หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 11

สายใยเลือดเนื้อ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ผสมกับความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในแกลเลอรีหรูใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้ประสาทสัมผัสที่ตึงเครียดของลีโอ ไพศาลกุลผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นยังคงจดจ้องอยู่กับภาพร่างดีไซน์คอลเลกชันใหม่บนโต๊ะทำงานกระจกใส แต่สมาธิของเขากลับกระเจิงไปไกล ตั้งแต่วินาทีที่เสียงหัวเราะคิกคักใสกระจ่างของเด็กชายคนหนึ่งดังแว่วมาจากห้องจัดแสดงนิทรรศการด้านนอก มันไม่ใช่เสียงหัวเราะธรรมดา... แต่มันคือเสียงที่กรีดลึกลงไปในรอยหยักของสมอง สะกิดต่อมความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยงานกองโตและความเย็นชา "คุณลีโอคะ ทางผู้จัดนิทรรศการแจ้งว่า คุณรัญธิดา... หรือคุณรัญที่ดีไซเนอร์รับเชิญของเรา กำลังจะเดินทางมาถึงห้องรับรองในอีกสิบนาทีค่ะ" เลขานุการสาวเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงน้อมน้อม แต่ลีโอแทบไม่ได้ยินเสียงนั้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวออกจากห้องทำงานส่วนตัวอย่างไร้ทิศทาง ราวกับมีแรงแม่เหล็กบางอย่างดึงดูดให้เขาต้องเดินตามเสียงหัวเราะและเสียงเจื้อยแจ้วนั้นไป ห้องโถงจัดแสดงงานศิลปะกว้างขวางถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวและกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ตามสไตล์นามปากกาและตัวตนของ "กระจกเงาต้องสาป" เจ้าของแบรนด์แฟชั่นลึกลับที่กำลังเป็นที่จับ แต่สิ่งที่สะดุดตากลับไม่ใช่ผลงานศิลปะชิ้นเอกบนผนัง หากแต่เป็นร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นที่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อจำลองบนจอโปรเจกต์เตอร์อินเตอร์แอคทีฟ เด็กชายวัยราวสามขวบคนนั้น... หยุดวิ่งเมื่อรู้ตัวว่ามีเงาร่างสูงใหญ่ทอดทับลงมาบังแสงไฟ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับแพรวพราว จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะมุมปากหยักโค้งยามที่เด็กน้อยเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย ภาพนั้น... มันเหมือนกับเขากำลังส่องกระจกเงาเมื่อครั้งที่เขายังเป็นเด็กไม่ผิดเพี้ยน หัวใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด กระตุกวูบอย่างแรง รุนแรงจนเขาต้องยกมือขึ้นทาบอกซ้ายโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาที่ขั้วหัวใจ ราวกับมีเข็มับนเล่มถูกกดลงไปย้ำๆ บนแผลเก่าที่ยังไม่เคยตกสะเก็ด "คุณอา... ตัวโตจังครับ" เสียงใสแจ๋วเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่เผยให้เห็นฟันน้ำนมเรียงตัวสวย รอยยิ้มนั้น... มันบีั้นคั้นหัวใจของลีโอให้แหลกละเอียดในชั่วพริบตา ความรู้สึกผูกพันประหลาด สายใยบางเบาที่มองไม่เห็น แต่มันกลับเหนี่ยวรั้งวิญญาณของเขาไว้ ดึงดิ่งให้เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเด็กชาย ลีโอไม่เคยชอบเด็ก ไม่เคยคิดอยากจะมีทายาท และเคยมองว่าสายสัมพันธ์ทางครอบครัวเป็นเพียงภาระทางธุรกิจ แต่วินาทีนี้... สัญชาตญาณดิบในกายกลับกรีดร้องเตือนภัยว่า เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเองกำลังยืนอยู่ตรงหน้า "หนู... ชื่ออะไรครับคนเก่ง" ลีโอเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าสั่นเทาอย่างที่เจ้าตัวไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนาที่มักจะใช้เซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาลสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมออกไปหมายจะแตะกลุ่มผมนุ่มฟูนั้น "น้องธามครับ!" เด็กชายตอบอย่างฉะฉาน ไม่มีความหวาดกลัวต่อใบหน้าดุและแววตานิ่งงันของมหาเศรษฐีหนุ่มเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ธามกลับเอื้อมมือเล็กๆ ป้อมๆ ของตัวเองมาแตะที่ข้อมือแข็งแรงของลีโอราวกับคุ้นเคยกันมานานแสนนาน "คุณอาหน้าตาคุ้นจังเลยครับ เหมือนคุณแม่บอกว่า... เหมือนใครนะ... ธามลืมแล้ว" คำว่า *'ธาม'* พุ่งชนโสตประสาทของลีโอราวกับสายฟ้าฟาด *ธาม*... ไพศาลกุล? หรือจะเป็นแค่ชื่อบังเอิญ? แต่หน้าตาที่ถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกันขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ "ธาม มานี่ลูก อย่าไปรบกวนคุณลีโอนะคะ" น้ำเสียงหวานนุ่มทุศก์ที่คุ้นเคยจนฝังรากลึกในกระดูกดำ ดังแทรกบรรยากาศขึ้นมา รัญธิดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนความสง่างามและความเยือกเย็นที่ถูกสร้างขึ้นจากรอยแผลเป็นในอดีต ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเด็กชาย ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่ความอ่อนแอและหยาดน้ำตา บัดนี้กลับเรียบนิ่งดุจผิวน้ำในบึงลึกที่สะท้อนเพียงความเย็นชา ลีโอเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตภรรยาที่เขาเคยทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ รัญธิดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่คอยก้มหน้ายอมรับความเจ็บช้ำอีกต่อไปแล้ว เธอดูลึกลับ ทรงพลัง และน่ากลัว... น่ากลัวว่าเธอจะพรากสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปจากเขาตลอดกาล "รัญ..." ลีโอเค้นเสียงเรียกชื่อนั้นออกมาได้แค่นั้น มือที่จับข้อมือเล็กของเด็กชายยิ่งกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "กรุณาปล่อยมือจากลูกชายของดิฉันด้วยค่ะ คุณลีโอ" รัญธิดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเฉียบคมบาดลึกยิ่งกว่ามีดโกน เธอก้มลงอุ้มร่างเล็กของน้องธามขึ้นมาแนบอก พร้อมกับใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชและเย้ยหยันมองอดีตสามีที่กำลังคุกเข่าอยู่แทบเท้า ลีโอยืนขึ้นช้าๆ สายตาคมกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความจริงที่เพิ่งกระจ่างชัดในสมองทำให้เขาแทบคลุ้มคลั่ง เด็กชายคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา... ลูกแท้ๆ ที่เขาตามหามาตลอดสามปี! "ลูก... ลูกของเราอย่างนั้นเหรอ รัญ เธอซ่อนลูกของเราไว้..." ลีโอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ปะทุขึ้นจนควบคุมไม่อยู่ รัญธิดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามแต่เยือกเย็นเสียจนสันหลังวาบ เธอกระชับอ้อมกอดลูกชายแน่นขึ้น ราวกับจะประกาศิตความเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว "ลูกของดิฉันค่ะ... ไม่ใช่ของคุณ" รัญธิดากระซิบเสียงเบา แต่ก้องกังวานในความเงียบ "และต่อให้คุณฉลาดแค่ไหน คุณก็ไม่มีวันได้แตะต้องเส้นผมของลูกเรา... เพราะสิทธิ์ในการเลี้ยงดูทั้งหมด อยู่ที่ใบหย่าที่คุณเซ็นทิ้งไว้เมื่อสามปีก่อนอย่างไรล่ะคะ" พูดจบ รัญธิดาก็หันหลังกลับอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่เปิดโอกาสให้ลีโอได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ เพิ่มเติม ขณะที่น้องธามหันมาโบกมือลาเขาพร้อมรอยยิ้มใสซื่อ "บ๊ายบายครับคุณอาคนโต!" ลีโอยืนนิ่งสนิท ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ความมืดมิดในใจกัดกินวิทยยาสติของเขาจนแทบคลั่ง ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวตามร่างบางนั้นไป ประตูห้องรับรองฝั่งตรงข้ามก็เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของทนายความส่วนตัวที่ถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่เดินตรงเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ท่านประธานครับ... ผลตรวจ DNA ด่วนที่สุดที่ท่านสั่งให้ผมแอบไปตรวจเส้นผมของเด็กชายธามกับของท่าน... ออกมาแล้วครับ" มือหนารับซองเอกสารนั้นมาด้วยอาการสั่นเทา ลีโอดึงกระดาษแผ่นสุดท้ายออกมาอ่านด้วยหัวใจที่แทบหยุดเต้น และตัวเลขความน่าจะเป็นของสายเลือด... ปรากฏเด่นหราอยู่ที่ 99.99% รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนริมฝีปากของอดีตสามีผู้สำนึกผิด เมื่อเขาก้มลงมองซองเอกสารในมือสลับกับเงาร่างของอดีตภรรยาที่กำลังก้าวขึ้นรถหรูออกไปจากลานจอดรถ ...เกมนี้... ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายแหลกสลายคากระจกเงาบานนี้ *** ฝากกดหัวใจและเพิ่มเข้าชั้นเพื่อติดตามความสะใจในบทต่อไปด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%