สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม•ตอนที่ 9

จังหวะที่หัวใจเริ่มเต้นผิด

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
เสียงยางรถยนต์บดกับพื้นคอนกรีตของลานจอดรถชั้นใต้ดินดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู บรรยากาศรอบตัวอلبอวลไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วแกร่งที่ยังคงแตะอยู่ใต้คางของเธอยังคงทิ้งร่องรอยความสั่นไหวไว้บนผิวเนื้อ แต่สถานการณ์ตรงหน้าทำให้เธอต้องดึงสติกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอย่างรวดเร็ว "พวกมันหมายถึงใครคะคุณธาม" รินรดาถามเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทายมากกว่าความหวาดกลัว สมเป็นสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใดก็ตาม ธามถอนหายใจยาวอย่างขัดใจ เขาลดมือลงก่อนจะคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้มั่น ออกแรงดึงเบาๆ ให้ก้าวตามไปหลบหลังเสาปูนรับน้ำหนักขนาดใหญ่ที่ซ่อนมุมอับสายตาจากทางออก "อย่าเพิ่งทำตัวเป็นฮีโร่ตอนนี้ได้ไหมรินรดา คนพวกนั้นไม่ได้มาคุยเรื่องงาน พวกมันคือนายทุนกลุ่มเดิมที่เสียผลประโยชน์จากดีไซน์โครงสร้างบล็อกกระจกที่คุณเสนอเข้าไปในที่ประชุมบอร์ดบริหารเมื่อวาน และฉัน... คือคนที่ขวางทางพวกมันไม่ให้เล่นงานคุณตั้งแต่ตอนนั้น" รินรดาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว คำว่า 'ขวางทางให้คุณ' วิ่งวนอยู่ในโสตประสาทของผู้ฟังอย่างเธอ ธามเนี่ยนะ... คนที่คอยจิกกัดงานดีไซน์ของเธอทุกกระเบียดนิ้วในห้องประชุม กลับกลายเป็นโล่กำบังให้เธอในยามที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอย่างนั้นหรือ "คุณปกป้องฉันทำไมคะ ในเมื่อเราสองคนเถียงกันคอเป็นเอ็นแทบทุกครั้งที่เจอหน้ากัน" เธอยังคงดื้อดึงกระซิบถามสวนกลับไป ทั้งที่เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่เริ่มใกล้เข้ามาทุกที "ถ้าฉันไม่ปกป้องคุณ แล้วใครจะยอมทนฟังดีไซน์บ้าบอที่คุณร่ายยาวสามชั่วโมงรวดในห้องประชุมล่ะ" ธามสวนกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัดตามสไตล์ซึนเดเระตัวพ่อ แต่ดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความรู้สึกเอาไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตากลับไหววับอย่างเป็นกังวล มือหนาเอื้อมมาปิดปากเธอไว้เบาๆ เพื่อห้ามไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอดออกไปอีก ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง รินรดานิ่งค้างไปกับสัมผัสใกล้ชิดนั้น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอความตึงเครียดลอยวนอยู่รอบตัว หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับเริ่มรัวเร็วกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะความกลัวจากกลุ่มคนที่กำลังเดินเข้ามา แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับผู้ชายปากจัดคนนี้ต่างหากที่มันใกล้จนเกินความจำเป็น เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงเสาต้นถัดไป เสียงทุ้มต่ำของชายฉกรรจ์คนหนึ่งดังลอดเข้ามาในความมืด "แน่ใจนะว่ามันยังอยู่แถวนี้ รถจอดอยู่เห็นๆ" "แยกย้ายหากันให้ทั่ว ให้มันรู้ซะบ้างว่าอย่ามาล้ำเส้นโปรเจกต์หมื่นล้าน" เสียงฝีเท้าเดินเลยผ่านไปทางโซนท้ายลานจอดรถ ธามผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ เขายังคงยืนบังร่างเพรียวบางของรินรดาไว้มิดชิด ปลายนิ้วที่เคยทาบอยู่บนริมฝีปากนุ่มค่อยๆ เลื่อนลงมาจับต้นแขนเธอแทนเพื่อเช็กความเรียบร้อย "รออยู่ตรงนี้ อย่าแม้แต่จะส่งเสียงเด็ดขาด" เขากระซิบเสียงต่ำด้วยความดุดัน ก่อนจะก้าวเท้าเตรียมเดินออกไปเผชิญหน้ากับสถานการณ์ข้างนอกตามลำพบบ "เดี๋ยวก่อนค่ะคุณธาม!" รินรดาควชายเสื้อสูทของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่าการให้เขาไปเสี่ยงคนเดียวไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย ธามหันกลับมามองด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากดุอะไรออกไป สายตาของทั้งคู่ก็ต้องสะดุดเข้ากับบางสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ใต้ท้องรถเก๋งคันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก ลูกสุนัขพันธุ์ทางตัวเล็กกระจิรริด ขนปุกปุยสีขาวมอมแมมเต็มไปด้วยคราบฝุ่นละออง มันกำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจากเสียงฝีเท้าและบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว เจ้าตัวน้อยส่งเสียงครางหงิงๆ ออกมาเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่มันดังพอที่จะดึงดูดสายตาของคนทั้งคู่ให้หันไปมอง รินรดากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปหา แต่มือแกร่งของธามกลับคว้าเอวเธอไว้แล้วดึงรั้งให้ถอยกลับมาติดกับอกกว้างของเขาทันที "อันตรายน่ารินรดา" เขาเอ็ดเบาๆ "แต่มันตัวนิดเดียวเองนะคะคุณธาม ดูสิคะ มันสั่นไปหมดแล้ว" สถาปนิกสาวผู้ไม่เคยกลัวใคร กลับมีแววตาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองไปยังสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยที่ไร้ทางสู้ ธามมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความเมตตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างจำยอม ผู้ชายปากร้ายที่ใครๆ ต่างก็บอกว่าเลือดเย็น กลับค่อยๆ ย่อตัวลงต่ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังจนกลุ่มคนร้ายที่เดินตรวจอยู่รอบนอกไหวตัวทัน รินรดามองตามการกระทำนั้นด้วยความประหลาดใจ ภาพของวิศวกรโครงสร้างมาดเนี๊ยบ ผู้เกรี้ยวกราดในที่ประชุมและมักจะใช้ไม้บรรทัดเหล็กเคาะโต๊ะขู่คนอื่น ตอนนี้กำลังคุกเข่าลงกับพื้นปูนซีเมนต์สกปรก ยื่นมือหนาออกไปช้าๆ พลางส่งเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน "เฮ้... เจ้าตัวเล็ก ไม่เป็นไรนะ มานี่เร็ว" ธามพยายามขยับเข้าไปใกล้ลูกสุนัขที่กำลังหวาดผวา ปลายนิ้วแกร่งที่ปกติใช้จับปากกาเขียนแบบโครงสร้างเหล็กซับซ้อน บัดนี้กลับขยับเข้าหาเจ้าตูบน้อยอย่างทะนุถนอมที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาปล่อยให้มันดมกลิ่นมือก่อนจะช้อนอุ้มมันขึ้นมาแนบอกอย่างเบามือ ร่างเล็กๆ ของลูกสุนัขซุกเข้าหาความอบอุ่นจากอกเสื้อสูทราคาแพงของเขาโดยสัญชาตญาณ รินรดายืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปอย่างแรง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะมุมอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยองและปากจัดๆ ของผู้ชายตรงหน้าต่างหาก มันช่างมีเสน่ห์จนเธอยากจะละสายตา ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับประคองลูกสุนัขไว้ในอ้อมแขน เขาหันมาสบตากับรินรดาที่ยืนมองอยู่ก่อนแล้ว แววตาคมกริบทอประกายความละมุนขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด "มองอะไร หน้าฉันมีรอยเปื้อนหรือไง" เขายังคงฟอร์มจัดด้วยการเอ่ยปากแซะตามนิสัยเดิม แม้ว่าในอ้อมแขนจะกำลังอุ้มลูกหมาตัวจ้อยอยู่ก็ตามที "เปล่าค่ะ... แค่คิดว่าผู้ชายปากร้ายอย่างคุณ ก็มีมุมที่ใช้ได้เหมือนกันนี่คะ" รินรดาคลายยิ้มบางๆ ออกมาเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากการประชดประชัน แต่เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่ทั้งคู่เริ่มทำงานร่วมกันมา เคมีบางอย่างระหว่างคนทั้งสองหมุนวนเปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบ ความเกรี้ยวกราดจากสถานการณ์รอบตัวราวกับถูกละลายหายไปด้วยความอบอุ่นเฉพาะตัวที่อบอวลอยู่ระหว่างพวกเขา ธามชะงักไปกับรอยยิ้มนั้น สมองของวิศวกรหนุ่มประมวลผลช้าลงกว่าปกติหลายวินาที แต่ทว่า... ความเงียบสงบในมุมอับนั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก "เฮ้ย! ตรงนั้นมีเงาคนขยับ!" เสียงตะโกนก้องดังมาจากฝั่งทางออกลานจอดรถ ตามด้วยเสียงฝีเท้าหลายคู่ที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาทางเสาปูนที่พวกเขากำลังยืนอยู่ ธามหน้าตึงขึ้นมาทันที เขารวบลูกสุนัขส่งให้รินรดาถือไว้ด้วยมือเดียวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าข้อมือเธอให้เตรียมวิ่งหนี "เวรเอ๊ย... พวกมันมาทางนี้แล้ว วิ่งรินรดา!" รินรดารับเจ้าตัวเล็กมากอดแนบอกแน่น สองขายาวก้าวตามแรงดึงของธามพุ่งทะยานออกไปสู่อีกฝั่งของลานจอดรถ เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนร้ายไล่หลังมาติดๆ บรรยากาศความตึงเครียดกลับมาพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดในชั่วพริบตา เบื้องหน้าคือทางตันของมุมอับตึกจอดรถที่ไม่มีทางหนีอื่น ธามผลักรินรดาเข้าไปชิดผนังปูนด้านในสุด ก่อนจะกางแขนออกกั้นเธอไว้จากโลกภายนอกทั้งหมด ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นชิด ร่างกายแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นส่ำ เงาดำของกลุ่มคนร้ายหยุดยืนอยู่ที่มุมทางเลี้ยวห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นคอนกรีตดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย ธามก้มลงมองหน้าหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขน ใบหน้าของพวกเขาห่างกันเพียงคืบเดียว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นไหวระริก "ถ้าเราลอดออกไปจากตรงนี้ไม่ได้... ฉันจะบอกความลับอย่างหนึ่งที่คุณคาดไม่ถึงเลยล่ะ รินรดา" ธามกระซิบเสียงพร่าชิดริมหูเธอ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของศัตรูที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ --- รี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน โปรดเตรียมใจให้พร้อมสำหรับตอนถัดไป เพราะความลับที่ธามกำลังจะเอ่ยปากบอก อาจเปลี่ยนความสัมพันธ์ของสถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกมไปตลอดกาลค่ะ! ด้วยรักและอินจัด - ไวโอเล็ตการ์เด้น
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%