา... แต่มันคือเสียงที่กรีดลึกลงไปในรอยหยักของสมอง สะกิดต่อมความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยงานกองโตและความเย็นชา
"คุณลีโอคะ ทางผู้จัดนิทรรศการแจ้งว่า คุณรัญธิดา... หรือคุณรัญที่ดีไซเนอร์รับเชิญของเรา กำลังจะเดินทางมาถึงห้องรับรองในอีกสิบนาทีค่ะ" เลขานุการสาวเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงน้อมน้อม แต่ลีโอแทบไม่ได้ยินเสียงนั้น
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวออกจากห้องทำงานส่วนตัวอย่างไร้ทิศทาง ราวกับมีแรงแม่เหล็กบางอย่างดึงดูดให้เขาต้องเดินตามเสียงหัวเราะและเสียงเจื้อยแจ้วนั้นไป
ห้องโถงจัดแสดงงานศิลปะกว้างขวางถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวและกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ตามสไตล์นามปากกาและตัวตนของ "กระจกเงาต้องสาป" เจ้าของแบรนด์แฟชั่นลึกลับที่กำลังเป็นที่จับ
แต่สิ่งที่สะดุดตากลับไม่ใช่ผลงานศิลปะชิ้นเอกบนผนัง หากแต่เป็นร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นที่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อจำลองบนจอโปรเจกต์เตอร์อินเตอร์แอคทีฟ
เด็กชายวัยราวสามขวบคนนั้น... หยุดวิ่งเมื่อรู้ตัวว่ามีเงาร่างสูงใหญ่ทอดทับลงมาบังแสงไฟ
ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับแพรวพราว จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะมุมปากหยักโค้งยามที่เด็กน้อยเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย ภาพนั้น... มันเหมือนกับเขากำลังส่องกระจกเงาเมื่อครั้งที่เขายังเป็นเด็กไม่ผิดเพี้ยน
หัวใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด กระตุกวูบอย่างแรง รุนแรงจนเขาต้องยกมือขึ้นทาบอกซ้ายโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาที่ขั้วหัวใจ ราวกับมีเข็มับนเล่มถูกกดลงไปย้ำๆ บนแผลเก่าที่ยังไม่เคยตกสะเก็ด
"คุณอา... ตัวโตจังครับ"
เสียงใสแจ๋วเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่เผยให้เห็นฟันน้ำนมเรียงตัวสวย รอยยิ้มนั้น... มันบีั้นคั้นหัวใจของลีโอให้แหลกละเอียดในชั่วพริบตา ความรู้สึกผูกพันประหลาด สายใยบางเบาที่มองไม่เห็น แต่มันกลับเหนี่ยวรั้งวิญญาณของเขาไว้ ดึงดิ่งให้เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเด็กชาย
ลีโอไม่เคยชอบเด็ก ไม่เคยคิดอยากจะมีทายาท และเคยมองว่าสายสัมพันธ์ทางครอบครัวเป็นเพียงภาระทางธุรกิจ แต่วินาทีนี้... สัญชาตญาณดิบในกายกลับกรีดร้องเตือนภัยว่า เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเองกำลังยืนอยู่ตรงหน้า
"หนู... ชื่ออะไรครับคนเก่ง" ลีโอเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าสั่นเทาอย่างที่เจ้าตัวไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนาที่มักจะใช้เซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาลสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมออกไปหมายจะแตะกลุ่มผมนุ่มฟูนั้น
"น้องธามครับ!" เด็กชายตอบอย่างฉะฉาน ไม่มีความหวาดกลัวต่อใบหน้าดุและแววตานิ่งงันของมหาเศรษฐีหนุ่มเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ธามกลับเอื้อมมือเล็กๆ ป้อมๆ ของตัวเองมาแตะที่ข้อมือแข็งแรงของลีโอราวกับคุ้นเคยกันมานานแสนนาน "คุณอาหน้าตาคุ้นจังเลยครับ เหมือนคุณแม่บอกว่า... เหมือนใครนะ... ธามลืมแล้ว"
คำว่า *'ธาม'* พุ่งชนโสตประสาทของลีโอราวกับสายฟ้าฟาด
*ธาม*... ไพศาลกุล? หรือจะเป็นแค่ชื่อบังเอิญ? แต่หน้าตาที่ถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกันขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ
"ธาม มานี่ลูก อย่าไปรบกวนคุณลีโอนะคะ"
น้ำเสียงหวานนุ่มทุศก์ที่คุ้นเคยจนฝังรากลึกในกระดูกดำ ดังแทรกบรรยากาศขึ้นมา รัญธิดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนความสง่างามและความเยือกเย็นที่ถูกสร้างขึ้นจากรอยแผลเป็นในอดีต ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเด็กชาย ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่ความอ่อนแอและหยาดน้ำตา บัดนี้กลับเรียบนิ่งดุจผิวน้ำในบึงลึกที่สะท้อนเพียงความเย็นชา
ลีโอเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตภรรยาที่เขาเคยทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ รัญธิดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่คอยก้มหน้ายอมรับความเจ็บช้ำอีกต่อไปแล้ว เธอดูลึกลับ ทรงพลัง และน่ากลัว... น่ากลัวว่าเธอจะพรากสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปจากเขาตลอดกาล
"รัญ..." ลีโอเค้นเสียงเรียกชื่อนั้นออกมาได้แค่นั้น มือที่จับข้อมือเล็กของเด็กชายยิ่งกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"กรุณาปล่อยมือจากลูกชายของดิฉันด้วยค่ะ คุณลีโอ" รัญธิดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเฉียบคมบาดลึกยิ่งกว่ามีดโกน เธอก้มลงอุ้มร่างเล็กของน้องธามขึ้นมาแนบอก พร้อมกับใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชและเย้ยหยันมองอดีตสามีที่กำลังคุกเข่าอยู่แทบเท้า
ลีโอยืนขึ้นช้าๆ สายตาคมกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความจริงที่เพิ่งกระจ่างชัดในสมองทำให้เขาแทบคลุ้มคลั่ง เด็กชายคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา... ลูกแท้ๆ ที่เขาตามหามาตลอดสามปี!
"ลูก... ลูกของเราอย่างนั้นเหรอ รัญ เธอซ่อนลูกของเราไว้..." ลีโอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ปะทุขึ้นจนควบคุมไม่อยู่
รัญธิดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามแต่เยือกเย็นเสียจนสันหลังวาบ เธอกระชับอ้อมกอดลูกชายแน่นขึ้น ราวกับจะประกาศิตความเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว
"ลูกของดิฉันค่ะ... ไม่ใช่ของคุณ" รัญธิดากระซิบเสียงเบา แต่ก้องกังวานในความเงียบ "และต่อให้คุณฉลาดแค่ไหน คุณก็ไม่มีวันได้แตะต้องเส้นผมของลูกเรา... เพราะสิทธิ์ในการเลี้ยงดูทั้งหมด อยู่ที่ใบหย่าที่คุณเซ็นทิ้งไว้เมื่อสามปีก่อนอย่างไรล่ะคะ"
พูดจบ รัญธิดาก็หันหลังกลับอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่เปิดโอกาสให้ลีโอได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ เพิ่มเติม ขณะที่น้องธามหันมาโบกมือลาเขาพร้อมรอยยิ้มใสซื่อ "บ๊ายบายครับคุณอาคนโต!"
ลีโอยืนนิ่งสนิท ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ความมืดมิดในใจกัดกินวิทยยาสติของเขาจนแทบคลั่ง ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวตามร่างบางนั้นไป ประตูห้องรับรองฝั่งตรงข้ามก็เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของทนายความส่วนตัวที่ถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่เดินตรงเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ท่านประธานครับ... ผลตรวจ DNA ด่วนที่สุดที่ท่านสั่งให้ผมแอบไปตรวจเส้นผมของเด็กชายธามกับของท่าน... ออกมาแล้วครับ"
มือหนารับซองเอกสารนั้นมาด้วยอาการสั่นเทา ลีโอดึงกระดาษแผ่นสุดท้ายออกมาอ่านด้วยหัวใจที่แทบหยุดเต้น
และตัวเลขความน่าจะเป็นของสายเลือด... ปรากฏเด่นหราอยู่ที่ 99.99%
รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนริมฝีปากของอดีตสามีผู้สำนึกผิด เมื่อเขาก้มลงมองซองเอกสารในมือสลับกับเงาร่างของอดีตภรรยาที่กำลังก้าวขึ้นรถหรูออกไปจากลานจอดรถ
...เกมนี้... ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายแหลกสลายคากระจกเงาบานนี้
***
ฝากกดหัวใจและเพิ่มเข้าชั้นเพื่อติดตามความสะใจในบทต่อไปด้วยนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 11
สายใยเลือดเนื้อ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!