หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 13

สายตาที่จับผิด

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพี ห่างจากสนามเด็กเล่นในร่มไม่กี่เมตร ช่างคล้ายคลึงกับอุณหภูมิหัวใจของลีโอ ไพศาลกุล ในยามนี้เสียเหลือเกิน ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยต้องรอคอยใคร กลับต้องมานั่งนิ่งอยู่หลังบานกระจกใสเงาวับ ทอดสายตาผ่านฟิล์มกรองแสงสีเข้มไปยังร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบที่กำลังง่วนอยู่กับการต่อเลโก้ ดวงตาสีเข้มของลีโอกวาดมองโครงหน้าของเด็กชายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับคนกำลังพยายามแกะรอยปริศนาที่ถูกซ่อนไว้ใต้ผืนผ้าใบหนาทึบ สันจโด่งรั้น โครงกรามคมคายที่แม้จะยังเป็นวัยเด็กแต่มันก็ชัดเจนเสียจนบาดตา และที่สำคัญที่สุด... ดวงตากลมโตคู่นั้น ยามที่เด็กน้อยช้อนขึ้นมองหาใครสักคน มันช่างถอดแบบมาจากเงาสะท้อนในกระจกเงาของเขาไม่มีผิดเพี้ยน ความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก เป็นความอึดอัดระคนหวาดระแวงที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนตลอดสามปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่รัญธิดาหอบเอาทะเบียนสมหย่าและรอยยิ้มเยียบเย็นหายลับไปจากชีวิตของเขา "คุณลีโอคะ เอกสารสรุปยอดการลงทุนของโปรเจกต์ใหม่พร้อมให้ท่านตรวจสอบแล้วค่ะ" เลขานุค าวยืนก้มศีรษะรายงานด้วยน้ำเสียงนอบน้อมพร้อมกับยื่นแฟ้มสีดำมาตรงหน้า ทว่า ลีโอไม่ได้ยินเสียงนั้นเลย สมาธิทั้งหมดของเขาถูกตรึงไว้กับร่างเล็กๆ ที่ส่งเสียงหัวเราะคิกคักกับหญิงสาวในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมเรียบหรู รัญธิดา... อดีตภรรยาผู้เคยนั่งเงียบเชียบเป็นอากาศธาตุในคฤหาสน์ไพศาลกุล บัดนี้เธอยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายดูโปร่งบางลง ทว่าแผ่นหลังกลับตั้งตรงอย่างมั่นคง ท่วงท่าการก้มลงใช้ปลายนิ้วเรียวสวยเกลี่ยปอยผมที่รกรุกรังออกจากหน้าผากของเด็กชายคนนั้น เต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยได้รับมันมานานนับปี และไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าผู้หญิงจืดชืดคนนั้นจะมีมุมนี้ซ่อนอยู่ ภาพอดีตแวบเข้ามาในหัว ราวกับภาพยนตร์ฟิล์มเก่าที่ฉายซ้ำ รัญธิดาในชุดสีเทาหมองหม่น รัญธิดาที่นั่งรอเขาอยู่บนโซฟาตัวยาวจนเลยเที่ยงคืน รัญธิดาที่เอ่ยปากขอหย่าด้วยดวงตาที่แห้งผากไร้หยาดน้ำตา... ในตอนนั้น เขามองความเจ็บปวดของเธอเป็นเพียงแค่เกมเรียกร้องความสนใจ เป็นความน่ารำคาญที่เขายินดีจะปัดทิ้งด้วยเศษเงินก้อนโตและกระดาษแผ่นเดียว แต่ตอนนี้ เศษกระดาษแผ่นนั้นกำลังย้อนกลับมาทุบตีหัวใจเขาจนแหลกละเอียด "รัญ..." พึมพำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงเมื่อสมองเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว อายุของเด็กชายคนนั้น... สามขวบพอดิบพอดี เป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวพอดิบพอดีกับคืนสุดท้ายก่อนที่เธอจะยื่นคำขาดขอหย่าและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หัวใจของประธานหนุ่มกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกผสมความโกรธขื่นระคนกัน ลูกชาย... เด็กคนนั้นคือสายเลือดของเขาอย่างนั้นหรือ? รัญธิดากล้าดียังไงถึงซ่อนทายาทตระกูลไพศาลกุลไว้จากอกพ่อของเขาได้นานถึงสามปีเต็ม! ทันใดนั้น เสียงเตือนความทรงจำเกี่ยวกับความเย็นชาของตนเองก็ย้อนกลับมาตบหน้าฉาดใหญ่ เขาเคยบอกเธอว่าอย่างไรนะ? *“ถ้าเธออยากไปนัก ก็ไสหัวไปซะ และจำไว้ว่าอย่าได้แม้แต่จะคิดกลับมาเหยียบที่นี่อีก”* คำพูดที่พ่นออกมาด้วยความคะนองปากในวันนั้น กลายเป็นกรงขังที่ย้อนกลับมากักขังตัวเขาเองในวันนี้อย่างสมบูรณ์แบบ รัญธิดาหันมาเห็นสายตาที่จ้องเขม็งมาจากห้องรับรองวีไอพีเข้าพอดี รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอดับวูบลงทันที ราวกับเทียนไขที่ถูกลมกรรโชกพัดจนมอดดับ ความอ่อนโยนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาไร้เยื่อใย เธอไม่แม้แต่จะแสดงอาการตกใจ เธอกลับเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตาเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นกลับมาให้เขา เปรียบเสมือนกำแพงกระจกหนาทึบที่สะท้อนความไร้ค่าของเขากลับไปเต็มๆ หญิงสาวโน้มตัวลงกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเด็กชาย ก่อนที่น้องธามจะพยักหน้ารับแล้วสะพายกระเป๋าเป้ลายไดโนเสาร์ใบเล็กขึ้นบ่า ลีโอนั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไป ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาก้าวเท้าพรวดพราดผลุนผลันออกจากห้องรับรอง มุ่งตรงไปยังเป้าหมายด้วยความเร็วที่แม้แต่บอดี้การ์ดข้างกายยังต้องวิ่งตามแทบไม่ทัน "รัญ!" เสียงทุ้มต่ำตวาดลอดไรฟันเมื่อเขาเดินมาดักหน้าสองแม่ลูกไว้ตรงทางออก รัญธิดาหยุดชะงัก เธอยังคงยืนบังร่างของเด็กชายไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเจ็บช้ำในอดีต บัดนี้กลับนิ่งสนิทราวกับบ่อน้ำลึกที่ไม่มีวันหยั่งถึง เธอปรายตามองเขาเพียงเสี้ยววินาที ราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูลที่ไม่อยู่ในสายตา "หลบไปค่ะคุณลีโอ ลูกฉันตกใจหมดแล้ว" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ไร้ซึ่งความยินดียินร้าย เช่นเดียวกับหัวใจที่เคยถูกเขาเหยียบย่ำจนแหลกสลาย "ลูกเหรอ..." ลีโอแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสสีเข้มแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับความโกรธกรุ่นแผ่ซ่านรอบตัว "เธอแน่ใจเหรอว่านี่คือลูกของเธอคนเดียว? หน้าตาถอดแบบฉันมาขนาดนี้ รัญธิดา... เธอคิดจะเล่นเกมตลกอะไรกันแน่!" น้องธามขยับตัวเข้ามาซุกหลังมารดา ดวงตากลมโตสีดำสนิทมองผู้ชายแปลกหน้าตรงด้วยความหวาดระแวงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงใสออกมาประโยคหนึ่ง ที่ทำให้หัวใจของลีโอหยุดเต้นไปชั่วขณะ "คุณน้าหน้าดุจังครับ... แม่ครับ เรากลับบ้านกันเถอะครับ ธามหิวข้าวแล้ว" คำว่า 'คุณน้า' กระแทกเข้ากลางใจของคนเป็นพ่ออย่างจัง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ลีโอหน้าถอดสี มือที่ยกขึ้นทำท่าจะคว้าแขนอดีตภรรยาค้างเติ่งกลางอากาศ เมื่อสายตาดุดันของรัญธิดาตวัดมองมาที่มือของเขา "อย่าแตะต้องตัวฉัน... และจำใส่สมองของคุณเอาไว้ด้วยนะคะคุณลีโอ ว่าเด็กคนนี้เป็น 'ลูกของฉัน' คนเดียวเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ชายใจร้ายอย่างคุณทั้งสิ้น" รัญธิดาเอ่ยทีละคำ ชัดเจน บาดลึก และสะใจจนแทบกรีดร้องออกมา เธอยกยิ้มมุมปากเป็นรอยยิ้มที่เยือกเย็นที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ก่อนจะจูงมือลูกชายเดินเลี่ยงผ่านหน้าเขาไป ราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศที่ไม่มีตัวตน ลีโอยืนนิ่งสนิทอยู่กลางทางเดิน ขาพละกำลังทั้งหมดเหมือนถูกสูบหายไปในพริบตา เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนได้กลิ่นคาวเลือด ความรู้สึกสำนึกผิดและความเจ็บปวดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอกจนหายใจแทบไม่ออก ในวินาทีที่เขากำลังจะหันกลับไปเพื่อตามล่าความจริงให้ถึงที่สุด สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระเป๋าเป้ใบเล็กของเด็กชายที่หล่นอยู่บนพื้น... มันเป็นพวงกุญแจตุ๊กตากระจกเงาบานจิ๋ว ที่เมื่อกระทบกับแสงไฟ กลับสะท้อนภาพใบหน้าบิดเบี้ยวของเขาเองในอดีตออกมาอย่างชัดเจน กระจกเงาบานนั้น... กำลังหัวเราะเยาะความพินาศย่อยยับในชีวิตของเขา กระจกเงาต้องสาปขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%