สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม•ตอนที่ 8

ทริปดูงานที่วุ่นวาย

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจรกั้นห้องประชุมสะท้อนก้องจนรินรดาต้องเลิกคิ้วขึ้นสูง ปัญหาหน้างานที่ธามเพิ่งผละไปเคลียร์เมื่อครู่ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องเล็กเสียแล้ว แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอกำลังสนใจในวินาทีนี้... ประเด็นสำคัญคือ ตารางงานที่ถูกเลื่อนขึ้นมาอย่างกะทันหันต่างหาก ที่ทำให้เธอกับเขาต้องกลายมาเป็นเพื่อนร่วมทางบนรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อคันโต มุ่งหน้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางแบบนี้ "ถ้าคุณยังนั่งถอนหายใจเสียงดังใส่ฉันอีกสักรอบ ฉันจะถือว่าคุณจงใจก่อกวนสมาธิคนขับ และจะขอลงไปเดินทอดน่องริมถนนสายเอเชียแทนนะคะ คุณวิศวกร" รินรดาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดแบรนด์ดังเหลือบมองคนข้างกายที่กำลังกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว ธามไม่แม้แต่จะหันมามอง เค้าโครงใบหน้าคมคายด้านข้างดูเคร่งขรึมและหยิ่งทะนงตามแบบฉบับ เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีที่ทำเอาคนมองต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทว่าปากเจ้าระเบียบของเขานี่สิ... น่าเอาคัตเตอร์กรีดนัก "ถ้าไม่อยากไปดูวัสดุบุผนังล็อตใหม่ด้วยตัวเอง ก็ควรส่งอีเมลปฏิเสธตั้งแต่วันแรกที่ผมเสนอโปรเจกต์นี้ ไม่ใช่มานั่งบ่นกระปอดกระแปอดเหมือนเด็กถูกขัดใจอยู่บนรถผมตอนนี้ครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะรำคาญเอ่ยตอบอย่างไม่ยอมแพ้ "อ้าว! พูดจาแบบนี้หมายความว่าไงคะคุณธาม ใครเด็กกัน? ฉันเป็นสถาปนิกหลักของโครงการนะ การจะเลือกหินอ่อนนำเข้าหรือกระเบื้องเซรามิกพิเศษ มันก็ต้องอาศัยสายตาทางศิลปะและความเข้าใจเรื่องสเปซ ไม่ใช่ใช้แค่ตรรกะแข็งกระด้างแบบวิศวกรสมองกลอย่างคุณมาตัดสินใจหรอกค่ะ!" รินรดาหันขวับไปเอาเรื่องทันที สองแขนกอดอกแน่น ชุดสูทเบลเซอร์สีเบจเข้ารูปยิ่งขับให้เธอดูเฉี่ยวคมและดุดันขึ้นเป็นกอง "หึ... ศิลปะเหรอครับ" ธามแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้ต่อuยเสียเหลือเกิน "ศิลปะของคุณมันทำให้ผู้รับเหมาปวดหัวมาหลายรอบแล้วรินรดา จำไม่ได้เหรอว่าแบบที่คุณแก้ล่าสุด ทำเอาโครงสร้างรับน้ำหนักแทบพังทลายถ้าผมไม่ช่วยคำนวณเซฟโซนไว้ให้" "นั่นเพราะคุณมันหัวโบราณต่างหาก! ชอบจำกัดจินตนาการด้วยตัวเลขทื่อๆ" รถยนต์คันโตเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่โรงงานผลิตและคลังสินค้าวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความอลหม่านของเครื่องจักรและคนงาน ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง ความเงียบงันชั่วขณะก็เข้าปกคลุมห้องโดยสารอีกครั้ง รินรดาแอบถอนหายใจยาวเหยียด เธอไม่ได้หงุดหงิดเรื่องงานหรอ... แต่เธอหงุดหงิด 'เคมี' แปลกประหลาดที่มักจะพลุ่งพล่านทุกครั้งเวลาที่ได้ต่อปากต่อคำกับผู้ชายคนนี้ต่างหาก ระยะห่างระหว่างเบาะคนขับกับเบาะผู้โดยสารมันแคบเกินไป จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของเขาเริ่มรบกวนสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย "ลงไปได้แล้วครับ หรือจะรอให้ผมอุ้มลงไป" ธามหันมามองสบตา ตรง ๆ ดวงตาสีนิลคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่รินรดาอ่านไม่ออก แต่มันทำให้หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างน่าโมโห "ไม่ต้องค่ะ! ฉันมีขา เดินเองได้" การเดินตรวจเช็กวัสดุกินเวลาไปกว่าสามชั่วโมงเต็ม ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุและฝุ่นผงจากโรงงาน รินรดายังคงทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มือเรียวถือแท็บเล็ตจดบันทึกรายละเอียดของลายหินอ่อนแต่ละแผ่น ขณะที่ธามเดินตามประกบอยู่ไม่ห่าง สายตาคมกริบคอยกวาดมองความปลอดภัยรอบตัวเงียบๆ แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่การกระทำของเขากลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ทั้งคอยบังแดดให้ตอนที่เธอยืนคุยกับผู้จัดการโรงงาน ทั้งยื่นขวดน้ำแร่เย็นเจี๊ยบมาให้โดยไม่ต้องเอ่ยปากขอ "ดื่มซะ หน้าคุณซีดเป็นไก่ต้มแล้ว" ธามยื่นขวดน้ำให้พร้อมกับใช้ผ้าเช็ดหน้าสีเข้มของตัวเองซับเหงื่อตามกรอบหน้าผากให้เธอลวก ๆ อย่างถือวิสาสะ รินรดาชะงัก หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ เธอยกมือขึ้นปัดมือเขาออกเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ฉันจัดการเองได้ค่ะ คุณทำตัวเหมือนฉันเป็นเด็กสามขวบไปได้" "ถ้าปล่อยให้คุณเป็นลมกลางโรงงาน คนอื่นจะหาว่าผมดูแลผู้ร่วมงานไม่ดี... และที่สำคัญ ผมไม่ชอบอุ้มใครกลางแดดหรอกนะ มันร้อน" คำพูดกำกวมพร้อมรอยยิ้มมุมปากแบบนั้นทำเอารินรดาเกือบจะฟาดแท็บเล็ตใส่หน้าหล่อๆ ของเขาให้หายหมั่นไส้ หลังจากเสร็จธุระที่โรงงาน ทั้งคู่ตัดสินใจแวะทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาบรรยากาศร่มรื่น เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายและเตรียมตัวสำหรับนัดหมายในช่วงบ่าย อาหารพื้นบ้านรสจัดจ้านถูกลำเลียงมาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ รินรดาตักปลาคังลวกจิ้มเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ความเหนื่อยล้าเมื่อเช้าพลอยมลายหายไปเกือบหมด "อร่อยใช่ไหมล่ะครับ ร้านนี้ผมมาทานบ่อยเวลามาตรวจงานแถวนี้" ธามเอ่ยขึ้นขณะมองคนตรงข้ามเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเพลิดเพลิน เผลอยิ้มออกมาบางๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ "ก็... ใช้ได้ค่ะ ไม่เลวเลยสำหรับรสนิยมของวิศวกรสายแข็งอย่างคุณ" รินรดาตอบเสียงอู้อี้เพราะอาหารเต็มปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำ แต่ทว่า... จังหวะนั้นมือหนาของธามก็เอื้อมมาหยิบแก้วเดียวกันพอดี ปลายนิ้วเรียวของทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบาราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่าน รินรดาราวกับโดนน้ำร้อนลวก รีบชักมือกลับทันที ใบหน้าสวยเฉี่ยวขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด เธอก้มหน้ามองจานข้าวหลบสายตาดุที่มองตรงมาอย่างมีความหมาย "มือไม้สั่นเหรอครับ หรือว่า... เขินผม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแซ้าเย้าแหย่ จงใจโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะอาหารมากขึ้น จนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นชนกับสายตาร้อนแรงคู่นั้นพอดี "ใครเขินคุณกันคะ พูดเพ้อเจ้อ! กินข้าวไปเลยนะ" รินรดาแหวใส่กลบเกลื่อนความวูบไหวในอก ทว่า บรรยากาศกึ่งหวานกึ่งกัดกันเมื่อครู่กลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของธามดังขึ้นทำลายความเงียบ วิศวกรหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ เขาชำเลืองมองรินรดาก่อนจะกดรับสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ครับ... ว่าไงนะ" เสียงปลายสายดังลอดออกมาเบาๆ แต่พอดึงดูดความสนใจให้รินรดาต้องเงี่ยหูฟัง น้ำเสียงหวานใสที่เล็ดลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ทำเอาเธอนิ่งงั้นไปทันที *[ธามคะ... อยู่ไหนเอ่ย? มุกอยู่ที่หน้าไซต์งานกรุงเทพฯ แล้วนะ ทำไมรินบอกว่าคุณออกไปต่างจังหวัดกับยัยสถาปนิกคนนั้นล่ะคะ? รีบกลับมาเคลียร์เรื่องแบบให้มุกด่วนเลยนะ ไม่งั้นมุกจะฟ้องคุณอาจริงๆ ด้วย]* รอยยิ้มและบรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศทันที รินรดาวางช้อนในมือลงช้าๆ แววตาที่เพิ่งจะอ่อนโยนลงแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและตั้งกำแพงขึ้นมาอีกครั้ง เธอแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างสมเพชตัวเองที่เกือบจะเผลอใจไปกับความใส่ใจจอมปลอมของผู้ชายตรงหน้า "แฟนคุณตามมาทวงงานถึงที่แล้วนี่คะ งั้นเราคงไม่ต้องไปดูวัสดุรอบบ่ายต่อแล้วมั้ง คุณรีบขับรถพาฉันกลับไปส่งแล้วไปเคลียร์กับ 'คุณมุก' ของคุณให้เรียบร้อยเถอะค่ะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของความงอนง้อ มีเพียงความถือดีและเย่อหยิ่งที่กลับมาเต็มร้อย ธามวางสายโทรศัพท์ลง ใบหน้าคมเข้มตึงเปรี๊ยะขึ้นมาทันที แววตาที่มองรินรดามีความร้อนรนฉายชัดเป็นครั้งแรก "รินรดา ฟังผมก่อน... เรื่องยัยนั่นมันไม่ใช่..." "ไม่ต้องอธิบายหอะไรทั้งนั้นค่ะ ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องส่วนตัวของคุณ" สถาปนิกสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าถือคู่ใจมาสะพายไหล่ด้วยท่าทางเด็ดเดี่ยว "ถ้าคุณไม่ขับรถกลับ ฉันเรียกแท็กซี่กลับเองได้ค่ะ ลากور" เธอก้าวเดินหนีออกมาจากโต๊ะอาหารทันทีโดยไม่รอฟังคำททักท้วงใดๆ ทั้งสิ้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิด และ... เสียใจอย่างน่าประหลาด แต่ทว่า... เดินพ้นออกมาได้แค่ก้าวเดียว ข้อแขนเรียวก็ถูกมือหนาคว้าหมับไว้แน่น แรงดึงรั้งทำให้เธอเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวโชยเข้าจมูกยิ่งกว่าเดิม "ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไงคะคุณธาม!" รินรดาพยายามดิ้นรนขัดขืนเงยหน้าขึ้นเตรียมจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ใส่คนเอาแต่ใจ ธามก้มลงมองเธอด้วยแววตาดุดันและลุ่มลึกเกินกว่าจะคาดเดา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ริมฝีปากของเธอเพราะระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงาม ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาสติของเธอขาดผึ่ง "อย่าเพิ่งงี่เง่าใส่ผมตอนนี้รินรดา... เพราะคนที่ยืนรอเราอยู่ที่รถ ไม่ใช่แค่ 'ยัยมุก' อย่างที่คุณเข้าใจหรอก" ธามเว้นจังหวะไปนิด ปลายนิ้วแกร่งเชยคางเธอให้เงยขึ้นสบตาตรงๆ น้ำเสียงของเขาลดต่ำลงจนกลbeเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความระแวงระวัง "แต่เป็นคนที่จ้องจะเล่นงานคุณให้พ้นจากโปรเจกต์นี้มาตลอด... และตอนนี้พวกมันกำลังดักรอเราอยู่ที่ลานจอดรถข้างหน้าแล้ว" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความระอุในตอนนี้ด้วยกันนะคะ รับรองว่าตอนหน้าเดือดกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%