เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะประชุมกระจกนิรภัยดังสนั่น สะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบห้าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำและแรงกดดันระดับสิบพิกเตอร์
รินรดาไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอยืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินกว่าจะอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน รอยยิ้มมุมปากของสถาปนิกสาวยั่วเย้าเสียจนคนมองอยากจะยกมือขึ้นมาคว้าคอเสื้อมาเขย่าให้หายหมั่นไส้
"แปลนโครงสร้างเสาหลักโซน C ที่คุณธามเพิ่งส่งมาแก้รอบที่สามเมื่อคืน... พูดตามตรงนะคะ ฉันนึกว่าเด็กอนุบาลฝึกต่อเลโก้ยังดูมีมิติทางวิศวกรรมมากกว่านี้ หรือว่าช่วงนี้สมองส่วนคำนวณของคุณกำลังยุ่งอยู่กับการคิดข้อแก้ตัวเรื่องท่อประปารั่วเมื่อวาน จนลืมไปแล้วว่าตึกนี้มันต้องรับน้ำหนักได้กี่ตันคะ?"
น้ำเสียงหวานหยดแต่คมกริบเหมือนใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งถูกพ่นออกมาอย่างไร้ความเกรงกลัว ธามที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามขยับตัวเล็กน้อย ดวงคมกราบกวาดมองใบหน้าเชิดรั้นนั้นด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก สันกรามคมกริบขยับบดเข้าหากันช้าๆ ความเงียบงันแผ่ซ่านเข้ากดทับบรรยากาศรอบโต๊ะจนทีมงานคนอื่นๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
คำพูดทิ้งปมจากไซต์งานเมื่อวาน—*“ดูเหมือนว่ามีคนไม่อยากให้เราสองคนรอดออกไปจากไซต์งานนี้ด้วยกันแล้วล่ะครับ”*—ยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของธาม แต่วันนี้ ในสนามรบที่เป็นห้องประชุมแห่งนี้ สงครามระหว่างเขากับเธอมันไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุหน้างานอีกต่อไป แต่มันคือการห้ำหั่นทางความคิดที่ไม่มีใครยอมใคร
ธามหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความเย้ยหยันที่จงใจยั่วโมโห
"เด็กอนุบาลต่อเลโก้คงไม่ดีไซน์เสาโค้งรับน้ำหนักแบบไร้คานยื่นเหมือนที่คุณทำหรอกครับ, คุณรินรดา" วิศวกรหนุ่มยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะประชุมฝั่งที่เธอยืนอยู่ โน้มตัวลงต่ำเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่างจนดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "ถ้าตึกนี้ถล่มลงมาจริงๆ คนแรกที่จะโดนฝังไม่ใช่โครงสร้างของผม... แต่จะเป็นอีโก้พองโตของคุณต่างหาก ที่ใหญ่จนคานเหล็กเกรด A ยังรับไม่ไหว"
"อีโก้ฉันจะใหญ่แค่ไหน ก็ยังแคบกว่าสมองส่วนตรรกะของคุณที่พยายามจะตัดงบวัสดุก่อสร้างเพื่อเอาใจผู้รับเหมาเจ้าประจําหรอกค่ะ!" รินรดาตอกกลับทันควันโดยไม่ถอยหลังหนีแม้แต่นصفก้าว ใบหน้าเนียนใสอยู่ห่างจากปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขาแค่คืบเดียว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์จางๆ ปะปนกับความดุดันจนหัวใจเธอกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่ริมฝีปากยังคงหยักยิ้มท้าทาย "อย่ามาเบี่ยงประเด็นค่ะคุณธาม ยอมรับมาเถอะว่าคุณแก้แบบฉันเพราะกลัวว่างานออกแบบของฉันมันจะเด่นเกินหน้าเกินตาวิศวกรหน้าตาบึ้งตึงอย่างคุณ"
ธามชะงักไปชั่ววินาที สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงฉอดๆ ไม่หยุด ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับดวงตาดื้อรั้นที่เต็มไปด้วยประกายไฟ ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดลึกซึ้งที่เขามักจะพยายามกดมันเอาไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชา
ผู้หญิงบ้าอะไร... เถียงเก่งจนน่าจับฟาดก้นให้เข็ด แต่เวลาดื้อตาใสแบบนี้ทำไมมันถึงได้... น่าดึงดูดใจชะมัด
"ถ้าผมอยากจะเอาชนะคุณจริงๆ..." ธามลดเสียงลงกระซิบแผ่วเบา มีเพียงแค่เขากับเธอเท่านั้นที่ได้ยิน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างแก้มเนียนจนรินรดารู้สึกเหมือนผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ผมคงไม่มานั่งเสียเวลาเถียงกับคุณในห้องประชุมหรอกครับ... ผมคงอุ้มคุณแบกขึ้นบ่าแล้วพาไปเคลียร์กันให้รู้เรื่องบนดาดฟ้าตั้งแต่ชั่วโมงแรกแล้ว"
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เลือดในกายสูบฉีดพุ่งพล่านขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนฉ่า เธอไม่คิดว่าเขาจะกล้าหยอดคำพูดสองแง่สองง่ามกลางที่สาธารณะแบบหน้าตาเฉย มือเรียวที่กอดอกอยู่คลายออกโดยอัตโนมัติ เธอยกมือขึ้นเตรียมจะผลักอกแกร่งให้ถอยห่าง แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสกับเนื้อผ้าเชิ้ตสีฟ้าอ่อน
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดที่กำลังเปลี่ยนเป็นความวาบหวาม รินรดารีบดีดตัวถอยหลังสามก้าวอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างระยะห่าง ขณะที่ธามหันขวับไปมองด้วยใบหน้าเรียบตึงไร้อารมณ์ตามสไตล์วิศวกรมา300ปี
ร่างสูงโปรดของประธานกรรมการบริหารบริษัท พ่วงด้วยตำแหน่ง "เจ้าของโครงการ" ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ฉาบอยู่บนใบหน้า แต่สายตากลับคมกริบกวาดมองคนทั้งคู่สลับกันไปมา
"อ้าว ประชุมกันถึงไหนแล้วครับ ดูท่าทางเคร่งเครียดกันน่าดูเชียวนะ..." ประธานหนุ่มเว้นวรรคเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "พอดีเลยครับ ผมมีข่าววงในจากบอร์ดบริหารมาแจ้ง... ดูเหมือนว่าพวกคุณสองคนจะต้องย้ายไป 'ติดเกาะ' ด้วยกันที่ไซต์งานโปรเจกต์รีสอร์ทภาคใต้ เป็นเวลาสามเต็มๆ เพื่อเคลียร์ปัญหาหน้างานให้จบแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด... เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลยนะครับ"
สิ้นคำประกาศนั้น รินรดากับธามต่างชะงักค้างไปพร้อมกัน ดวงตาของสถาปนิกสาวเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่วิศวกรหนุ่มหันกลับมามองเธอช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความอันตรายขึ้นมาอีกครั้ง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม•ตอนที่ 3
สงครามน้ำลาย
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!