มือบางที่สั่นเทาจนแทบประคองโทรศัพท์มือถือไว้ไม่อยู่ ปลายสายคือเสียงร้องไห้สะอื้นจนแทบขาดใจของพี่เลี้ยงวัยกลางคน “คุณรัญคะ! คุณรัญรีบกลับมาที่สวนสาธารณะเถอะค่ะ น้องธาม… น้องธามหายไปจากกองทรายค่ะ!”
โลกทั้งใบคล้ายดิ่งวูบลงสู่ก้นเหวที่มืดมิดในเสี้ยววินาที ความหวาดกลัวระดับสูงสุดกัดกินขั้วหัวใจจนรัญธิดากรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ รองเท้าส้นสูงคู่สวยถูกสลัดทิ้งไว้ข้างทาง ร่างระหงวิ่งตะลุยฝูงชนอย่างไร้ทิศทาง หยาดน้ำตาแห่งความตื่นตระหนกพรั่งพรูอาบสองแก้ม หัวใจดวงน้อยบีบตัวเข้าหากันจนเจ็บแปลบราวกับถูกฉีกกระชาก ถ้าลูกชายวัยสามขวบของเธอดวงใจดวงเดียวในชีวิตนี้ต้องเป็นอะไรไป เธอก็คงไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อได้เช่นกัน
*“น้องธาม! ลูกแม่อยู่ไหน!”*
เสียงตะโกนแหบแห้งขาดห้วง ท่ามกลางความโกลาหลของผู้คนที่เดินขสวนกันไปมา รัญธิดาราวกับคนบ้า กวาดสายตามองหาเรือนร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์สีซีดที่เธอเป็นคนเลือกซื้อให้ด้วยความกระวนกระวาย สติของเธอขาดผึ่งลงตรงนั้น ขาทั้งสองข้างก้าววิ่งไปข้างหน้าโดยไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดจากการถูกเศษหินบาดลึกจนเลือดซึมผ่านถุงน่อง
กระทั่งสายตามาสะดุดเข้ากับกลุ่มคนที่มุงดูอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบ
“คุณแม่ขา… คุณแม่มารับแล้วครับ”
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังแว่วมา รัญธิดาพุ่งตัวแหวกฝูงชนเข้าไปด้วยความเร็วดุจพายุ ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดกลัว และความโล่งอกตีรวนกันจนปั่นป่วนในอก เธอกระชากร่างเล็กของลูกชายเข้าสู่อ้อมอกทันที กอดรัดแน่นเสียจนน้องธามส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ
“น้องธาม! ลูกไปไหนมา แม่ใจหายหมดรู้ไหม! อย่าทำแบบนี้อีกนะ ห้ามไปไหนกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด!” เสียงหวานสั่นเครือระคนดุดันด้วยความตื่นตระหนก มือบางลูบคล้ำสำรวจร่างกายของลูกน้อยด้วยความหวาดระแวงว่าจะมีรอยขีดข่วนตรงไหน
“คุณแม่ครับ… คุณลุงใจดีคนนี้ช่วยธามเก็บลูกบอลที่กลิ้งตกน้ำครับ แล้วก็ซื้อไอศกรีมให้ธามกินด้วย” เด็กชายตัวน้อยชี้มือป้อมไปยังชายแปลกหน้าที่ยืนค้ำหัวอยู่ไม่ไกล
รัญธิดาเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาดุดันและหวาดระแวง เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดพร้อมจะเอาเรื่องใครก็ตามที่กล้าเข้าใกล้ลูกชายของเธอ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธจัด “คุณเป็นใคร! ทำไมถึงกล้าดึงตัวเด็ก…!”
คำพูดทั้งหมดกลืนหายไปในลำคอราวกับมีก้อนสะอื้นมาจุกไว้ ร่างกายของรัญธิดาแข็งทื่อเป็นหิน ลมหายใจสะดุดกึก ภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปชั่วขณะเมื่อดวงตาสบเข้ากับใบหน้าคมคายที่คุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าเงาในกระจก
ดวงตาคมกริบทรงอำนาจ คิ้วหนาเข้มที่ขมวดเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ และสันจاوโด่งเป็นสันคมที่ถอดแบบพิมพ์เขียวออกมาจากเด็กชายในอ้อมกอดของเธอไม่มีผิดเพี้ยน
ลีโอ ไพศาลกุล!
อดีตสามีผู้เย็นชา ไร้หัวใจ และเหยียบย่ำความรู้สึกของเธอจนแหลกสลาย ผู้ชายที่เธอพยายามหนีสุดชีวิตตลอดสามปีเต็ม บัดนี้เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ พร้อมกับสายตาคู่คมที่กวาดมองเด็กชายในอ้อมแขนของเธอก่อนจะนิ่งค้างอยู่ที่ใบหน้าของเธอด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อสายตา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงจอแจรอบตัว แต่วินาทีนั้น… โลกของรัญธิดากลับหยุดหมุนลงอย่างสิ้นเชิง
ดวงตาคมกริบของลีโอหรี่ลงเล็กน้อย เขากวาดสายตามองใบหน้าซีดเผือดของอดีตภรรยาที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนที่สายตาจะเลื่อนกลับมาพิจารณาเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนของเธออีกครั้งอย่างพินิจพิเคราะห์ หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวาบอย่างรุนแรงเมื่อคำนวณอายุและโครงหน้าที่คุ้นตาจนน่ากลัว
“รัญธิดا…” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอמהชื่อเธอออกมาแผ่วเบา ราวกับคนละเมอ แต่แววตาที่จ้องมองเธอกลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความบ้าคลั่งที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง “นี่มัน… เรื่องบ้าอะไรกัน?”
กระจกเงาต้องสาปขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 12
ความโกลาหลของแม่ลูกอ่อน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!