หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 4

การกลับมาเยือนแผ่นดินเกิด

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายความอับชื้นของสนามบินนานาชาติในรอบสามปีไม่ได้ทำให้รัญธิดารู้สึกคุ้นเคยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงเหล็กที่เพิ่งเปิดต้อนรับเหยื่อผู้เคยหนีรอดให้กลับมาติดกับดักอีกครั้ง ส้นสูงเข็มสีดำสนิทกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นและมั่นคง ทุกก้าวที่เดินออกจากประตูผู้โดยสารขาเข้าคือการประกาศสงียบเงียบว่า ‘รัญธิดา’ คนเดิมที่ยอมให้ใครเหยียบย่ำหัวใจ ได้ตายสนิทไปตั้งแต่วินาทีที่เธอก้าวเท้าขึ้นเครื่องบินหนีออกนอกประเทศเมื่อสามปีก่อนแล้วค่ะ มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำยกขึ้นจัดปีกหมวกปีกกว้างและแว่นตากันแดดทรงโตให้กระชับใบหน้า แม้เธอจะพยายามอำพรางตัวตนแค่ไหน แต่สรีระระหงและออร่าความเยียบเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวก็ยังคงดึงดูดสายตาผู้คนรอบข้างได้ไม่ยาก *“พี่รัญคะ ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ พี่เลี้ยงพา น้องธาม เข้าห้องพักที่โรงแรมในเครือของเราเรียบร้อยแล้ว เด็กๆ งอแงนิดหน่อยเพราะคิดถึงคุณแม่ แต่ตอนนี้หลับไปแล้วค่ะ”* ข้อความเสียงจากเลขาคนสนิทที่ถูกส่งเข้ามาทางแอปพลิเคชันเข้ารหัสทำให้ก้อนเนื้อในอกของรัญธิดากระตุกวูบ ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาจด ขั้วหัวใจ การต้องทิ้งลูกชายวัยสามขวบไว้เบื้องหลัง แม้จะมีพี่เลี้ยงมืออาชีพคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และเธอจะบินกลับไปหาเขาในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แต่หัวใจของคนเป็นแม่ก็ยังคงหวาดระแวงอยู่ดี ยิ่งแผ่นดินที่เธอยืนอยู่ตอนนี้คืออาณาจักรของ ‘ลีโอ ไพศาลกุล’ อดีตสามีผู้มีอิทธิพลคับฟ้า ความปลอดภัยของลูกชายจึงเป็นสิ่งเดียวที่เธอไม่อาจละสายตาได้แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว "คุณรัญธิดาใช่ไหมคะ ทางเราจัดรถเตรียมไว้รับรองแล้วค่ะ" เสียงของทีมงานโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ระดับพันล้านเอ่ยทักด้วยความนอบน้อม ดึงเธอออกจากภวังค์ความคิด รัญธิดาพยักหน้ารับเบาๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยไร้ความรู้สึก ก่อนจะก้าวขึ้นไป นั่งบนรถยนต์หรูที่จอดรอรับอยู่ ปลายทางของเธอในวันนี้คือการประชุมลับร่วมกับกลุ่มทุนใหญ่เพื่อเซ็นสัญญาโปรเจกต์มิลเลนเนียม ซึ่งเป็นงานชิ้นโบแดงที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เธมิได้เป็นเพียงอดีตภรรยาตกอับที่สามีเขี่ยทิ้ง แต่เธอคือดีไซเนอร์และนักบริหารมือทองที่ทั่วโลกต่างหากเล่าที่ต้องแย่งตัว บรรยากาศภายในห้องประชุมชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครเงียบสงบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน รัญธิดานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะประชุมกระจกใส เธอกำลังไล่สายตาอ่านเอกสารสัญญาในมืออย่างละเอียด ท่าทางที่เย่อหยิ่งแต่สง่างามไร้ที่ติทำให้ตัวแทนฝั่งไทยหลายคนถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายด้วยความเกรงใจ แต่แล้ว... เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พรึบ! แรงลมจากการเปิดประตูพร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลปริศนาทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ รัญธิดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ เธอยังไม่เงยหน้าขึ้นมองทันทีเพราะกำลังพิจารณาข้อ ความในสัญญาหน้าสุดท้าย ทว่ากลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางกลิ่นไม้กฤษณาและบุคลิกอันทรงอำนาจที่แผ่ซ่านเข้ามาในรัศมีห้าเมตรกลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกทันที กลิ่นนี้... กลิ่นที่เธอจดจำได้แม่นยำแม้ในยามหลับใหล กลิ่นอายของความโหดร้าย เย็นชา และการถูกทรยศหักหลัง "ขอโทษที่มาสายครับ พอดีการจราจรในกรุงเทพฯ ช่วงนี้ค่อนข้างแย่" น้ำทุ้มต่ำ ทรงเสน่ห์ และเปี่ยมไปด้วยอำนาจเด็ดขาดเอ่ยขึ้น รัญธิดารู้สึกได้ทันทีว่าอุณหภูมิในห้องประชุมลดฮวบลงจนหนาวเยือก หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวราخواดกลองศึก แต่มือเรียวที่ถือปากกาหมึกซึมราคาแพงกลับนิ่งสนิท ไม่ไหวติงแม้แต่น้อย เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากเอกสารอย่างช้าๆ ดวงตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นกันแดดที่เพิ่งถอดออก สบเข้ากับนัยน์ตาสีเทาเข้มคมกริบของประธานกรรมการบริหารสูงสุดแห่งเครือไพศาลกุล—ลีโอ ไพศาลกุล บุรุษผู้ไม่เคยปรากฏตัวในการประชุมย่อยระดับนี้มาก่อนในรอบหลายปี! สามปีผ่านไป ลีโอในวัยสามสิบห้าปีไม่ได้ดูโรยราลงเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับเทพปั้นแต่งดูดุดันและเย่อหยิ่งยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและร1อุของการควบคุมอำนาจ แต่สิ่งที่ทำให้รัญธิดาต้องเกร็งกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายคือ ‘ประกายความเยือกเย็น’ ที่มองตรงมาที่เธอ ราวกับสัตว์ป่าล่าเนื้อที่เพิ่งพบเหยื่ออันโอชะหลังจากการตามล่ามาอย่างยาวนาน ลีโอนิ่งงันไปทันทีที่ใบหน้าของดีไซเนอร์สาวชาวไทยผู้กุมชะตากรรมโปรเจกต์นี้ปรากฏแก่สายตา ลมหายใจของประธานหนุ่มสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่ที่กำลังจะหย่อนตัวลงนั่งที่ประธานถึงกับชะงักค้าง มือหนาที่กำแฟ้มเอกสารแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างกายของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ไขสันหลัง ใบหน้านี้... ดวงตาคู่นี้... ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันด้วยความถือดีนี้... มันไม่ใช่แค่ “คล้าย” แต่มันคือผู้หญิงคนเดียวกับที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำอันมืดมนและกัดกินวิญญาณเขามาตลอดสามปีเต็ม! ผู้หญิงคนที่กล้าดีอย่างไร้ที่ติในการหอบลูกในท้องหนีหายไปจากชีวิตของเขาอย่างไร้ร่องรอย! "คุณ... รัญ..." ลีโอเผลอหลุดปากครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับคนละเมอ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่ตัวเขาเองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน รัญธิดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่เย็นชาที่สุดในชีวิต เธอมองอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับเขาก็เป็นเพียงแค่วัตถุธาตุไร้ค่าชิ้นหนึ่งบนโลกใบนี้ มือเรียววางปากกาลงบนโต๊ะกระจกอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสะทกสะทะยานใดๆ ทั้งสิ้น "ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งค่ะ... คุณลีโอ" บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก สายตาของลีโอร้อนแรงราวกับจะแผดเผาร่างของเธอให้เป็นจุล ทว่าก่อนที่สงครามประสาทระหว่างคนทั้งสองจะระเบิดขึ้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของลีโอก็สั่นครืดคราดขึ้นมาทำลายความเงียบ ลีโอไม่แม้แต่จะชายตาแลหน้าจอ เขายังคงจ้องมองรัญธิดาเขม็งราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา แต่ปลายนิ้วหนากลับกดรับสายอัตโนมัติด้วยความรำคาญใจ *-คุณลีโอคะ! แย่แล้วค่ะ! น้องธามตื่นขึ้นมาแล้วร้องไห้หาคุณแม่ใหญ่เลยค่ะ แถมตอนนี้... เด็กผู้ชายที่หน้าตาเหมือนคุณราวกับแกะคนนี้ กำลังพยายามจะหนีออกจากโรงแรมเพื่อตามหาคุณแม่ บอกว่าเห็นผู้ชายในทีวีหน้าตาเหมือนตัวเองค่ะ!*- เสียงปลายสายจากพี่เลี้ยงกรอกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกและร้อนรนจนทะลุออกมานอกลำโพงโทรศัพท์ ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องประชุม ทำให้ทุกคนได้ยินมันอย่างชัดเจนถ้วนหน้า! ดวงตาสีเทาเข้มของลีโอเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย สมองที่เฉียบคมประมวลผลอย่างรวดเร็วดุจฟ้าแลบ ก่อนที่เขาจะหันขวับกลับมาจ้องหน้ารัญธิดาอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนความคลุ้มคลั่งถึงขีดสุด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%