หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 22

แผนการทวงเมียคืน

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยกรุ่นเคล้าอยู่กับความเงียบงันในร้านคาเฟ่กึ่งสตูดิโอออกแบบเครื่องประดับย่านใจกลางเมือง รัญธิดาวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะไม้สักทองด้วยจังหวะที่นิ่งสนิท ราวกับต้องการสะกดกลั้นเสียงสะท้อนระลอกคลื่นในอกที่ถูกกวนให้ขุ่นคลักระหว่างเธอกับ ‘อดีตสามี’ ที่เลือกจะตีตั๋วเข้ามารังควานชีวิตเธอมิติใหม่ด้วยความหน้าด้านอย่างไร้ยางอาย สามปีที่ผ่านมา... ในวันที่เธอหอบท้องโตใกล้คลอดหนีออกจากคฤหาสน์ไพศาลกุล ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำและเสียงคำรามเย้ยหยันของผู้ชายที่ชื่อ ลีโอ ไพศาลกุล เขาไม่เคยชายตาแลแม้แต่น้อย เขามองเธอเป็นเพียงเศษฝุ่นไร้ค่า เป็นภรรยาไร้ตัวตนที่เขาจำใจแต่งด้วยตามคำบัญชาของมารดา แต่วันนี้... ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนั้น กลับยอมลดตัวลงมานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้บุนวมราคาถูกหน้าร้านเธอ เพียงเพื่อรอเวลาเปิดทำการของร้านดีไซเนอร์สาวปริศนาที่เขาเพิ่งล่วงรู้ความจริงว่า... คืออดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำจนจมดิน “กาแฟลาเต้ร้อน หวานน้อย... สำหรับคุณรัญค่ะ” เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูเอ่ยขึ้น พร้อมกับแก้วกระดาษสีคราฟท์ถูกเลื่อนเข้ามาใกล้ปลายนิ้วของเธอ รัญธิดาปรายตามองมันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและความดื้อรั้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “ฉันไม่ได้สั่งค่ะ และที่สำคัญ ฉันเกลียดกาแฟลาเต้” รัญธิดากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เกราะกำบังความเจ็บปวดในอดีตถูกหล่อหลอมขึ้นมาใหม่จนกลายเป็นเพชรน้ำงามที่แข็งแกร่ง ไม่มีหยดน้ำตาให้คนใจร้ายเห็นอีกต่อไป มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่เคลือบด้วยยาพิษ ลีโอไม่ยอมถอย เขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามสัญชาตญาณของความเป็นนักล่า แต่แววตาของนักล่าตัวนั้นในตอนนี้ กลับฉายแววความสำนึกผิดระคนเวทนาตัวเองอย่างน่าสมเพช “ผมจำได้... คุณชอบอเมริกาโน่เย็นไม่ใส่น้ำตาล” ลีโอเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตาคมกวาดมองใบหน้างดงามที่ดูคมเข้มและทรงพลังขึ้นกว่าในอดีตลิบลับ รัญธิดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงขี้ขลาดตาขาวที่เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ในห้องนอนมืดๆ อีกต่อไปแล้ว เธอดำรงอยู่ด้วยความสง่างาม เย็นชา และพร้อมจะกรีดหัวใจเขากลับคืนเป็นพันเท่า “แต่เผื่อว่ารสนิยมของคุณจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา... เหมือนกับความรู้สึกที่ผมพยายามแก้ไขมันอยู่ตอนนี้” “น่าขันนะคะ” รัญธิดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “คุณลีโอผู้สูงส่ง ผู้ที่ไม่เคยชายตาแลแม้แต่เงาของฉันตลอดสามปีในทะเบียนสมรส วันนี้กลับมานั่งท่องจำความชอบของฉันงั้นหรือคะ? เสียเวลาเปล่าค่ะ เพราะสำหรับฉัน... คุณเป็นแค่อดีตที่ฉันกดปุ่มลบออกจากความทรงจำไปนานแล้ว” คำพูดเชือดเฉือนนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ แต่ลีโอไม่มีแม้แต่จะหลบตา เขาซึมซับความเจ็บปวดนั้นไว้ทุกหยด เพราะเขารู้ดีว่ามันยังน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอ ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนที่เขาบังเอิญได้เห็นเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบ... เด็กชายที่มีรอยยิ้ม รูปหน้า และไฝเม็ดเล็กที่หางตาขวาถอดแบบมาจากเขาเหมือนพิมพ์เดียวกัน โลกทั้งใบของประธานหนุ่มก็พังทลายลงในพริบตา ความจริงที่ว่าเขามีทายาทสายเลือดไพศาลกุลวิ่งเล่นอยู่นอกคฤหาสน์โดยที่เขาไม่เคยรู้เรื่อง กลายเป็นโซ่ตรวนแห่งความสำนึกผิดที่รัดแน่นจนหายใจไม่ออก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการ ‘ตามตื๊ออดีตภรรยา’ ที่ทำเอาเหล่าบอดี้และเลขาคนสนิทถึงกับกุมขมับ จากประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งสั่งงานอยู่บนยอดตึกระฟ้า กลายเป็นผู้ชายหน้าด้านที่ยอมมานั่งเฝ้าหน้าร้านตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด ยอมเป็นพนักงานขับรถส่งของจำเป็น และคอยวนเวียนอยู่รอบตัวเธอและลูกทุกฝีก้าวอย่างหน้าไม่อาย “ผมรู้ว่าผมมันเลว... ผมสมควรถูกเกลียด” ลีโอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกโยนทิ้งลงถังขยะไปตั้งแต่วินาทีที่เขาอุ้มร่างเล็กๆ ของน้องธามขึ้นมาแล้วพบว่าเด็กน้อยคนนั้นเรียกผู้ชายคนอื่นว่า ‘คุณลุงใจดี’ แทนที่จะเป็นพ่อ “แต่จะได้โปรด... ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองอีกสักครั้ง ได้ไหมครับรัญ... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ และ... สามีที่ดี” “สามี?” รัญธิดาทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระรื่นจมูกผสมผสานกับบรรยากาศตึงเครียด “คุณกำลังใช้คำว่า ‘สามี’ กับผู้หญิงที่คุณเคยบอกว่า ‘น่ารำคาญ’ และ ‘ไร้ตัวตน’ เนี่ยนะคะ? คุณลีโอคะ โลกนี้ไม่ได้หมุนรอบตัวคุณ และความรักของฉัน... มันตายไปตั้งแต่คืนที่คุณเซ็นใบหย่าโยนใส่หน้าฉันแล้วค่ะ” บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากลำโพงที่ขับเน้นความอึดอัดให้เด่นชัดขึ้น ลีโอเม้มริมฝีปากแน่น มือหนากำเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาว เขารู้ดีว่าหนทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เขาก็ไม่คิดจะถอยหลังกลับเด็ดขาด ในเมื่อเขาปล่อยให้เพชรเม็ดงามหลุดมือไปแล้วครั้งหนึ่ง เขาก็ยินยอมที่จะใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดในการตามล่ามันกลับคืนมา แม้จะต้องกราบกรานเธอก็ตาม ก๊อกๆ! เสียงเคาะกระจกประตูกระจกใสหน้าร้านเบาๆ ดึงความสนใจของคนทั้งคู่ให้หันไปมอง รัญธิดาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลงเมื่อเห็นร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์ของเด็กชายวัยสามขวบกำลังยืนเกาะกระจกใสแจ๋ว ใบหน้าจิမ်းลิ้มพริ้มเพราแก้มป่องดวงตากลมโตใสแป๋ว กำลังทำปากยู่ด้วยความสงสัย และข้างกายของเด็กชายตัวน้อยนั้น คือชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทลำลองท่าทางอบอุ่น สุภาพเรียบร้อย รอยยิ้มใจดีประดับอยู่บนใบหน้าคมคาย ขณะกำลังจูงมือเล็กๆ นั้นเข้ามาในร้าน “คุณแม่ครับ! น้ากรณ์ซื้อไอศกรีมรสสตอเบอร์รี่มาฝากด้วยครับ เย้!” เสียงใสแจ๋วของ ‘น้องธาม’ ดังลั่นร้าน ทำเอาลีโอที่นั่งอยู่ถึงกับหน้าถอดสี ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ สันจมูกโด่งกระตุกเกร็งด้วยความหึงหวงและกรุ่นโกรธที่แล่นพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เมื่อเห็นผู้ชายอีกคน... ผู้ชายที่ลูกชายของเขาเรียกอย่างสนิทสนมว่า ‘น้ากรณ์’ กำลังก้าวเข้ามาในพื้นที่ของเขาอย่างถือวิสาสะ กรณ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น แต่เมื่อสายตาคมปลาบปะทะเข้ากับร่างของลีโอ ไพศาลกุล อดีตสามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความใจร้าย รอยยิ้มนั่นก็เปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นทันที กรณ์คือนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่คอยดูแลปกป้องรัญธิดาและน้องธามตลอดสามปีที่ผ่านมาในต่างประเทศ และตอนนี้... เขากลับมาเพื่อทวงคืนพื้นที่ของเขาเช่นกัน “อ้าว... คุณลีโอ ไพศาลกุลนี่เองครับ” กรณ์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันในที “ไม่คิดเลยนะครับว่าประธานบริษัทใหญ่โต จะว่างงานถึงขนาดมานั่งเฝ้าร้านค้าเล็กๆ ของผู้หญิงที่ท่านเคยเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใยถึงที่นี่” ลีโอกัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงจนอุณหภูมิในร้านลดฮวบลงทันที เขาก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวกรณ์ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากวาจาเชือดเฉือนใดๆ ออกมา ร่างเล็กป้อมของน้องธามก็วิ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างผู้ชายทั้งสองคนเสียก่อน ดวงตากลมโตใสแป๋วของเด็กชายมองหน้าลีโอสลับกับกรณ์ด้วยความฉงน ก่อนที่น้องธามจะเอียงคอเล็กน้อยแล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาลีโอถึงกับช็อกจนก้าวขาไม่ออก “คุณลุงคนนี้... หน้าตาเหมือนผมเลยครับแม่ เหมือนกระจกเงาเลย” น้องธามหันไปเงยหน้ามองรัญธิดาตาแป๋ว “คุณลุงเป็นใครเหรอครับ ทำไมมองผมด้วยสายตาแปลกๆ ล่ะครับ?” รัญธิดาสูดหายใจเข้าลึก and ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงไปยังอดีตสามีที่กำลังยืนแข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธออีกครั้ง ก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคตัดรอนที่กรีดแทงหัวใจคนฟังจนแหลละเอียด “ไม่มีอะไรหรอกค่ะลูก... เขาเป็นแค่คนแปลกหน้า ที่หลงทางเข้ามาในชีวิตเราก็เท่านั้นเองค่ะ” --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%