เสียงฟ้าร้องคำรามครั่นครื้นราวกับท้องฟ้ากำลังจะฉีกขาดออกเป็นเสี่ยง ๆ เม็ดฝนฤดูมรสุมกระหน่ำซัดลงมาใส่กระจกหน้าต่างห้องทำงานบนชั้นสิบห้าของคอนโดมิเนียมหรูอย่างบ้าคลั่ง ทว่ารัญธิดากลับไม่ได้สนใจพายุข้างนอกนั้นเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอในยามวิกาลนี้ คือเงาร่างสูงสง่าที่คุ้นตาจนน่ารังเกียจ ซึ่งกำลังยืนนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำเบื้องล่าง
ลีโอ ไพศาลกุล... ประธานหนุ่มผู้เคยถือความเย่อหยิ่งและหัวใจที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งเป็นเกราะคุ้มกาย บัดนี้เขายืนตากฝนอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีร่มสักคัน สูทราคาแพงเปียกปอนลู่แนบไปกับแผ่นอกกว้าง เส้นผมสีเข้มลู่ลงปรกหน้าผาก ทว่าดวงตาคมกริบกลับเงยขึ้นมองตรงมาที่หน้าต่างห้องของเธออย่างไม่ลดละ ราวกับต้องการใช้ความเจ็บปวดทางกายนี้ ไถ่บาปมหันต์ที่เขาเคยฝังรอยแผลไว้ในใจเธอ
"คุณแม่คะ... น้าคนนั้นเปียกหมดแล้ว ทำไมเขาไม่ยอมหลบฝนล่ะครับ?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังขึ้น พร้อมกับมือเล็ก ๆ ที่ดึงชายเสื้อผ้าไหมของเธอเบา ๆ น้องธามชี้มือป้อมไปยังเบื้องล่างด้วยความไร้เดียงสา รัญธิดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบดึงม่านสีทึบปิดกั้นภาพบาดตาบาดใจนั้นทันที หัวใจดวงที่เคยแตกสลายจนด้านชา กลับกระตุกวาบด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่เธอเกลียดชังมันเหลือเกิน
ความสงสารงั้นหรือ? หึ... ไม่มีวันเสียหรอก รัญธิดากลอกตาขึ้นฟ้าเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำใสที่รั้นจะเอ่อคลอ เธอย่อตัวลงสบตากับลูกชาย ลูบแก้มนุ่มนิ่มนั้นด้วยความรักท่วมท้น ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
"ช่างเขาเถอะค่ะลูก คนดื้อรั้นก็ต้องโดนฟ้าดินลงโทษแบบนั้นแหละค่ะ" รัญธิดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความอาทร ไร้ซึ่งเยื่อใย
แต่ลีโอไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ นับตั้งแต่ความจริงที่ว่าเขามีทายาทปรากฏขึ้นราวกับสายฟ้าฟาดในชีวิต ชีวิตที่เคยราบเรียบและไร้หัวใจของประธานหนุ่มก็พังทลายลง เขาตามหาเธอ พลิกแผ่นดินหาลูกชาย และเมื่อพบ... เขากลับพบเพียงกำแพงน้ำแข็งที่หนาทึบยิ่งกว่าตัวเขาในอดีตเสียอีก
กริ๊งงงง!
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นท่ามกลางเสียงพายุ รัญธิดานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก เธอรู้ดีว่าเป็นใคร
ไม่มีใครกล้ามาเคาะประตูห้องเธอในยามวิกาลและอากาศวิปริตแบบนี้ นอกจากผู้ชายที่ยอมเอาชีวิตมาทิ้งไว้หน้าตึกเพื่อขอร้องคำว่า "ยกโทษให้"
กริ๊งงงง! เสียงนั้นดังย้ำอีกครั้งอย่างดื้อรั้น บ่งบอกถึงความพยายามและความบ้าคลั่งที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความสำนึกผิดขั้นสุด
"คุณแม่ครับ ใครมาดึกดื่นจัง?" น้องธามเอียงคอถามด้วยความสงสัย
"ไม่มีใครค่ะลูก คนแปลกหน้าน่ะค่ะ ธามไปต่อเลโก้กับพี่เลี้ยงในห้องนอนก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณแม่ขอจัดการธุระตรงนี้แป๊บเดียว" รัญธิดาฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง จนกระทั่งลูกชายเดินลับตาเข้าไปในห้องนอน เธอกจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เดินตรงไปยังประตูหน้าด้วยฝีเท้าที่มั่นคงราวกับเหล็กกล้า
แกร๊ก...
ประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำฝน กลิ่นอายความเย่อหยิ่งของท่านประธานผู้ทรงอิทธิพลมลายหายสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บ ทว่าดวงตากลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเวทนาวิงวอน
ลีโอก้าวเข้ามาข้างในหนึ่งก้าว น้ำฝนจากเสื้อผ้าของเขาหยดลงบนพื้นพรมราคาแพง แต่วินาทีนี้เขากลับไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นนอกจากผู้หญิงตรงหน้า รัญธิดายืนกอดอก ใบหน้างดงามเชิดขึ้นอย่างถือดี สายตาที่มองเขาว่างเปล่าและเย็นชาเสียยิ่งกว่าสายฝนด้านนอก
"คุณยังมีหน้ามาที่นี่อีกเหรอคะ คุณลีโอ" รัญธิดาเปิดฉากขึ้นก่อน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสด ๆ "หรือว่าความจำเสื่อมจนลืมไปแล้วว่าเรา 'หย่า' กันขาดแล้ว และคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉัน"
ลีโอหอบหายใจหนักหน่วง หยดน้ำฝนไหลตามกรอบหน้าคมคายลงมาถึงริมฝีปากที่ซีดเซียว เขายกมือขึ้นทำท่าจะแตะแขนเธอ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อเห็นสายตาพิฆาตที่เธอมองมา ราวกับรังเกียจเดียดฉันท์เสียเต็มประดา
"รัญ... ผมขอร้อง" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้แหบพร่าและสั่นเครือจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม "ให้ผมได้พูด... ให้ผมได้อธิบายเรื่องทั้งหมดเถอะนะ ผมรู้ว่าผมมันเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันให้อภัยไม่ได้... แต่ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ... และไถ่บาปในฐานะสามีที่แย่คนนี้ที"
รัญธิดาแค่นหัวเราะออกมาเบื้องต่ำ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยันและรอยแผลเป็นกรอะกรัง
"ไถ่บาปงั้นหรือคะ?" เธอย่างสามขุมเข้าไปใกล้เขา กลิ่นอายความเจ็บปวดในอดีตพวยพุ่งขึ้นมาในบรรยากาศ "วันที่ฉันกราบกรานขอความเห็นใจ วันที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราแล้วถูกคุณไล่ตะเพิดราวกับหมูเหมือนหมา คุณอยู่ที่ไหนคะ? วันที่คุณเซ็นใบหย่าโดยไม่แม้แต่จะชายตามองหน้าฉัน คุณมีความเมตตาอยู่ในหัวใจบ้างไหม?"
ลีโอนิ่งอึ้ง คำพูดเหล่านั้นเหมือนคมหอกที่ปักเข้ากลางใจ เขารู้ดี... รู้ดีแก่ใจว่าเขาเคยใจร้ายกับเธอขนาดไหน ความเย็นชาและความหลงระเริงในอำนาจ ทำให้เขาตาบอดกว่าจะรู้ตัวว่าเพชรล้ำค่าที่สุดในชีวิตได้หลุดมือไป รัญธิดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่เอาแต่ร้องไห้อีกต่อไปแล้ว เธอดำดิ่ง ชาชิน และแข็งแกร่งจนน่ากลัว
"ผมยอมรับผิดทุกอย่าง รัญ..." เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ผู้ชายที่กุมเศรษฐกิจครึ่งประเทศ ยอมคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นห้องต่อหน้าเธอ หยาดน้ำตาผสมกับหยดน้ำฝนไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างไร้ความละอาย "คุณจะด่า จะตี จะให้ผมทำอะไรก็ได้... ขอแค่ให้ผมได้เห็นหน้าลูก และขอโอกาสให้ผมได้ดูแลพวกคุณอีกครั้ง"
ภาพประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ยอมลดตัวลงคุกเข่าอ้อนวอนผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำ เป็นภาพที่สะใจและตอกย้ำความล่มสลายของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าแววตาของรัญธิดากลับไม่มีความเห็นใจเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความว่างเปล่าที่ล้ำลึกเกินกว่าจะเยียวยา
"สายไปแล้วค่ะ ลีโอ" เธอก้มลงมองเขาด้วยสายตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก "ความรักที่คุณเหยียบย่ำ มันตายไปตั้งแต่สามปีที่แล้ว... และลูกชายของฉัน เขามีแค่แม่คนนี้คนเดียว ไม่มีความจำเป็นต้องใช้พ่อที่ไร้หัวใจแบบคุณ"
พูดจบ รัญธิดาก็หันหลังให้ทันที เธอไม่อยากทนมองหน้าเขาอีกต่อไป ความดื้อรั้นของท่านประธานที่ยอมตากฝนข้ามคืนอาจจะเรียกคะแนนความน่าสงสารจากคนอื่นได้ แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับคนที่ตายทั้งกลมมาแล้วอย่างเธอ
"ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น..." เสียงแหบพร่าเอ่ยไล่หลังมาด้วยความดื้อดึง "ถ้าคุณไม่ยอมคุยกับผม ผมก็จะนั่งคุกเข่าอยู่หน้าห้องนี้ จนกว่าคุณจะใจอ่อน"
รัญธิดาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินกลับเข้าห้องนอน เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวและรำคาญใจพุ่งปรี๊ดขึ้นมา เธอหมุนตัวกลับเตรียมจะเดินไปเปิดประตูไล่เขาออกไปให้พ้นตึกเสียให้เข็ด
ทว่า... เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ของเด็กชายที่วิ่งออกมาจากห้องนอน กลับหยุดทุกการเคลื่อนไหวในห้องนั้นลงทันที
"คุณแม่ครับ... น้าคนนั้นร้องไห้ทำไมเหรอครับ?"
ด.ช.ธาม ยืนขยี้ตาอยู่หน้าประตูห้องนอน ชุดนอนลายการ์ตูนขยับตามจังหวะการก้าวเดิน เด็กน้อยมองทะลุผ่านประตูห้องนั่งชิดที่เปิดกว้าง ไปยังร่างของชายฉกรรจ์ที่คุกเข่าเปียกปอนอยู่ตรงหน้าประตูห้อง และวินาทีนั้นเอง... ดวงตากลมโตของเด็กชายก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของลีโอ
ใบหน้าของลีโอนิ่งงั้นราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสอง ลมหายใจของเขาขาดห้วง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อเงาร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า... ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา ไม่มีผิดเพี้ยน!
รัญธิดาหน้าซีดเผือด เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน... เธอลืมไปสนิทว่าลูกชายยังตื่นอยู่!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
(จาก: กระจกเงาต้องสาป)
หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 24
ความดื้อรั้นของท่านประธาน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!