หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 16

ความจริงที่เริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กระดาษแผ่นเล็กๆ ในมือของลีโอ ไพศาลกุล กำลังสั่นเทา—ไม่ใช่เพราะความหนาวเหนเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัว แต่เป็นเพราะตัวอักษรพิมพ์ดีดไม่กี่บรรทัดตรงหน้า กำลังกรีดแทงลงมากลางใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนในโลกใบนี้ เปอร์เซ็นต์ความเข้ากันของดีเอ็นเอ... ตัวเลขเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ มันตอกย้ำความจริงที่ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท จนคล้ายกับเสียงระฆังมรณะที่ดังสะท้อนซ้ำๆ ในหัวสมองที่ว่างเปล่า รัญธิดาไม่ได้โกหก... และเขา—ลีโอ ไพศาลกุล—คือไอ้โง่คนเดียวในโลกที่ปฏิเสธสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองมาตลอดสามปีเต็ม ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้เบิกกว้างอย่างไร้การควบคุม สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามขมับทั้งที่อุณหภูมิห้องถูกตั้งไว้ค่อนข้างต่ำ ภาพรอยยิ้มของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบ ผู้มีดวงตากลมโตและริมฝีปากหยักลึกถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจก วิ่งวนกลับเข้ามาในห้วงคำนึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่เขาผลักไส ทุกคำพูดที่เคยเหยียดหยาม ทุกหยาดน้ำตาที่รัญธิดาเคยหลั่งรินให้ในอดีต—มันย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่จนชาหนีบไปหมดทั้งร่าง "คุณลีโอคะ เอกสารสรุปยอดโครงการไตรมาสนี้..." เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของเลขาฯ สาวคนสนิท แต่ลีโอไม่ได้ยินมันเลยสักนิด เขารีบพับกระดาษแผ่นนั้นยัดใส่กระเป๋าเสื้อสูทด้วยมือที่สั่นเทาอย่างลนลาน ราวกับเด็กทำความผิดที่กลัวใครจะมาพบความลับอันดำมืด "ออกไปก่อน..." เสียงของเขาแหบพร่าและต่ำลึกจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจ "คะ? สีหน้าของคุณลีโอไม่ค่อยดีเลย..." "ฉันบอกให้ออกไป!" ลีโอตวาดลั่นจนเลขาฯ สะดุ้งโหย่งและรีบถอยหลังกรูดออกไปจากห้อง ปิดประตูลงกลอนให้อย่างเงียบเชียบ ความเงียบงันกลับมาครอบคลุมพื้นที่อีกครั้ง แต่หัวใจของลีโอกลับเต้นระรัวราวกับกลองศึก เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง ลมหายใจสะดุดติดขัดราวกับคนจมน้ำ ภาพความทรงจำในคืนวันเก่าๆ ที่เขาส่งเสียงไล่เธอกลับไป ภาพรัญธิดาในชุดเรียบง่ายที่ยืนกอดท้องป่องด้วยความโดดเดี่ยว และวันที่เธอหันหลังเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง—มันกรีดลึกจนเนื้อตัวเจ็บแปลบ ความเย่อหยิ่งที่เคยค้ำคอพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความจริงอันโหดร้ายที่กัดกินวิญญาณทีละน้อย เขาไม่เหลือข้ออ้างใดๆ อีกแล้ว ไม่มีความชอบธรรมใดๆ ที่จะใช้ทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อ เพราะมือคู่นี้เองที่เป็นคนผลักไสแม่ลูกคู่นั้นออกไปจากชีวิตตั้งแต่แรก ในขณะที่ลีโอกำลังจมดิ่งอยู่กับความสำนึกผิดและรสชาติของความพ่ายแพ้ที่เพิ่งลิ้มลองเป็นครั้งแรกในชีวิต ประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกผลเปิดออกโดยปราศจากการอนุญาต รัญธิดาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าแววตาคู่นั้นกลับคมปราบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง เธอยังคงงดงามและสง่างามในชุดสูทเข้ารูปสีเอิร์ธโทน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยละล่องเข้ามาปะทะจมูก แต่สิ่งที่ทำให้ลีโอแทบหยุดหายใจ ไม่ใช่ความงามของเธอ—หากแต่เป็นเด็กชายตัวน้อยที่เดินจูงมือเธอเข้ามาด้วย "แม่ครับ... ลุงคนนี้เหรอครับที่จะพาไปกินไอศกรีม?" เสียงใสแจ๋วของน้องธามดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เด็กชายเอียงคอสงสัย ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมายังลีโอด้วยความไร้เดียงสา ทว่าทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามาใกล้ กลับสั่นคลอนโลกทั้งใบของประธานหนุ่มจนแทบพังทลายลงตรงหน้า ลีโอลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทกำกระดาษผลตรวจ DNA แผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ รัญธิดายกยิ้มมุมปากอย่างเยียบเย็น ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่เขาด้วยความสมเพชเวทนาที่ปิดไม่มิด ก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็ง "ไงคะ... คุณลีโอ เพิ่งตาสว่างหรือว่ายังต้องให้ฉันช่วยตอกตะปูโลงศพให้อีกสักแผ่นคะ?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%