"ถอยไปยัยตัวแสบ ถ้าไม่อยากหัวแตกซะก่อน" เสียงกระซิบต่ำพร่าดังติดริมหู พร้อมกับแรงฉุดกระชากที่ทำให้ร่างโปร่งของรินรดาเซถลาไปปะทะแผ่นอกกว้างของธามอย่างจัง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝนและบุหรี่จาง ๆ พุ่งเข้าปะทะนาสิก ทว่าวินาทีนี้ไม่มีใครมีอารมณ์มาหวั่นไหวกับความใกล้ชิด เพราะเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับอยู่หลังบานกระจกฝ้าของประตูห้องพักไซส์วีไอพีในไซต์งานกำลังเงื้อมือขึ้นเคาะซ้ำ—สามครั้งหนัก ๆ เป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงความคุกคามอย่างชัดเจน
ประตูบานเลื่อนอลูมิเนียมคอมโพสิตไม่ได้ถูกล็อกสนิท เนื่องจากกลอนประตูฝั่งระเบียงฝนสาดจนรางติดขัด ธามใช้มือข้างหนึ่งดันรินรดาไปหลบหลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กที่ยังไม่ฉาบปูน ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปคว้าประแจปากตายขนาดสิบสองนิ้วที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานสนามขึ้นมาถือไว้มั่น ดวงตาคมกริบทอประกายดุดันราวกับเสือดาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อผู้บุกรุกยามวิกาล
"คุณธาม... นั่นใคร หรือว่าจะเป็น..." รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่สถานการณ์ในไซตืงานก่อสร้างกลางดึกท่ามกลางพายุเข้าแบบนี้ มันช่างห่างไกลจากความปลอดภัยลิบลับ
"เงียบ" เขาออกคำสั่งสั้น ๆ ห้วน ๆ แต่เฉียบขาดจนเธอต้องเม้มปากแน่นโดยอัตโนมัติ
*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูถูกผลักเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นสายฝนที่สาดซัดเข้ามาพร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทกันฝนสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกฮู้ดบังจนเงาดำทาบทับ ทว่ารอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปากนั้นเด่นชัดเสียยิ่งกว่าอะไรดี
"ดึกดื่นป่านนี้ สถาปนิกกับวิศวกรเขายังตรวจแบบกันอยู่เหรอครับ... หรือกำลังหาทางแก้ตัวเรื่องโครงสร้างที่กำลังจะพังกันแน่"
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของพวกเขา รินรดากำหมัดแน่น สัญชาตญาณความคุ้นเคยกับน้ำเสียงนี้ทำให้เธอเบิกตากว้างขึ้นทันที
"คุณสาริศ..." รินรดาหลุดปากอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ธามหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น เขาก้าวเท้าขวางหน้าสถาปนิกสาวเอาไว้ไม่ให้หลุดออกไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนโดยตรง "อ้อ... ลูกน้องเก่าที่โดนบริษัทไล่อציออกเพราะคอร์รัปชันวัสดุก่อสร้างสินะ หน้าด้านไม่เบานี่ ถึงกลบเกลื่อนรอยตีนมาถึงนี่ได้"
สาริศหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและชวนสะอิดสะเอียน "ปากดีสมคำร่ำลือไอ้วิศวกรหน้าเลือด แกคิดว่าทำลายอนาคตฉันแล้วจะลอยนวลเหรอวะ งานนี้ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวที่ไม่ยอมหรอกนะ... ไอ้แบบบ้า ๆ ของเธอนั่นน่ะ!" เขาหันมาถลึงตาใส่รินรดา "มันฝืนหลักวิศวกรรม! ถ้าตึกนี้ถล่มลงมาเมื่อไหร่ ศพแรกที่จะถูกฝังก็คือพวกแกสองคนนี่แหละ!"
สิ้นเสียงคำขู่ สาริศก็พุ่งเข้าใส่พร้อมกับเหล็กเส้นข้ออ้อยขนาดยาวที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อกันฝน!
"ระวัง!" รินรดาหวีดร้องสุดเสียง
แต่ธามเร็วกว่า พริบตาเดียว วิศวกรหนุ่มก็เบี่ยงตัวหลบคมเหล็กได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้ประแจในมือฟาดสวนเข้าที่ข้อมือของสาริศอย่างแม่นยำ เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด สาริศเซถอยหลังไปชนกับกองอิฐมวลเบาจนล้มระเนระนาด ฝุ่นปูนฟุ้งกระจายไปทั่ว
"ไสหัวไปซะ! ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วส่งแกไปนอนในคุกจริง ๆ" ธามกดเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาดุดันคู่นั้นไม่มีความปรานีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย สาริศกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง แต่เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ ิตัวเขาเองที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ จึงรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีหายไปกับความมืดและสายฝนภายนอกอย่างรวดเร็ว
เสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังแข่งกับเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาด บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบงันอีกครั้ง ทว่าเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ยังคงค้างคา
ธามโยนประแจในมือลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ก่อนจะหันขวับกลับมามองคนด้านหลัง ร่างสูงก้าวเข้าประชิดตัวรินรดาด้วยความรวดเร็ว มือหนาทั้งสองข้างยันขอบโต๊ะทำงานกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ปิดตายทุกทางหนี
"เธอ... กล้าดียังไงถึงวิ่งเข้ามาในที่แบบนี้คนเดียวตอนดึก ๆ ห้ะรินรดา!" เสียงดุของเขาดังขึ้นทันทีที่ปลอดภัย เผยให้เห็นความร้อนรนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเกรี้ยวกราด "ถ้าฉันมาไม่ทัน หรือถ้าไอ้เวรนั่นมันมีมีดล่ะ! สมองเธอมันมีไว้ประดับรอยหยักบนหัวอย่างเดียวรึไง!"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความดื้อรั้นตามประสาคนไม่ยอมคน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ขาทั้งสองข้างจะยังสั่นเทาอยู่ก็ตาม
"แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะคะ! ฉันจะมาตรวจงานของฉัน มันผิดตรงไหน! ถ้าไม่ใช่เพราะคุณคอยแต่จะขัดขวางและหาว่าแบบของฉันมันเพ้อฝันจนฉันต้องมาเช็คหน้างานด้วยตัวเอง เรื่องบ้า ๆ แบบนี้ก็คงไม่เกิดหรอก!"
"นี่เธอยังจะเถียงอีกเหรอ!" ธามก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกับเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันจนหัวใจที่สงบลงแล้วกลับมาเต้นระรัวอีกครั้ง "แบบโครงสร้างบ้าบอของเธอเนี่ยนะ ที่ทำให้ฉันต้องมารับความเสี่ยงอยู่ทุกวัน คานยื่น cantilever หกเมตรแบบไม่มีเสารับน้ำหนักกลางอากาศ เธอคิดว่านี่คืองานศิลปะในแกลเลอรีรึไงรินรดา! นี่มันตึกจริง คนจริง ๆ ที่ต้องเดินเข้าไปข้างในนั้น!"
รินรดาผลักอกแกร่งของเขาเต็มแรง ทว่าร่างสูงกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับข้องใจ ปมในอดีตที่เคยถูกสถาปนิกอาวุโสและวิศวกรหัวโบราณหัวเราะเยาะพรั่งพรูขึ้นมาในอก
"ใช่สิคะ! ฉันมันก็แค่นักออกแบบหัวรั้นที่สนใจแต่ความงามจนไม่สนโลก! ฉันมันดีไซน์เนอร์งี่เง่าในสายตาคุณนี่!" เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย แต่นัยน์ตายังคงแข็งกร้าว "ถ้าคุณเกลียดแบบของฉันนัก ทำไมไม่เซ็นปฏิเสธไปเลยล่ะคะ! จะมาทนเหนื่อยแก้แบบและคอยตามเช็ดตามล้างให้ฉันทำไม!"
ธามชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาดุดันเมื่อครู่วูไหววับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่ยากจะคาดเดา มือหนาที่ยันโต๊ะอยู่ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมาแตะที่แก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก แต่นางมารร้ายผู้หยิ่งทะนงกลับไม่ยอมเบือนหน้าหนี
"เพราะถ้าฉันปฏิเสธ... เธอก็จะเอาแบบนี้ไปเสนอให้คนอื่นดูอยู่ดี" ธามเอ่ยเสียงพร่า ทอดมองริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "และฉัน... ทนไม่ได้ที่จะเห็นใครมารื้อถอนงานของเธอ หรือมองผลงานของเธอด้วยสายตาดูถูกแบบที่ไอ้สาริศมันทำ"
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดนั้นเหมือนค้อนทุบลงกลางใจ ทำลายกำแพงความหงุดหงิดที่เขาส A้างขึ้นมาตลอดหลายสัปดาห์จนพังทลาย
"คุณ... พูดอะไรของคุณเนี่ย..." เธอเสียงแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว
"ฉันไม่ได้เกลียดแบบของเธอ รินรดา" ธามขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสจากลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนผิวแก้ม "แบบของเธอมันสวย... สวยจนบ้าคลั่ง และเพราะมันสวยเกินไปนี่แหละ ฉันถึงต้องกางเกงตำราวิศวกรรมทั้งหมดที่มีมาค้ำจุนมันไว้ เพื่อให้ผลงานชิ้นเอกของเธอมันตั้งตระหง่านอยู่บนโลกนี้ได้อย่างปลอดภัยที่สุด"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของวิศวกรปากร้าย ทำเอารินรดาสติหลุดลอยไปชั่วขณะ เคมีร้อนแรงระหว่างคนทั้งคู่พุ่งทะยานสูงขึ้นจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเจือด้วยเปลวไฟ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันกับสายฝนด้านนอก
ธามลดสายลงมองเรียวปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ความยับยั้งชั่งใจที่พยายามอดทนมาตลอดเริ่มพังทลายลงทีละน้อย นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยไล้ริมฝีปากเธอย่างแผ่วเบา ราวกับจะลงโทษและปลอบประโลมไปพร้อม ๆ กัน
"ทีนี้..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากเธอ "เราจะมาตกลงกันเรื่องรอยร้าวของคานตัวนั้น... แบบผู้ใหญ่ที่เคลียร์กันด้วยเหตุและผลดีไหมครับ สถาปนิกคนเก่ง"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยฉลาดเป็นกรดตอนนี้กลับว่างเปล่า ประ3 ประโยคสุดท้ายก่อนที่โลกทั้งใบจะหมุนเคว้งเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเคลื่อนมาแตะที่คางเธอเพื่อบังคับให้เงยหน้ารับสัมผัสที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม—
ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้แนบชิดกันตามแรงดึงดูดอันมหาศาล เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธามก็แผดเสียงกรีดร้องทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับชื่อสายเรียกเข้าที่ทำให้รินรดาต้องชะงักกะทันหัน—และเมื่อธามเหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอ แววตาคลั่งรักเมื่อครู่ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวน้ำแข็งทันที!
ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ ไวโอเล็ตการ์เด้นขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนและคอมเมนต์ให้อย่างอบอุ่นเสมอนะคะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม•ตอนที่ 6
รอยร้าวที่เริ่มสมาน
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!