สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม•ตอนที่ 5

เมื่อต้องติดอยู่ในไซต์

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
"ปล่อยค่ะคุณธาม บอกให้ปล่อยไงคะ หูหนวกหรือไง!" เสียงหวานตวาดลอดไรฟัน ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำของฟ้าร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหวจนกระจกบานใหญ่ของออฟฟิศสนามสั่นสะเทือน แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย รินรดาหน้าดำคร่ำเครียด ดวงตากลมโตตวัดมองวิศวกรหนุ่มตัวสูงใหญ่ที่ยืนบังทางออกราวกับกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก ธามไม่เพียงแต่ไม่ยอมปล่อย เธอยังรู้สึกได้ว่าฝ่ามือหนานั้นร้อนผ่าวราวกับคนไข้ไข้ขึ้นสูง ทว่าแววตาที่มองกลับมานิ่งสนิทและดุดันจนน่ากลัว "ข้างนอกนั่นพายุเข้า ฟ้าผ่าลงเสาไฟหลักของไซต์งานแล้วค่ะคุณสถาปนิก ถ้าคุณไม่อยากเดินไปเหยียบสายไฟแรงสูงจนกลายเป็นปูนปั้นประดับไซต์ ก็หุบปากแล้วยืนนิ่งๆ ซะ" ธามสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา แต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดที่พยายามกดเอาไว้ "ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องมา..." *เปรี้ยง!* เสียงฟ้าผ่าผ่าลงมาใกล้จนแทบจะประชิดตัว อาคารชั่วคราวของไซต์งานดับวูบลงในพริบตา ความมืดสนิทเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที มีเพียงแสงวาบจากสายฟ้าภายนอกที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ ทำให้เห็นเงาสลัวของทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันอย่างใกล้ชิด ชิดเสียจนรินรดาได้กลิ่นอายฝนผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ จากตัวเขา หัวใจดวงน้อยกระหน่ำซัดรัวราวกับกลองเพล ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกชั่วขณะ มือหนาที่เคยจับข้อมือเธอเปลี่ยนเป็นการคว้าเอวบางรั้งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วเมื่อแรงสั่นสะเทือนจากฟ้าผ่าทำให้โครงสร้างไม้ชั่วคราวโยกเยก รินรดาหลุดอุทานเสียงหลง มือเรียวเล็กยันแผงอกกว้างของเขาไว้ตามสัญชาตญาณ เนื้อตัวของเขาร้อนจัดผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตทำงาน "นี่คุณ! ฉวยโอกาสเหรอคะ!" เธอเค้นเสียงดุ แม้ความสั่นเครือในน้ำเสียงจะทรยศความมั่นใจของตัวเองไปเสียสนิท "ถ้าผมฉวยโอกาส คุณคงไม่ได้ยืนเถียงผมอยู่แบบนี้หรอกค่ะ" ธามก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนคนฟังขนลุกซู่ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงทำให้สถาปนิกสาวถึงกับสมองตื้อตันไปชั่วขณะ "ยืนนิ่งๆ ยัยตัวแสบ... พื้นตรงนั้นมันรั่ว น้ำกำลังซึมเข้ามา คุณอยากลื่นหัวฟาดพื้นตายคาไซต์ของตัวเองหรือไง" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ แม้จะรู้ว่าเขาพูดความจริง—เพราะตอนนี้เสียงหยดน้ำฝนที่รั่วจากหลังคาเริ่มดังติ๋ๆ ลงบนพื้นคอนกรีตเบื้องล่างแล้ว—แต่ทิฐิและศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนเธอไม่อยากยอมจำนนให้เขาง่ายๆ เธอดิ้นขลุกขลักเล็กน้อยเพื่อประท้วง แต่ยิ่งดิ้น อ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบรอบเอวเธอกลับยิ่งกระชับแน่นขึ้น ราวกับคีมเหล็กที่ไม่มีวันหลุดรอด "ปล่อยฉันเถอะค่ะ อึดอัดจะตายอยู่แล้ว" เธอเปลี่ยนแผนใช้น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย พร้อมกับใช้ศอกกระทุ้งเบาๆ ที่สีข้างเขา "ถ้าปล่อยแล้วคุณจะวิ่งออกไปลุยฝนข้างนอกนั่นไหมล่ะครับ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมตัว" ธามเปลี่ยนสรรพนามกระทันหัน น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่เล็กน้อย ทว่าแววตาในความมืดที่สะท้อนแสงฟ้าแลบกลับจริงจังจนน่ากลัว "คิดว่าผมอยากกะเกณฑ์คุณไว้ในที่แคบๆ แบบนี้หรือไง รินรดา" "ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณชอบบังคับคนอื่น!" "ผมไม่ได้บังคับ... ผมแค่กำลังปกป้องผลงานชิ้นเอกของตัวเองอยู่ต่างหาก" คำพูดนั้นทำเอารินรดาชะงัก เธอนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที "ผลงานชิ้นเอกอะไรของคุณคะ อย่ามาทำเป็นลิ้นไก่สั้นนะ" "หมายถึงคุณนั่นแหละ..." ธามตอบกลับหน้าตาเฉย แม้จะมองไม่เห็นสีหน้าเขาชัดเจน แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ผ่านน้ำเสียงนั้น "สถาปนิกปากจัดที่ดื้อด้านที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา ถ้าปล่อยให้คุณเดินออกไปโดนพายุพัดปลิวหายไปจริงๆ ผมจะไปหาใครมาเถียงด้วยเวลาตรวจแบบล่ะครับ" รินรดาอยากจะกรี๊ดใส่หน้าไอ้วิศวกรปากเสียคนนี้ให้คอแตก ปากบอกว่าเถียง แต่การกระทำกลับโอบกอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้ออกห่างแม้แต่นิ้วเดียว ความใกล้ชิดในพื้นที่ปิดตายและเสียงฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่ไม่ได้มาจากสภาพอากาศ เมื่อไฟฟ้าสำรองของไซต์งานยังไม่ทำงาน ทั้งคู่จึงต้องติดอยู่ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงแฟลชจากธรรมชาติเป็นเพื่อน ธามพาเธอเดินเลี่ยงมายังมุมโต๊ะทำงานด้านในที่มีเก้าอี้พนักพิงสูง เขากดไหล่เธอให้นั่งลง ส่วนตัวเองก็ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ตรงหน้า เพื่อให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกัน แม้จะมืดแต่วิสัยทัศน์เริ่มปรับตัวทำให้รินรดาเห็นโครงหน้าคมคายและสันจมูกโด่งเป็นสันของเขาได้รางๆ "ทำไมต้องทำหน้าดุขนาดนั้นด้วยคะ ฉันไม่ได้เป็นคนสั่งให้พายุเข้าสักหน่อย" เธอบ่นพึมพำ แก้เขินด้วยการกอดอกเชิดหน้าหนี "ไม่ได้ดุ แค่กำลังคิดอยู่ว่า..." ธามเว้นจังหวะไปนิด มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่เปียกชื้นเพราะละอองฝนออกจากแก้มเนียนของเธออย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอารินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจกระหน่ำเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม "ว่าถ้าติดอยู่ตรงนี้จนถึงเช้า เราควรจะเคลียร์เรื่องแบบโครงสร้างที่เถียงค้างไว้เมื่อตอนบ่าย หรือจะเคลียร์เรื่องหัวใจของคุณก่อนดี" "คุณธาม!" สถาปนิกสาวหน้าแดงก่ำ แม้ในความมืดเธอก็รู้ว่าตัวเองกำลังเสียฟอร์มอย่างราบคาบ "นี่คุณเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย ปล่อยฉันนะ ฉันจะไปหาไฟฉาย" "ไม่มีไฟฉายหรอกครับ พายุลูกใหญ่ขนาดนี้ หม้อแปลงระเบิดไปแล้ว" เขาตอบหน้าตาย ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนเข่าของเขาแทบจะชิดกับเก้าอี้ที่เธอนั่ง "แล้วอีกอย่าง... อยู่ตรงนี้กับผม มันไม่ดีตรงไหนเหงาตายล่ะครับ" "ดีตายล่ะส... อุ๊บ!" รินรดายังไม่ทันได้เถียงต่อ นิ้วเรียวของวิศวกรหนุ่มก็ยื่นมาแตะริมฝีปากอิ่มของเธอเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม สัมผัสนั้นอบอุ่นและนุ่มนวลจนน่าประหลาดใจ คำพูดทุกคำที่เตรียมจะพ่นใส่หน้าเขาพลينกลืนหายเลือนหายไปในลำคอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนสับสน "เงียบก่อน..." ธามกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ "ฟังเสียงนี่สิครับ" รินรดานิ่งงัง เธอยอมเงี่ยหูฟังตามที่เขาบอก ท่ามกลางเสียงสายฝนที่สาดซัดกระทบหลังคารang ก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆ ลอยมาจากด้านนอก—เสียงฝีเท้าที่ย่ำผ่านโคลนตมเข้ามาใกล้ประตูออฟฟิศสนามทีละน้อย ทีละน้อย อย่างเชื่องช้าและน่าสงสัย ไฟฉายแรงสูงสาดส่องลอดรอยแตกของประตูไม้เข้ามาวับๆแวมๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังปังๆ สามครั้งติดต่อกัน ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคยตะโกนฝ่าสายฝนเข้ามา "มีใครอยู่ข้างในไหมครับ! ทางบริษัทใหญ่ส่งคนมาตรวจสอบความเสียหายด่วน!" ธามหรี่ตาลงทันที แววตาขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นความเย็นชาและระแวดระวังเต็มพิกัด เขารemove มือออกจากริมฝีปากเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของรินรดาเอาไว้ด้านหลังมิดชิด รินรดากำชายเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจพุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อรู้ว่า... คนที่มาเคาะประตูในยามวิกาลและท่ามกลางพายุเข้าแบบนี้ ไม่น่าจะเป็นพนักงานบริษัททั่วไปอย่างแน่นอน! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวและหัวใจของตัวละครไป1บารมีนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ไวโอเล็ตการ์เด้น
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%