รอยยิ้มมุมปากของธามในวินาทีนั้น ไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหยันที่รินรดานึกหมั่นไส้เหมือนทุกครั้ง แต่มันคือความนิ่งสนิทที่ทรงพลังจนสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครถึงกับเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าคุณยังยืนจ้องผมด้วยสายตาเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อแบบนั้น..." เสียงทุ้มต่ำลอยละลิ่วข้ามความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ "พรุ่งนี้เช้าแบบแปลนโครงสร้างที่คุณแก้มาทั้งหมด คงได้กลายเป็นกระดาษรีไซเคิลแน่ครับ... อ้อ หมายถึง ในมุมมองของวิศวกรที่มองความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่งน่ะนะ"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เผลอเชิดคางขึ้นตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "ฉันไม่ได้มองแบบนั้นสักหน่อย! แล้วอีกอย่าง ฉันแก้ตามหลักสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงความงามและความโปร่งโล่ง ไม่ใช่สร้างตู้คอนเทนเนอร์ทึบๆ ให้คนงานอยู่หลบฝนนะคะ คุณธาม"
"ความงามที่ไร้ฐานรากมารองรับ ก็เป็นแค่ภาพฝันลมๆ แล้งๆ ของสถาปนิกที่ชอบทำตามใจตัวเองนั่นแหละครับ" เขาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับพราวระยับราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้ต่อปากต่อคำกับเธอ
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้เกิดมาเพื่อทำให้เธอเส้นเลือดในสมองแตกหรือยังไงกันนะ!
รินรดาพ่นลมหายใจพรืดใหญ่อย่างเหลืออด เธอสะบัดหน้าหนีแล้วควσόกระเป๋าเอกสารคู่ใจเดินดุ่มๆ ออกจากห้องประชุมโดยไม่คิดจะกล่าวคำลา ทว่าความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกกลับทำให้เธอตัดสินใจเดินเลยไปยังโซนสำนักงานชั่วคราวชั้นสาม แทนที่จะดิ่งกลับคอนโดมิเนียมหรูทันทีอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก เธอลืมแฟลชไดรฟ์บรรจุโมเดลสามมิติชุดใหม่ไว้ที่โต๊ะทำงาน และเธอไม่อยากเสียเวลามาหยิบมันในวันพรุ่งนี้
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเที่ยงคืนกว่า บรรยากาศภายในไซต์งานก่อสร้างยามวิกาลเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ และแสงไฟนีออนสีขาวนวลจากโต๊ะทำงานตัวมุมสุดที่ยังคงสว่างวาบ
รินรดาชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องกระจกใส ร่างสูงโปรดของวิศวกรหนุ่มเจ้าEะระเบียบผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ บัดนี้ไร้ซึ่งเสื้อสูทสากลสีเข้มตัวนอก เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดกระดุมออกสองเม็ดเผยให้เห็นลำคอแกร่งและไหปลาร้าได้รูป แขนเสื้อถูกพับขึ้นลวกๆ จนถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามอารมณ์ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังสางผมสีเข้มที่ยุ่งเหยิงอย่างหงุดหงิด
บนโต๊ะรกเรื้อไปด้วยกระดาษคำนวณโครงสร้าง แผ่นพิมพ์เขียวที่ถูกกากบาทแก้แล้วแก้อีกนับไม่ถ้วน และแก้วกาแฟสำเร็จรูปที่วางซ้อนกันระเกะระกะไม่ต่ำกว่าสามแก้ว
ภาพนั้น... แตกต่างจาก 'ธาม' คนที่ชอบทำหน้าตายกยิ้มเยาะเธอในยามกลางวันอย่างสิ้นเชิง
รินรดายืนนิ่งอยู่ที่เดิม หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำผิดจังหวะโดยไม่ได้รับอนุญาต เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าภายใต้มาดนิ่งขรึมและคำพูดเชือดเฉือนปากจัดพวกนั้น เขาจะต้องแบกรับภาระและทุ่มเทหยาดเหงื่อมากขนาดนี้เพื่อโปรเจกต์นี้ โปรเจกต์ที่พวกเขากำลังแข่งขันและร่วมมือกันผลักดันมันไปพร้อมๆ กัน
จังหวะนั้นเอง ธามเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเย่อหยิ่งบัดนี้กลับดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เขานวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเฮือกใหญ่ เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาคมกวาดมาเจอเงาร่างคุ้นเคยที่ยืนสะท้อนอยู่บนกระจกใสพอดี
ธามชะงักค้าง แววตาเหนื่อยอ่อนแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะรีบดึงใบหน้าเรียบตึงกลับมาสวมทับอย่างรวดเร็ว
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นเขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเท้าตรงมาที่ประตู ก่อนจะผลักบานกระจกเปิดออกเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ
"คุณ..." เสียงทุ้มแหบพร่าเล็กน้อยจากการใช้เสียงมาทั้งวัน "ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมยังไม่กลับบ้านครับ หรือว่าจงใจเดินกลับมาดูว่าผมแอบร้องไห้เพราะแก้แบบของคุณไม่ผ่านหรือไง"
แม้ปากจะยังคงพ่นคำพูดกวนประสาทออกมาได้ไม่เว้นแต่ละช่วงหายใจ แต่ดวงตาคู่เดิมกลับไม่ได้ซ่อนความอ่อนล้าเอาไว้เลยแม้แต่น้อย รินรดาเม้มปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอดตีรวนขึ้นมาในอก
"ฉันลืมแฟลชไดรฟ์ต่างหากล่ะคะ อย่าสำคัญตัวผิดนักเลย..." รินรดาเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาฟอร์ม แต่เสียงของเธอกลับเบากว่าปกติอย่างน่าประหลาด "แล้วก็... ไม่คิดว่าคุณจะบ้างานขนาดนี้ ถึงขนาดกินนอนอยู่ใต้หมวกนิรภัยหรือไงกัน"
ธามเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันกลับเจือความอ่อนโยนบางเบาที่ทำเอาสถาปนิกสาวถึงกับหายใจติดขัด
"ถ้าไม่อยู่เฝ้าโปรเจกต์นี้ให้ดี มีหวังโดนสถาปนิกปากจัดแถวนี้รื้อทิ้งหมดพอดีสครับ" เขาพูดพลางก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ
รินรดาผถอยหลังไม่ได้เพราะติดขอบโต๊ะทำงานด้านหลัง หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนยืนพรีเซนต์งานต่อหน้าคณะกรรมการเสียอีก กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นกระดาษและกาแฟจางๆ ลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูก
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้หาคำพูดไหนมาโต้ ริมฝีปากหยักก็ขยับเตรียมจะเอ่ยบางอย่างออกมาเพิ่ม ทันใดนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโهاกฮากของหัวหน้าคนงานก่อสร้างก็ดังลั่นขึ้นมาจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกใสตรงมายังห้องที่พวกเขายืนอยู่!
"คุณธามครับ! แย่แล้วครับ เสาเข็มโซน C เกิดปัญหา น้ำใต้ดินดันทะลักขึ้นมาหน้าไซต์งานแล้วครับ!"
รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองทางประตูทันที ขณะที่ธามสบถเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นประกายความเคร่งเครียดเฉียบพลันในเสี้ยววินาที เขาหันกลับมามองสถาปนิกสาวที่ยืนตัวแข็งอยู่ตรงหน้า ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวของเธอเอาไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อย
"อยู่กับผมตรงนี้ ห้ามไปไหนเด็ดขาด..." ธามกระซิบเสียงต่ำชิดริมหู น้ำหนักมือที่บีบกระชับข้อมือเธอสื่อความหมายชัดเจนว่า เรื่องใหญ่รออยู่ตรงหน้าแล้ว
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม•ตอนที่ 4
ความลับใต้หมวกนิรภัย
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!