เสียงกุญแจกระทบกันในอุ้งมือที่สั่นเทา ไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอ หากแต่เป็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเงียบงันมานานนับปี รัญธิดายืนนิ่งอยู่หน้าประตูบ้านไม้สักสีเข้มในย่านชนบทเงียบสงบ ลมหายใจเข้าออกของเธอสม่ำเสมอ ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสายตากลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่เคลือบยาพิษ
เบื้องหน้าของเธอ—ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว คือร่างสูงสง่าของลีโอ ไพศาลกุล อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับที่บัดนี้ยับยู่ยี่และเปรอะเปื้อนฝุ่นละอองจากการดั้นด้นตามหาเธออย่างบ้าคลั่ง ดวงตาคมกราบคู่นั้นแดงก่ำ เต็มไปด้วยร่องรอยความอ่อนล้าและความหวังระคนกันจนน่าสมเพช
"รัญ..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยเยือกเย็นและบาดลึกหัวใจเธอในอดีต บัดนี้กลับสั่นพร่าอย่างน่าขัน "คุณ...ใจร้ายเกินไปแล้วนะ"
รัญธิดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันตาเห็น เธอมองเขาด้วยหางตา ราวกับเขาก็เป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่าบนพื้นรองเท้า
"ใจร้ายหรือคะ?" เธอทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ "คนที่พูดคำนี้ควรเป็นดิฉันมากกว่าไหมคะ คุณลีโอ หรือว่าสมองส่วนที่ใช้สำนึกผิดของคุณมันเพิ่งจะทำงาน หลังจากใช้เวลาสามปีเต็มๆ ในการตามราวีชีวิตสงบสุขของฉัน"
"ผมมีสิทธิ์!" ลีโอพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าข้อมือเธอ แต่รัญธิดาก้าวถอยหลังหลบได้อย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขาเสียเต็มประดา แรงปะทะจากความเย่อหยิ่งของเขาถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทำให้สันจรามของประธานหนุ่มขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน
"สิทธิ์? คุณเอาคำว่าสิทธิ์อะไรมาพูดคะ?" รัญธิดายกยิ้มมุมปาก แววตาสەเทินและเย้ยหยันฉายชัด "วันที่ฉันเซ็นใบหย่า วันที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ภาระน่ารำคาญ วันที่คุณไม่เคยชายตาแลแม้กระทั่งตอนที่ฉัน... เจ็บปวดปางตาย วันนั้นคุณยกสิทธิ์ทั้งหมดโยนทิ้งลงถังขยะไปหมดแล้วค่ะ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของลีโอที่สะท้อนความเจ็บปวดอันเกิดจากการตอกย้ำของอดีต เขาจำมันได้ดี... ทุกคำพูดใจร้ายที่เขาเคยพ่นใส่เธอ ทุกหยาดน้ำตาที่เขาเมินเฉย บัดนี้มันย้อนกลับมากลายเป็นคมหอกกรีดแทะหัวใจเขาเองจนพรุน
แต่สายตาของลีโอก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความโกรธเกรี้ยวของเธอ เพราะเสี้ยววินาทีต่อมา ประตูไม้บานเล็กด้านหลังร่างเพรียวก็ถูกผลักออกด้วยมือเล็กๆ ของเด็กชายวัยสามขวบ
"คุณแม่ฮะ... ใครมาเหรอฮะ?"
เสียงใสแจ๋วเอ่ยถาม พร้อมกับร่างเล็กป้อมในชุดเสื้อยืดลายการ์ตูนที่ก้าวออกมาซ่อนอยู่ด้านหลังเรียวขาของรัญธิดา ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นมองสำรวจผู้มาเยือนด้วยความอยากรู้อยากเห็น และเพียงเสี้ยววินาทีที่ดวงตาทั้งสองคู่สบกัน—โลกทั้งใบของลีโอ ไพศาลกุล ก็ราวกับหยุดหมุน
โครงหน้าเรียวเล็ก จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะนัยน์ตาสีสนิมเหล็กคู่นั้น... มันคือกระจกเงาที่สะท้อนเงาของเขาเองในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
หัวใจของลีโอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความรู้สึกผิดบาปและความตระหนักรู้ถาโถมเข้าใส่จนเขาแทบยืนไม่อยู่ ร่างสูงก้าวเท้าเข้าไปหาเด็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วสั่นเทาเอื้อมออกไปข้างหน้าอย่างลืมตัว
"ธาม..." ชื่อนั้นหลุดรอดมาจากริมฝีปากที่แห้งผากของเขา มันคือชื่อที่เขาพร่ำเพ้อเรียกหาในความมืดมานับร้อยคืน
"หยุดนะ!"
เสียงตวาดกร้าวของรัญธิดาดังก้อง พร้อมกับที่เธอก้าวเข้ามาขวางหน้าบุตรชายไว้ทันท่วงที สองมือของเธอผลักอกกว้างของอดีตสามีเต็มแรง แม้เขาจะไม่ขยับเขยื้อน แต่แรงปะทะนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารและความเกลียดชังที่อัดแน่นจนล้นปรี่
"อย่าแม้แต่จะแตะต้องลูกฉันด้วยมือสกปรกคู่นั้น!" รัญธิดาแผดเสียงกร้าว ดวงตาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่ระเบิดออก "เด็กคนนี้ไม่มีพ่อ! และต่อให้มี... เขาก็ไม่มีวันเป็นลูกของคุณ!"
"รัญ! อย่ามาโกหกหน้าด้านๆ!" ลีโอคำรามลั่น ความอดทนที่เหลืออยู่วัดขาดสะบั้นลงด้วยความตื่นตระหนก "หน้าตาเขาชัดเจนขนาดนี้! ดีเอ็นเอในตัวเขามีเลือดของผมครึ่งหนึ่ง! คุณจะบอกว่าผมตาบอดหรือไงว่าเด็กคนนี้คือลูกของผม!"
"ใช่! คุณมันตาบอด!" รัญธิดายิ้มเยาะ หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าแต่ถูกเธอบังคับให้ไหลย้อนกลับเข้าไปอย่างไม่ยอมพ่ายแพ้ "ตาบอดตั้งแต่ตอนที่คุณไม่เคยสนใจฉัน ตาบอดจนไม่รู้ว่าฉันท้อง และตาบอดพอที่จะคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์กลับมาทวงทุกอย่างคืนหลังจากที่พวกเราเกือบตายเพราะความใจร้ายของคุณ!"
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทา ก่อนจะชี้นิ้วไปยังถนนเบื้องหน้าด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น
"เด็กคนนี้แซ่ตามฉัน เป็นลูกของฉันคนเดียว ไสหัวออกไปจากบ้านของฉันซะ! และจำใส่สมองอันโง่เขลาของคุณไว้ด้วย... ว่าต่อให้คุณกราบเท้าขอร้อง ชาตินี้คุณก็ไม่มีวันได้แตะต้องแม้แต่ปลายนิ้วของลูกฉัน!"
สิ้นคำพูดเฉียบขาด รัญธิดาก็กระชากแขนบุตรชายให้ถอยร่นเข้าไปในบ้าน ก่อนจะกระแทกประตูไม้ปิดใส่หน้าเขาอย่างแรง เสียง 'ปัง!' สนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงประกาศิตที่ตัดขาดสายใยสุดท้ายระหว่างพวกเขาทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
ลีโอทรุดกายคุกเข่าลงกับพื้นหน้าประตู ฝ่ามือหนาทุบลงไปบนเนื้อไม้แข็งกร้าวด้วยความสิ้นหวังและเจ็บปวดเจียนตาย เสียงคำรามราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บหลุดรอดจากลำคอของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ทว่า... ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว
ในความเงียบงันที่เข้าปกคลุม ท่ามกลางความมืดมิดของพลบค่ำที่กำลังคืบคลานเข้ามา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเยือนที่ทำให้ลีโอต้องตื่นจากภวังค์แห่งความสำนึกผิด
"น่าสมเพชเสียจริงนะคะ คุณลีโอ... ไม่คิดเลยว่าประธานผู้ยิ่งใหญ่ จะต้องมานั่งคุกเข่าอ้อนวอนผู้หญิงที่ตัวเองเคยทิ้งขว้าง"
ลีโอสะعدขวับกลับไปมองตามต้นเสียง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าผู้ที่ก้าวออกมาจากเงาไม้ในยามวิกาลนี้ ไม่ใช่คนอื่นคนไกล... หากแต่เป็นเลขาคนสนิทของเขาเอง ผู้ซึ่งกุมความลับทั้งหมด และกำลังถือซองเอกสารสีน้ำตาลลับเฉพาะที่ส่งตรงมาจากห้องแล็บตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอชุดสุดท้าย ที่เขาสั่งให้ตรวจสอบเบื้องหลังลับหลังรัญธิดา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 20
คำปฏิเสธจากแม่
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!