เสียงแฟลชจากช่างภาพนับสิบชีวิตสาดส่องกระทบกับพื้นผิวหินอ่อนขัดเงาของห้องบอล룸โรงแรมหรูระดับห้าดาวราวกับพายุฝนฟ้าคะนองในคืนไร้เดือน บรรยากาศภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวคอลเลกชันเครื่องประดับอัญมณีระดับไฮเอนด์อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความมั่งคั่ง อำนาจ และความกระหายใคร่รู้ของสื่อมวลชนทุกสำนักที่ต่างจับจ้องไปยังเก้าอี้ประธานบนเวที
แต่สำหรับรัญธิดาแล้ว แสงไฟเหล่านั้นไม่ได้ให้ความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย มันคือแสงสีขาวโพลนที่พร้อมจะแผดเผาอดีตอันเน่าเฟะที่เธอเคยฝังกลบไว้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ร่างระหงในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีดำสนิทตัดเย็บด้วยผ้าไหมอิตาลีชั้นดี ดีไซน์เรียบหรูแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมและดุดัน เรือนผมยาวสลวยถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างไร้ที่ติ เปิดเผยกรอบหน้าเรียวสวยที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ทว่าแววตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เธอยืนสงบนิ่งอยู่หลังฉากกั้นพาร์ทิชันสีทึบ ปลายเรียวเล็บสีนู้ดกำลังจิกเข้าหากันแน่นจนขึ้นรอยขาว เพื่อสะกดกลั้นอัตราการเต้นของหัวใจที่กำลังทรยศความตั้งใจ
สามปีเต็ม… สามปีที่เธอทนกลืนกินหยาดน้ำตาและความอัปยศอดสูในฐานะ "ภรรยาไร้ตัวตน" บนกองเงินกองทองของตระกูลไพศาลกุล สามปีที่เธอต้องอุ้มท้องอันโดดเดี่ยวหนีตายออกมาจากขุมนรก โดยไม่มีแม้แต่คำลาจากผู้ชายใจร้ายคนนั้น
และในวันนี้… ผู้หญิงที่เคยยอมก้มหัวให้เขาตลอดมา ได้ตายสนิทไปจากโลกใบนี้แล้ว เหลือเพียงแค่ "รัญ" ดีไซเนอร์สาวปริศนาผู้กุมชะตากรรมของแบรนด์เครื่องประดับระดับโลกที่กำลังจะเหยียบย่ำความเย่อหยิ่งของเขาให้จมดิน
"คุณรัญคะ อีกห้านาทีถึงคิวขึ้นเวทีค่ะ ทางพีอาร์แจ้งว่าคุณลีโอ ไพศาลกุล ประธานบริหารเครือไพศาลกุลกรุ๊ป ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์รายใหญ่ที่สุดของเราเพิ่งเดินทางมาถึงและกำลังนั่งอยู่ที่แถวหน้าสุดค่ะ" ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์กระซิบด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเล็กน้อย เจือความเกรงกลัวอิทธิพลของชายหนุ่ม
รัญธิดาเพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆ มุมปากบางเฉียบยกยิศยเยาะขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่มีใครทันสังเกต
"ค่ะ ทราบแล้วค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเธอไม่ได้สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย ความกลัวที่เคยกัดกินหัวใจถูกแทนที่ด้วยความเกลียดชังที่ได้รับการบ่มเพาะจนสุกงอม เธอสูดลมหายใจเข้าลึก P เพื่อเรียกสติ ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปเผชิญหน้ากับแสงแฟลชและสายตานับร้อยคู่ที่มองมา
ทันทีที่ก้าวขึ้นสู่เวที สายตาของรัญธิดาก็กวาดผ่านฝูงชนเบื้องล่าง และสะดุดเข้ากับร่างสูงสง่าที่นั่งไขว่ห้างอยู่แถวหน้าสุดโดยอัตโนมัติ
ลีโอ ไพศาลกุล…
เขายังคงดูทรงอำนาจและเย่อหยิ่งไม่เปลี่ยนแปลง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับเทพปั้นแต่งประดับด้วยความเย็นชาไร้ความรู้สึก นัยน์ตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นทรงพลังและกดดันผู้คนได้เสมอ เรือนร่างในชุดสูททักซิโด้ตัดเย็บพิเศษรับกับไหล่กว้างและช่วงขาวยาว ทำให้เขาโดดเด่นสะดุดตาทุกย่างก้าว แม้กาลเวลาจะผ่านไปสามปี แต่ร่องรอยความใจร้ายในแววตาคู่นั้นยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ทันทีที่สายตาของทั้งคู่ประสานกันเข้าโดยบังเอิญ ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วบรรยากาศ
ลีโอที่กำลังนั่งฟังการบรรยายอย่างเบื่อหน่าย ชะงักกึกทันที ร่างหนาเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อใบหน้านั้นปรากฏแก่สายตา หัวใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใด กระตุกวูบอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบที่หน้าอก
ผู้หญิงคนนั้น…
ร่างเพรียวระหงที่ยืนอยู่บนเวทีในชุดสูทสีดำสนิท แม้จะดูสง่างาม แปลกตา และเต็มไปด้วยรัศมีแห่งความเย่อหยิ่งจองหองที่ต่างไปจากอดีตภรรยาผู้แสนอ่อนแอและเจ้าน้ำตาคนเดิมอย่างสิ้นเชิง แต่โครงหน้า ท่าทาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง… นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้น มันคือผู้หญิงคนเดียวกับที่เขาเคยเซ็นใบหย่าให้ด้วยความรำคาญใจ และเป็นคนเดียวกับที่หายสาบสูญไปพร้อมกับสายเลือดของเขาอย่างไร้ร่องรอย!
ลีโอลุกขึ้นยืนพรวดโดยไม่รู้ตัว แรงปะทะทางอารมณ์รุนแรงจนทำให้ผู้บริหารระดับสูงที่นั่งข้างๆ ถึงกับหันมามองด้วยความตกใจ เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นรอบตัวเขา แต่ชายหนุ่มไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไปแล้ว โลกทั้งใบของเขาหยุดหมุนลงตรงวินาทีที่สบเข้ากับนัยน์ตาสีดำที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและเกลียดชังคู่นั้น
รัญธิดาหยุดฝีเท้าลงที่กลางเวที เธอไม่ได้หลบสายตา ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก หรือแม้แต่ความโหยหา เธอมองตรงมาที่เขาด้วยสายตาของ "คนแปลกหน้า" ที่เต็มไปด้วยความดูแคลนและสมเพชเวทนา ราวกับเขามันก็แค่เศษฝุ่นผงไร้ค่าบนพื้นรองเท้า
ความเย่อหยิ่งที่ลีโอเคยภาคภูมิใจนักหนา ถูกสายตาคู่พังทลายลงในพริบตา ความโกรธเกรี้ยว ความหงุดหงิด และความโหยหาที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจตลอดสามปี พุ่งทะยานขึ้นมาแผดเผาขั้วหัวใจของเขาจนแทบคลั่ง ร่างสูงก้าวเท้าพรวดพราดออกจากที่นั่ง มุ่งตรงไปยังเวทีทันทีโดยไม่สนใจพิธีรีตองใดๆ ทั้งสิ้น
รัญธิดายกไมโครโฟนขึ้นจรดริมฝีปาก รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าสวยเฉี่ยว ในขณะที่ลีโอกำลังเดินดุ่มๆ เข้ามาประชิดขอบเวทีด้วยสีหน้าถมึงทึงราวกับหมาป่าหิวกระหายที่พร้อมจะฉีกร่างเธอเป็นชิ้นๆ
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่ก้าว…
"ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเข้าสู่การเปิดตัวคอลเลกชัน ‘Echo of Mirror’ ของดิฉันค่ะ…" น้ำเสียงหวานใสแต่นิ่งสนิทกังวานไปทั่วฮอลล์ ทว่าสายตาของเธอยังคงจดจ้องอยู่ที่ดวงตาวาวโรจน์ของอดีตสามีที่ยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้า "และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า… การกลับมาในครั้งนี้ จะทำให้ใครบางคนได้เรียนรู้ว่า สิ่งที่โยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ไม่มีวันที่จะคว้ากลับคืนมาได้อีก"
ดวงตาของลีโอวาวโรจน์ขึ้นด้วยความเดือดดาล เขาอ้าปากจะเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกด้วยอารมณ์ ทว่าก่อนที่เขาจะได้ก้าวขึ้นมาบนเวทีเพื่อกระชากแขนเธอให้รู้แล้วรู้รอด เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก้าววิ่งดุ๊กๆ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังเวที
"มัมมี่ฮะ! น้องธามหิวขนมแล้ว ทำไมมัมมี่มาอยู่นานจังเลยฮะ?"
ร่างป้อมป้ายในชุดสูทตัวจิ๋ววิ่งดุ๊กๆ เข้ามาหาพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองรัญธิดาด้วยดวงตากลมโตเป็นประกายใสแจ๋ว และใบหน้าจิ้มลิ้มที่ถอดแบบมาจากลีโอ ไพศาลกุลราวกับพิมพ์เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน!
ลีโอชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สายตาคมกริบเลื่อนจากใบหน้าของอดีตภรรยาลงมามองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกอดขาเธออยู่… และลมหายใจของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลก็ขาดห้วงไปในทันที
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 7
การปะทะกันครั้งแรก
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!