กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นเคล้ากับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศในแกลเลอรีหรูใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวของรัญธิดารู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทกำลังบรรจงจัดวางโครงร่างงานดีไซน์บนแผ่นกระดาษไขอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรง Cat-eye ซ่อนแววความไหววั่นไว้มิดชิด เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปรสง่าของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกใสบานใหญ่
ลีโอ ไพศาลกุล... ผู้ชายที่เธอเคยยอมคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาในคืนวันที่ฝนตกกระหน่ำเมื่อสามปีก่อน
เขายังคงเหมือนเดิม—ความเย่อหยิ่งที่แผ่ออกมาจากรังสีรอบตัว ความเย็นชาที่พร้อมจะแช่แข็งทุกชีวิตให้แหลกสลาย และดวงตาคู่คมกริบที่มักจะมองทะลุผ่านเธอไปราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ แต่ในยามนี้ มีบางสิ่งในแววคู่นั้นที่เปลี่ยนไป มันคือความระแวงสงสัย ความหมกมุ่น และประกายไฟประหลาดที่รัญธิดาอ่านไม่ออก
"ผลงานชิ้นนี้... มีกลิ่นอายบางอย่างที่ผมคุ้นเคย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างถือวิสาสะ กลิ่นกายหรูหราประจำตัวที่ผสมผสานระหว่างไม้สนและแอมเบอร์ลอยเข้ามาแตะจมูก ปลุกเร้าความทรงจำอันเจ็บปวดที่เธอพยายามฝังกลบมันลงด้วยหยาดน้ำตาและคราบเลือด
รัญธิดานิ่งงัน หัวใจเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุกรอบอก แต่ใบหน้าภายใต้กรอบแว่นกลับเรียบเฉยราวน้ำแข็ง เธอยังคงก้มหน้าจัดกระดาษตรงหน้าโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขา
"คุณไพศาลคงจำคนผิดแล้วค่ะ ฉันเป็นแค่ดีไซเนอร์โนมเนมที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับโลกธุรกิจอันสูงส่งของคุณหรอกค่ะ" สุ้มเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
ลีโอหรี่ตาลงเล็กน้อย ความสนใจในตัวหญิงสาวลึกลับคนนี้ไม่ได้ลดน้อยลงเลยตั้งแต่แรกเห็น ตรงกันข้าม... ยิ่งเธอพยายามตีตัวออกห่างและใช้กำแพงความเย็นชาเข้าใส่ เขากลับยิ่งรู้สึกราวกับว่าเเสงสว่างปลายอุโมงค์ที่เขาตามหามาตลอดสามปีอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ผู้หญิงคนนี้ไม่มีท่าทีหวาดกลัวเขาเหมือนผู้หญิงทั่วไปที่พยายามเข้าหาเพื่อชื่อเสียงหรือเงินทอง และที่สำคัญที่สุด... ท่าทางการจับปากกา การเอียงคอเล็กน้อยยามใช้ความคิด รวมถึงรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมข้อมือข้างซ้ายนั่น มันช่างทับซ้อนกับภาพของใครบางคนที่เขาเคยใจร้ายใส่จนเธอยอมหายสาบสูญไปจากชีวิต
"คนเราอาจจะโกหกด้วยคำพูดได้..." ลีโอก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนรัญธิดาต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าว กลิ่นอายกดดันจากเขาราวกับกรงขังที่บีบรัดลมหายใจ "แต่แววตาและสัญชาตญาณของผมไม่เคยโกหก คุณรัญ... หรือผมควรจะเรียกคุณด้วยชื่ออื่นดีล่ะ?"
รัญธิดาสูดหายใจเข้าลึกระงับความสั่นเทว ในอกข้างซ้ายเจ็บแปลบราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาอ่อนแอ เธอไม่ใช่รัญธิดาคนเดิมที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายรอคอยความรักเศษเนื้อติดกระดูกจากเขาอีกต่อไปแล้ว
"เชิญคุณไพศาลไปหาคำตอบกับตัวเองเถอะค่ะ ว่าคุณกำลังเสียเวลาอยู่กับใคร แต่อย่าลืมว่าเวลาของดิฉันมีค่าเกินกว่าจะมานั่งเล่นเกมทายปัญหาประสาทกับอดีตนักธุรกิจใหญ่ผู้ว่างงานนะคะ" เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาดุดัน เย็นชา และเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่ถูกสะสมไว้เนิ่นนานถูกส่งผ่านเลนส์แว่นออกไปอย่างไม่เกรงกลัว
ลีโอชะงักไปชั่วขณะ คำพูดและท่าทีเย่อหยิ่งแบบนั้น... มันไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปกล้าใช้กับประธานกลุ่มไพศาลกุล แต่มันกลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขากระตุกวูบอย่างรุนแรง ความสนใจในตัวเธอเปลี่ยนเป็นความอยากเอาชนะ ความกระหายที่จะกระชากหน้ากากและสืบสาวราวเรื่องว่าเหตุใดผู้หญิงคนนี้จึงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาได้ถึงเพียงนี้
ก่อนที่ลีโอจะได้กล่าววาจาใดโต้ตอบ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพงของเขาก็แผดเสียงดังขึ้น ขัดจังหวะบรรยากาศอันตึงเครียดระหว่างคนทั้งสอง
ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ ควักเครื่องมือสื่อสารออกมาด้วยความหงุดหงิด ทว่าเพียงแค่กวาดสายตาดูชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ สีหน้าเคร่งขรึมก็เปลี่ยนเป็นความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด—มันคือสายด่วนจาก "คุณแม่บ้าน" ที่ดูแลบ้านพักส่วนตัวริมทะเลสาบ
"ว่าไงป้าทิพย์?" ลีโอกรอกเสียงลงไปโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าเรียบนิ่งของรัญธิดา
*(คุณลีโอคะ! แย่แล้วค่ะ!)* เสียงปลายสายละลานตาด้วยความตื่นตระหนกจนแทบจับใจความไม่ได้ *(คุณหนูธาม... อยู่ๆ แกก็แอบหนีออกไปจากห้องทำงานตอนที่ดิฉันเผลอค่ะ! ตอนนี้บอดี้การ์ดกำลังตามหาทั่วคฤหาสน์ แต่... แต่มีคนตาดีบอกว่าเห็นเด็กผู้ชายหน้าตาเหมือนคุณเปี๊ยบ กำลังวิ่งตามผู้หญิงคนหนึ่งที่ใส่เสื้อโค้ทสีดำยาว... ซึ่งรูปพรรณสัณฐานตรงกับคุณดีไซเนอร์คนนั้นไม่มีผิดเพี้ยนเลยค่ะ!)*
โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น
ลีโอเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง สมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ ข้อมูลในหัวตีรวนกันยุ่งเหยิงจนแทบหายใจไม่ออก เขากวาดสายตากลับมามองรัญธิดาอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจหาคำใดมานิยาม ร่างสูงผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อความจริงอันน่าเหลือเชื่อกระแทกเข้าใส่กลางหน้าอกอย่างจัง
ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาที่นี่โดยบังเอิญ... และเด็กชายวัยสามขวบที่วิ่งตามเธอไป...
รัญธิดายืนนิ่ง ใบหน้าสวยเฉี่ยวยังคงเรียบเฉย แต่ริมฝีปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยือกเย็น สะใจ และทรงพลังที่สุดเท่าที่เธอเคยมีมาในชีวิต
"ยินดีต้อนรับสู่เกมที่คุณไม่ได้เป็นคนเริ่มค่ะ... คุณอดีตสามี"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 8
เกมที่เธอไม่ได้เริ่ม
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!