สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม•ตอนที่ 10

อย่ามายุ่งเรื่องส่วนตัว

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
กลิ่นอายจางๆ ของกาแฟอาราบิก้าคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษไขและหมึกพิมพ์แปลนก่อสร้าง ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานชั่วคราวบนไซต์งานโครงสร้างตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง ทว่าบรรยากาศในเวลานี้กลับอึมครึมเสียยิ่งกว่าท้องฟ้าก่อนพายุก่อตัว รินรดากำด้ามปากกาหมึกซึมในมือแน่นเสียจนข้อนิ้วเรียวขาวซีด ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เฉี่ยววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ขณะจ้องมองร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานของเธออย่างถือดี ธามไม่สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกสาวแม้แต่น้อย เขากลับยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่รินรดาลงความเห็นว่าน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก ดวงตาสองชั้นหลบในคมกราดคู่นั้นกวาดมองเอกสารปรับแบบโครงสร้างในมือเธอ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับเธอตรงๆ อย่างไม่คิดจะหลบเลี่ยง "คุณแก้แบบคานรับน้ำหนักตรงโซน B อีกแล้วนะรินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังพอจะทำให้ห้องทั้งห้องเงียบกริบ "นี่เป็นรอบที่สามในสัปดาห์นี้ที่คุณเอาแต่ใจตัวเองเรื่องดีไซน์ โดยไม่ยอมฟังคำเตือนเรื่องความปลอดภัยพื้นฐาน" "ฉันไม่ได้เอาแต่ใจ!" รินรดาตวัดสายตากลับทันควัน แรงอารมณ์พุ่งพล่านจนเธอต้องลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เพื่อไม่ให้ตัวเองดูด้อยกว่าผู้ชายที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ "เสาเหล็กและคานตามแบบเดิมมันทำให้สเปซตรงโถงรับรองแคบลงจนเสียสุนทรียศาสตร์ของสถาปัตยกรรมหมด ฉันเป็นคนออกแบบตึกนี้ ฉันย่อมรู้ว่าอะไรสวยและเหมาะสมที่สุด!" "แต่ผมเป็นคนคำนวณโครงสร้างเพื่อให้มันไม่ถล่มลงมาทับหัวคนตาย!" ธามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังขึ้นเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับเฉียบคมและทรงพลังจนรินรดาชะงักไปชั่วขณะ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอทีละน้อย แรงกดดันจากตัวตนของเขาทำให้พื้นที่รอบตัวรินรดาราวกับแคบลงจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการตรวจหน้างานเมื่อครู่ลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยที่พยายามเต้นให้เป็นจังหวะปกติเริ่มรั้นขึ้นมาในอก "คุณกำลังเอาอารมณ์และความอยากได้อยากมีของตัวเองมาเดิมพันกับความปลอดภัยของโครงการ" ธามโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจใบพักตร์เนียนใสที่กำลังขึ้นสีเรื่อด้วยความโกรธ "อย่าเอาเรื่องส่วนตัว... มาปะปนกับงานสถาปัตย์ของคุณเลยริน" คำว่า 'เรื่องส่วนตัว' กระแทกเข้ากลางใจของสถาปนิกสาวเข้าอย่างจัง เหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำรอยแผลที่เธอกำลังพยายามกลบฝังไว้ รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาที่ขอบตา แต่คนอย่างรินรดาไม่มีวันยอมแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น โดยเฉพาะต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้ "เรื่องส่วนตัวอะไรของคุณคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันถูกปั้นแต่งขึ้นบนริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ "อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยวิศวกรธาม ฉันก็แค่ทำงานของฉันตามหน้าที่ และถ้าคุณจะกรุณา ถอยออกไปห่างๆ ฉันด้วยค่ะ พื้นที่ตรงนี้มันแคบพออยู่แล้ว ไม่อยากหายใจร่วมกับคนทื่อมะลื่อแบบคุณนานเกินไป" ธามนิ่งงันไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม แต่รินรดารู้ทันว่าภายใต้หน้ากากนิ่งขรึมนั้น เขากำลังคิดอะไรอยู่ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ปากของเขาจะร้ายกาจและคอยขัดขาเธอในทุกเรื่อง แต่สายตาที่ใช้มองเธอยามเผลอไผล กลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ร้อนแรงจนเธอเกือบจะเผลอใจเชื่อ ...เกือบจะเชื่อว่าผู้ชายคนนี้รู้สึกเหมือนกับที่เธอกำลังรู้สึก... "ปากเก่งแบบนี้ทุกทีสิน่า" ธามพึมพำเสียงต่ำ มือหนาเอื้อมออกมาราวกับจะปัดปอยผมที่ตกลงมาปรೇกแก้มเนียนของเธอออกให้ แต่รินรดาเบี่ยงตัวหลบราวกับถูกไฟลวก ปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วและรุนแรงนั้นทำให้ชะงักค้างกลางอากาศ "อย่ามายุ่งกับฉัน!" รินรดาตวาดเสียงกร้าว หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอถอยหลังกรูดจนสะโพชนั่งกระแทกกับขอบโต๊ะทำงาน "บอกแล้วไงว่าอย่าล้ำเส้น! เรื่องของเรามันเป็นแค่ความผิดพลาดในคืนนั้น... และฉันก็คิดจะลืมมันไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าออกจากห้องของคุณแล้วด้วยซ้ำ!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานทันทีที่คำพูดตัดเยื่อใยหลุดออกจากปากของสถาปนิกสาว ธามลดมือลงช้าๆ แววตาที่เคยมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ บัดนี้กลับเย็นชาลงจนน่าใจหาย สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เขายืดตัวตรงเต็มความสูง ความกดดันรอบตัวเปลี่ยนจากความร้อนรุ่มกลายเป็นความหนาหนักราวกับก้อนหินที่พร้อมจะถล่มลงมาทับคนฟัง "อ๋อ... ความผิดพลาดงั้นเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้าๆ ทุกคำพูดบาดลึกราวกับใบมีดโกน "งั้นที่คุณคอยส่งสายตา คอยกวนประสาท และทำให้ผมต้องคอยตามเช็ดตามล้างปัญหาที่คุณก่อ... มันก็คงเป็นความผิดพลาดในสายตาคุณสินะ" "ใช่ค่ะ!" รินรดาตะโกนออกไปเพื่อกลบเกลื่อนความวูบโหวงในอกที่กำลังแผ่ขยาย เธอกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเจ็บแปลบ "เพราะฉะนั้น เลิกทำตัวเหมือนแคร์ฉัน เลิกเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของฉันสักที! เราต่างคนต่างทำงาน จบโครงการนี้ก็ต่างคนต่างไป ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมาญาติดีกันอีก!" ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความสนุกสนานโดยสิ้นเชิง ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับจะอ่านทะลุปรุโปร่งไปถึงหัวใจที่กำลังสั่นไหว "อยากให้ผมเลิกยุ่งนักใช่ไหม..." ธามก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้ง คราวนี้รวดเร็วและเด็ดขาดเกินกว่าที่เธอจะทันตั้งตัว มือหนาคว้าเข้าที่เอวบางรั้งเข้ามาประชิดจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างอวบอิ่ม "งั้นก็ช่วยจำใส่สมองเอาไว้ให้ดี รินรดา..." "นี่คุณ! ปล่อยนะ—อื้อ!" คำพูดท้วงติงถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาประกบลงมาปิดเรียวปากอิ่มของเธออย่างดิบเถื่อนและเร่าร้อน ไร้ซึ่งความปรานี ไร้ซึ่งคำอธิบายใดๆ มีเพียงแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานนับสัปดาห์ถูกระบายผ่านจูบที่ทั้งดุดันและเรียกร้อง รินรดิกเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด แรงจะผลักไสหายไปไหนหมดไม่รู้เมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของเขาล็อคท้ายทอยเธอไว้แน่น บังคับให้เธอต้องรับสัมผัสวาบหวามที่ทำเอาเข่าแทบทรุด รสจูบที่ทั้งโกรธ ทั้งหึงหวง และทั้งคลั่งรัก... ละลายกำแพงทิฐิที่เธอก่อขึ้นมาจนพังทลายลงในพริบตา ก่อนที่รินรดาจะเผลอเคลิบเคลิ้มและยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งตามสัญชาตญาณดิบ ธามก็ผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวโยน ใบหน้าแดงก่ำริมฝีปากบวมเจ่อ ดวงตาฉ่ำน้ำด้วยความตื่นตะลึง ธามก้มลงกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงกระซิบพร่าทุ้มต่ำที่ทำเอาขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง "ต่อให้คุณพยายามผลักไสผมแค่ไหน... แต่จำไว้ริน ผมไม่เคยปล่อยให้ของๆ ผมหลุดมือไปง่ายๆ หรอกนะ" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ตั้งสติจากคำประกาศกร้าวและจูบที่สูบวิญญาณนั้น เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของน้องฝึกงานที่ร้องเรียกเสียงหลง "พี่รินคะ! แย่แล้วค่ะ! โครงสร้างโซน C เกิดรอยร้าว ทีมวิศวกรหน้างานบอกว่า... อุ๊ย!" เด็กสาวชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพวิศวกรหนุ่มสุดโหดกำลังยืนโอบกอดสถาปนิกสาวคนเก่งในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจรดต้นคอ รินรดารemoved สติกลับมาได้ในเสี้ยววินาที เธอน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตกใจ รีบผลักอกธามออกสุดแรง พร้อมกับหันไปเผชิญหน้ากับเด็กฝึกงานที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ! หวังว่าจะฟินและจิกหมอนไปกับเคมีที่เดือดพล่านคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - ไวโอเล็ตการ์เด้น
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%