หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 23

ดอกไม้ช่อใหญ่กับท่าทีที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นหอมหวานเย้ายวนของดอกกุหลาบสีแดงสดนับร้อยดอกที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีตในแจกันคริสตัลราคาแพง กำลังส่งกลิ่นตลบอบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานส่วนตัวของรัญธิดา แต่มันกลับไม่ได้สร้างความรู้สึกโรแมนติกแม้แต่น้อย สำหรับเธอนี่คือกลิ่นอายของความน่ารำคาญ กลิ่นอายความพยายามที่สายเกินไป และที่สำคัญที่สุด... มันคือเครื่องมือชิ้นใหม่ที่ลีโอ ไพศาลกุล ใช้ประกาศสงครามประสาทกับเธอทางอ้อมผ่านหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ธุรกิจทุกฉบับในเช้าวันนี้ "คุณรัญคะ... มีคนส่งมาให้อีกแล้วค่ะ ช่อที่เจ็ดของสัปดาห์นี้แล้วนะ6คะ" เลขาฯ สาวหน้าตาตื่นเดินเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลและสมุดเซ็นรับของ ดวงตาของเธอฉายแววหวาดหวั่นระคนตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด ตั้งแต่ที่ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรไพศาลกุล ประกาศตัวเป็น 'อดีตสามีผู้คลั่งรัก' ด้วยการมายืนถือดอกไม้ช่อโตดักรอรัญธิดาที่หน้าล็อบบี้บริษัทดีไซน์ชื่อดังทุกเช้า-เย็นติดต่อกันสามวันเต็ม ชีวิตส่วนตัวของเธอก็พังทลายลง ความสงบสุขที่เธอใช้เวลาฟูมฟักมานานแรมปีถูกแผดเผาด้วยแสงแฟลชจากปาปารัสซี่จนแทบไม่เหลือพื้นที่หายใจ รัญธิดายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน ตัวเธออยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม ดวงตากลมโตคู่สวยมองช่อดอกไม้สีแดงฉานนั้นด้วยแววตานิ่งสนิท ราวกับมันเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งที่ถูกวางผิดที่ผิดทาง "เอาไปทิ้งถังขยะรวมด้านล่างค่ะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาเหลือบมอง "และบอกรปภ.ด้วยว่า ถ้าผู้ชายคนนั้นก้าวเข้ามาในเขตกั้นบริษัทอีกแม้แต่ก้าวเดียว แจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกและก่อความเดือดร้อนรำคาญได้เลย ฉันไม่มีเวลามาเล่นขายของกับผู้ชายว่างงานหรอกนะคะ" "แต่... แต่คุณลีโอเขายืนรออยู่ตรงร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามตั้งσόตีห้าแล้วนะคะคุณรัญ แถมเขายังให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเมื่อวานนี้ด้วยว่า... เขาจะรอจนกว่าภรรยาจะใจอ่อนยอมกลับบ้านด้วยกัน..." เลขาฯ สาวเสียงสั่นด้วยความเกรงกลัวอิทธิพลมืดของอีกฝ่าย รัญธิดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดหยันและความเจ็บปวดที่ตกตะกอนจนกลายเป็นความด้านชา เธอค่อยๆ วางปากกาในมือลง ช้าๆ และหนักแน่น ราวกับกำลังกดน้ำหนักลงบนหัวใจที่เคยแตกสลายของอดีตสามี "บ้านเหรอคะ? น่าขันสิ้นดี..." รัญธิดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินช้าๆ ไปหยุดอยู่ที่กระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวท้องถนนเบื้องล่าง "วันที่ฉันต้องการบ้านหลังนั้น วันที่ฉันต้องการแค่คำว่า 'ครอบครัว' จากผู้ชายใจร้ายคนนั้น เขาผลักไสฉันออกไปอย่างไร้เยื่อใย แต่วันนี้... ในวันที่ฉันสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาได้ด้วยสองมือ และเรียนรู้ที่จะมีความสุขบนเศษซากปรักหักพังที่เขาทิ้งไว้ เขาก กลับทำตัวเป็นหมาบ้าที่วิ่งไล่ตามเหงาตัวเอง คิดว่าเงินทองและดอกไม้ราคาแพงจะซื้อความรู้สึกที่ตายไปแล้วให้ฟื้นคืนชีพได้งั้นเหรอคะ" ภาพเบื้องล่างตรงมุมตึกฝั่งตรงข้ามสะท้อนเข้าสู่สายตา ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของลีโอยังคงยืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางผู้คนและสายตานับร้อย เขาสวมแว่นกันแดดสีดำเพื่อบังสายตาที่อิดโรย แต่ท่าทียังคงถือดีและเย่อหยิ่งตาม Vibe ของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทว่าในตอนนี้... ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไร้ความปรานี กลับยืนถือช่อดอกไม้ราคาแพงอย่างไร้จุดหมาย คอยชะเง้อคอมองขึ้นมาบนตึกของเธอราวกับคนไร้ที่พึ่ง สายตานั้น... สายตาที่เคยเย็นชาไร้ก้นบึ้ง ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความรุ่มร้อน ความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ และความปรารถนาอันบ้าคลั่งที่จะทวงคืนทุกอย่าง แต่รัญธิดาไม่รู้สึกสงสาร... ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว "ปล่อยให้เขายืนไปค่ะ ยืนให้ขาแข็งตายคาถนนไปเลยยิ่งดี" เธอกล่าวเสียงเย็นเยียบ "เพราะต่อให้เขาเอาดวงดาวทั้งดวงมาวางแทบเท้า หรือคุกเข่าขอร้องจนหยดสุดท้าย... สิ่งเดียวที่เขาจะได้รับจากฉัน ก็คือความว่างเปล่า เหมือนที่ฉันเคยได้รับมาตลอดสามปีในฐานะ 'คุณนายไพศาลกุล' ผู้ไร้ตัวตน" การเผชิญหน้าทางจิตวิทยาครั้งนี้ดำเนินไปอย่างไร้เสียง รัญธิดาเลือกที่จะหันหลังให้กับหน้าต่าง ไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของสายตาคู่นั้นอีกต่อไป เธอกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน สะสางแบบร่างคอลเลกชันใหม่ด้วยสมาธิที่แน่วแน่ ราวกับโลกภายนอกไม่มีตัวตน ทว่าความตึงเครียดในอากาศกลับหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งช่วงบ่าย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ตามด้วยการก้าวเข้ามาของเลขาฯ คนเดิม แต่ครั้งนี้สีหน้าของเธซีดเผือกยิ่งกว่ากระดาษ ในมือถือแท็บเล็ตหน้าจอเปิดค้างไว้ที่ข่าวหน้าหนึ่งของสำนักข่าวออนไลน์ชื่อดัง "คุณรัญคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เสียงนั้นสั่นพร่าจนแทบจับใจความไม่ได้ "คุณลีโอ... เขาไม่ได้แค่มายืนรอเฉยๆ แล้วค่ะ ดูนี่นะคะ..." รัญธิดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ เธอยื่นมือไปรับแท็บเล็ตมาถือไว้ ดวงตากลมโตตวัดมองพาดหัวข่าวตัวโตที่เพิ่งถูกปล่อยออกมาสดๆ ร้อนๆ พร้อมกับรูปถ่ายชุดใหญ่ที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกในอก ภาพถ่ายโคลสアップใบหน้าของเด็กชายวัยสามขวบ... เด็กชายผู้มีดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็นสัน และมุมปากที่หยักขึ้นคล้ายกับพิมพ์เดียวกันกับลีโอ ไพศาลกุล ไม่มีผิดเพี้ยน! และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ภาพถ่ายนั้นถูกถ่ายไว้ขณะที่ 'น้องธาม' ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอกำลังยืนอยู่กับพี่เลี้ยงที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน... และในภาพนั้น มีร่างสูงของลีโอกำลังคุกเข่าลงข้างกายเด็กน้อย ยื่นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ให้ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดในชีวิตที่รัญธิดาไม่เคยได้รับจากเขาเลยสักครั้ง! พาดหัวข่าวระบุไว้อย่างชัดเจนและกระแทกใจดำที่สุด: *“ทายาทลับตระกูลไพศาลกุลโผล่แล้ว! ประธานหนุ่มน้ำตารื้นกลางสวนสาธารณะ หลังพบหน้าลูกชายแท้ๆ ที่ถูกซ่อนไว้โดยอดีตภรรยา!”* มือบางที่ถือแท็บเล็ตสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะจนมอดไหม้ รัญธิดาลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้กระแทกกับผนังห้องเสียงดังสนั่น เขาข้ามเส้น... เขาบังอาจข้ามเส้นที่เธอตีไว้ และที่สำคัญที่สุด... เขากล้าดียังไงมาแตะต้องดวงใจของเธอ! ติ๊ง! เสียงข้อความแจ้งเตือนจากมือถือส่วนตัวบนโต๊ะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน รัญธิดาก้าวเท้าเข้าไปหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอปรากฏข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลก แต่เธอรู้ดีว่าเป็นของใคร *["ธามน่ารักมากครับคุณรัญ... แกถอดแบบมาจากผมไม่มีผิด และผมคิดว่า... เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวแน่ๆ เกี่ยวกับสิทธิ์ของพ่อคนนี้ เจอกันที่เพนต์เฮาส์เย็นนี้นะครับที่รัก"]* รัญธิดากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่สวยที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้ลุกโชนไปด้วยประกายไฟแห่งความอาฆาตมาดร้ายและความหวาดกลัวที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาพร้อมกัน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%