หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก•ตอนที่ 2

ความว่างเปล่าที่เพิ่งรู้ตัว

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นหอมของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือจางยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ ทว่ามันช่างว่างเปล่าและไร้ซึ่งวิญญาณเสียจนน่าขนลุก ลีโอ ไพศาลกุล กวาดสายตาคมกริบมองไปรอบคอบห้องชุดเพนต์เฮوسตู้กระจกใสราคาหลายร้อยล้านที่เงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง ความเงียบงันในยามนี้ไม่ใช่ความสงบสุข แต่มันคือความกดดันชนิดที่บีบขยี้ขั้วหัวใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดให้สั่นระรัวอย่างไร้สาเหตุ ขายาวภายใต้กางเกงสแลคสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางห้องรับแขก ร่างสูงโปร่งยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้นหิน มือหนายังคงถือแฟ้มเอกสารสำคัญที่เพิ่งเคลียร์เสร็จจากบริษัท ภาพเด็กชายตัวน้อยดวงตากลมโตสีนิลที่วิ่งผ่านหน้าเขาไปเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็งขั้วโลก มันคือภาพสะท้อน... ภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน "รัญธิดา!" เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวออกไปอย่างไร้ความปรานี แม้จะรู้ดีว่าความว่างเปล่าที่สะท้อนกลับมาคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด รัญธิดาภรรยาผู้แสนจืดจางและอยู่ในโอวาทของเขาเสมอมา ไม่มีทางที่จะกล้าทำกิริยาเช่นนั้นใส่เขา หากไม่ใช่เพราะ... *เด็กคนนั้นคือใคร?* คำถามนี้กรีดลึกลงไปในเนื้อเยื่อ สมองของลีโอพยายามปฏิเสธความจริงอันน่าเหลือเชื่อ ภาพจำของรัญธิดาตลอดสามปีที่ผ่านมาคือผู้หญิงที่ร้องไห้เงียบๆ ในมุมมืด ผู้หญิงที่เขาไม่เคยชายตาแลเพราะมองว่าเป็นแค่ภรรยาที่ถูกผู้ใหญ่คลุมถุงชนให้แต่งงานด้วย ผู้หญิงคนที่เขาเคยบอกว่า *'อย่าได้หวังความรักหรือความใส่ใจอะไรจากผม'* แต่วันนี้ ผู้หญิงคนที่เขาเพิ่งจรดปากกาเซ็นใบหย่าให้เมื่อช่วงบ่าย กลับเดินเคียงคู่มากับเด็กชายหน้าตาถอดแบบเขาเป๊ะ และที่สำคัญที่สุด... เด็กคนนั้นเรียกเธอว่า 'แม่' อย่างสนิทปาก ลีโอกัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะเผาไหม้ทุกอย่างรอบตัว เขาปัดความรู้สึกประหลาดใจทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงก้าวเดินไปยังห้องนอนใหญ่ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ในหัวของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งยังคงคิดเข้าข้างตัวเองตามประสาคนที่ไม่เคยพ่ายแพ้ *‘คงจะเป็นมุกตื้นๆ สินะ...’* เขาคิดเยาะหยันในใจ รัญธิดาก็แค่ผู้หญิงอ่อนแอที่พยายามจะเรียกร้องความสนใจจากเขา เหมือนกับทุกครั้งที่เธอทำตัวงอนง่ำแล้วหายออกจากบ้านไปไม่กี่วัน การเอาเด็กที่ไหนก็ไม่รู้มาสวมรอย หรือแม้กระทั่งการสร้างสถานการณ์ตบตา เพื่อให้เขารู้สึกผิดและวิ่งตามง้อ... ช่างเป็นวิธีที่ไร้ชั้นเชิงและน่าสมเพชสิ้นดี บานประตูห้องนอนสีขาวบริสุทธิ์ถูกผลักออกอย่างไร้ความปรานี ลีโอก้าวพรวดพราดเข้าไปหมายจะเอ่ยปากตักเตือนภรรยา (หรืออดีตภรรยา) ให้เลิกเล่นเกมประสาทเสียแบบนี้เสียที แต่แล้ว... คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายไปในลำคอ เมื่อภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่รัญธิดาที่กำลังนั่งรอเขาด้วยแววตาอ้อนวอนอย่างที่เคยเป็น เตียงนอนขนาดคิงไซส์ไร้ซึ่งร่องรอยของการใช้งาน ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in closet ที่เคยแน่นขนัดไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมและชุดเดรสเรียบ뢰บของรัญธิดา กลับว่างเปล่า... โล่งเตียน ราวกับว่าไม่เคยมีผู้หญิงคนนี้อาศัยอยู่ร่วมใต้ชายคาเดียวกันมานานแรมปี ไม่มีแม้แต่เงา... ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของลมหายใจ ลีโอพุ่งตัวเข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้าอย่างไร้สติ เสื้อผ้าของเธอหายไปจนหมดเกลี้ยง เหลือเพียงความว่างเปล่าและไม้แขวนเสื้อที่ว่างเปล่าส่งเสียงกระทบกันกุ๊กกั๊กตามแรงเหวี่ยง เขาหันขวับไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เครื่องสำอาง หรือแม้แต่กิ๊บติดผมราคาถูกที่เธอชอบใช้ ถูกเก็บกวาดจนสะอาดสะอ้าน ราวกับว่ารัญธิดาไม่เคยมีตัวตนอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ตั้งแต่แรก หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรง ความเย่อหยิ่งทระนงตนเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอน ประสาทสัมผัสทุกส่วนกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก มือหนาควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างลนลานเพื่อกดโทรหาเธอทันที *ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...* ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก เขากดโทรซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหัวเสีย เสียงสัญญาณตัดสายอย่างไร้เยื่อใยยิ่งกว่าความเย็นชาของตัวเขาเองในอดีตเสียอีก ลีโอขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน ลมหายใจเริ่มติดขัด ความโกรธเกรี้ยวเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ แต่ลึกลงไปในความโกรธนั้น... ความหวาดกลัวสายพันธุ์หนึ่งกำลังกัดกินหัวใจของเขาอย่างเงียบเชียบ ในจังหวะนั้นเอง สายตาคมกริบก็เหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างวางอยู่บนโต๊ะทำงานสีเข้มขอบมุมห้อง กระดาษโน้ตสีขาวแผ่นเล็ก... ถูกทับไว้ด้วยแหวนเพชรเม็ดโต แหวนแต่งงานที่เขาเคยโยนใส่หน้าเธอในวันจดทะเบียนสมรสเมื่อสามปีก่อน แหวนที่เขาบอกว่ามันไม่มีค่าอะไรสำหรับเขา เช่นเดียวกับตัวเธอ ลีโอก้าวเข้าไปช้าๆ ราวกับขาคู่นั้นหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยโซ่ตรวน หัวใจของเขาเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง เมื่อปลายนิ้วแกร่งเอื้อมไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ลายมือชื่อหวัดแกมบรรจงที่เขาคุ้นเคย ปรากฏตัวอักษรเพียงไม่กี่บรรทัด แต่ละคำคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ *'ขอบคุณสำหรับสามปีที่ผ่านมานะคะคุณลีโอ... และยินดีด้วยที่คุณเป็นอิสระแล้ว หวังว่าเราคงไม่ต้องจองเวรจองกรรมต่อกันอีก ไม่ว่าจะในฐานะภรรยา หรือในฐานะอะไรก็ตาม'* *'ป.ล. เด็กคนที่คุณเห็นเมื่อครู่นี้... ลูกของคุณค่ะ แต่เสียใจด้วยนะคะ เพราะคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกเขาว่าลูกชายอีกต่อไป'* สิ้นสุดประโยคสุดท้าย... โลกทั้งใบของลีโอ ไพศาลกุล ก็พังทลายลงในพริบตา ความว่างเปล่าที่เขาเคยคิดว่ามันช่างน่ารำคาญ บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นหลุมศพสีดำสนิทที่ฝังกลบความเย่อหยิ่งทั้งหมดของเขาลงไปจนมิดชิด เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึงของมหาสมุทรที่มืดมิดและไร้ก้นบึง เด็กคนนั้น... เด็กชายตากลมโตคนนั้น... คือสายเลือดของเขาจริงๆ อย่างนั้นหรือ? และรัญธิดา... ผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีมาตลอดสามปี เธอซ่อนความลับเรื่องทายาทตระกูลไพศาลกุลไว้จากเขาได้อย่างไร? เสียงเตือนความจำจากข้อความในมือถือดังขึ้นแทรกความเงียบงัน ลีโอก้มลงมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมา ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าคฤหาสน์ที่ถูกส่งตรงมาจากระบบรักษาความปลอดภัย ปรากฏภาพรัญธิดากำลังก้าวขึ้นรถยนต์สีดำคันหรูโดยมีเด็กชายตัวน้อยนั่งอยู่เบาะหลัง และข้างๆ เธอกลับมีร่างของชายหนุ่มอีกคน—ผู้ชายที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี—กำลังโน้มตัวลงไปคาดเข็มขัดนิรภัยให้เธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน! ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ ร่างสูงเซถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือจนข้าวของร่วงหล่นกระจาย ไม่ใช่แค่เธอหนีไป... แต่เธอกำลังพาเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไปซุก ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังว่าจะได้เจอหน้าลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%