สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม•ตอนที่ 19

ค่ำคืนแห่งความใกล้ชิด

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
เสียงแก้วแชมเปญกระทบกันเบา ๆ กลางห้องจัดเลี้ยงหรูหราโทนสีโมเดิร์นคอปเปอร์เคล้าเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบา ๆ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวรินรดารื่นรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เปลวไฟในอกของสถาปนิกสาวกำลังลุกโชนจนแทบจะเผาไหม้ชุดราตรีเข้ารูปสีนิลที่เธอสวมอยู่ให้เป็นจุล ดวงตากลมโตคู่สวยจดจ้องร่างสูงโปร่งของ 'ภาคิน' คนสนิทที่เคยร่วมหัวจมท้ายในบริษัทคู่แข่งเมื่อสามเดือนก่อน—ผู้ชายที่เธอเคยไว้วางใจจนยอมควักข้อมูลลับเบื้องต้นของโปรเจกต์นี้ให้ดูต่างหน้ากระดาษ รอยยิ้มเยาะเย้ยที่อีกฝ่ายส่งมาให้เปรียบเสมือนพิษร้ายที่หยดลงกลางใจ "ไม่คิดเลยนะครับว่าสถาปนิกมือหนึ่งอย่างคุณริน จะยังใช้วิธีเดิม ๆ ในการฮุบงาน... น่าผิดหวังชะมัด" น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจรอบตัว ภาคินก้าวเข้ามาใกล้ โน้มใบหน้าลงมาทำทีเป็นกระซิบกระซาบคล้ายคนสนิทชิดเชื้อ ทั้งที่สายตาเต็มไปด้วยความริษยาและคราบน้ำมือสกปรกที่ซ่อนไว้ภายใต้สูทราคาแพง รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ปากเรียวบางเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำคลี่ยิ้มเย็นชาทันควัน เธอไม่เคยเป็นพวกยอมก้มหัวให้ใคร ยิ่งกับคนที่เล่นสกปรก, มีหรือที่เธอจะปล่อยให้มันเหยียบซ้ำสอง "ถ้าสมองของคุณยังมีเซลล์ประสานงานเหลือมากพอ ภาคิน น่าจะแยกแยะได้นะว่าผลงานชิ้นนี้มันมาจากมันสมองของฉัน หรือมาจากการขโมยขยะเปียกแบบที่นายถนัด" รินรดากระซิบตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง ภาคินหน้าเสียไปเล็กน้อย รอยยิ้มเสแสร้งกระตุกเกร็ง "ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะรินรดา ระวังเถอะ... งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จวันนี้ อาจจะกลายเป็นงานศพของโปรเจกต์พวกคุณเอง!" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้สวนกลับด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบกว่าเดิม ฝ่ามือหนาหนักและคุ้นเคยก็วางลงบนเอวคอดกิ่วของเธออย่างถือวิสาสะ แรงบีบเบา ๆ นั้นเปรียบเสมือนอาณัติสัญญาณเตือนบางอย่าง กลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และความเย็นเยียบอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร... ธาม วิศวกรโครงสร้างหนุ่มผู้มีรัศมีเย็นชาและปากร้ายเป็นอาวุธ ธามก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับภาคิน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีกรมท่าเข้มแผ่รังสีคุกคามจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึง ดวงตาคมกริบมองภาคินราวกับอีกฝ่ายเป็นแค่ฝุ่นผงใต้รองเท้า "ถ้าไม่มีการ์ดเชิญ และไม่มีปัญญาแม้แต่จะสร้างผลงานด้วยตัวเอง... ทางออกอยู่ตรงโน้นครับ เชิญไสหัวออกไปก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาหิ้วปีกออกไปให้เสียเกียรติบริษัท" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังและเย็นเยียบจนภาคินหน้าถอดสี ริมฝีปากที่กำลังจะอ้าเถียงต้องหุบลงทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาดุดั่งพญาเหยี่ยวของธาม สุดท้ายชายหนุ่มผู้มาเยือนอย่างไร้กาลเทศะก็ได้แต่แค่นسเสียงฮึดฮัดในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินหายกลืนไปกับฝูงชน เมื่อแผ่นลับตาของภาคินลับหายไป รินรดาถึงกับผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดที่ขมวดปมในอกคลายลงเล็กน้อย เธหันไปมองชายหนุ่มข้างกายที่ยังคงยืนตีหน้าตายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ใครอนุญาตให้เข้ามาแทรกบทสนทนาคนอื่นไม่ทราบคะ คุณธาม" รินรดาแสร้งเอ่ยแซวเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่จู่ ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอก ยามที่สัมผัสอุ่นจากมือของเขาตรงเอวเมื่อครู่ยังคงหลงเหลือความร้อนผ่าวไว้ ธามปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงในลำคอตามสไตล์คนซึนเดเระตัวพ่อ "ถ้าผมไม่เข้าไปขัดจังหวะ ป่านนี้คุณคงยืนเถียงกับหมาบ้าตัวนั้นจนเสียภาพลักษณ์สถาปนิกสาวสุดมั่นประจำโปรเจกต์ไปหมดแล้วมั้งครับ" "ฉันเอาตัวรอดได้น่า... ไม่จำเป็นต้องให้วิศวกรปากจัดอย่างคุณมาช่วยกู้หน้าหรอกค่ะ" รินรดาลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวผิดจังหวะเมื่อธามขยับเข้ามาประชิดตัวมากกว่าเดิม จนแผ่นหลังของเธอเกือบจะแนบชิดกับระเบียงกระจกใสที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ บัดนี้กลับเจือประกายความอ่อนโยนและความหวงแหนอย่างปิดไม่มิด มือหนายังคงไม่ยอมละออกจากเอวบาง ปลายนิ้วโป้งเผลอลูบไล้อยู่บนเนื้อผ้าซาตินเบา ๆ อย่างเผลอไผล "ปากเก่งจังนะ... ลองทำตัวน่ารักแล้วบอกว่า 'ขอบคุณนะคะคุณธาม' ให้ผมฟังดูสักครั้งสิครับ แล้วผมจะพิจารณาพาไปเลี้ยงของอร่อยเป็นการปลอบขวัญ" น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมหู ทำเอาสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครถึงกับใบหน้าร้อนผ่าว ขนกายลุกซู่ด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปตามสันหลัง เคมีร้อนระอุระหว่างคนทั้งคู่ระเบิดออกมาเงียบ ๆ ในมุมมืดของระเบียงจัดงาน โดยไม่มีใครสนใจเสียงดนตรีรอบตัวอีกต่อไป รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเบา ๆ แต่มีหรือที่แรงแค่นั้นจะขยับคนตัวโตกว่าได้ ธามหัวเราะในลำคออย่างชอบใจเมื่อเห็นเธอยอมจำนนด้วยคำพูด "ฝันไปเถอะค่ะ... คนอย่างรินรดาไม่มีทาง..." คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อธามฉวยโอกาสก้มลงมาประทับริมฝีปากอุ่นร้อนลงบนกลีบปากของเธออย่างรวดเร็วและหนักแน่น เป็นสัมผัสที่แฝงทั้งความดุดัน ความคลั่งรัก และความหวงแหนที่สะสมมานาน ท่ามกลางบรรยากาศงานเลี้ยงที่ยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีใครล่วงรู้ว่า... มุมมืดตรงนี้มีไฟรักกำลังโหมกระหน่ำ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนที่สัญชาตญาณและความโหยหาลึก ๆ จะสั่งให้เธอมือเรียวขยุ้มปกเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้น พร้อมกับเผยริมฝีปากตอบรับสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างเต็มใจ เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ทั้งคู่จมดิ่งอยู่ในห้วงเวลาแห่งความใกล้ชิด ธามค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปลายนิ้วมือหนาเกลี่ยไล้แก้มเนียนที่แดงก่ำด้วยความเขินอายอย่างทะนุถนอม ดวงตาสีเข้มมองเธอนิ่งราวกับจะกลืนกิน "แบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย..." ธามกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากเธอ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นทำเอาคนมองใจสั่นระทัว แต่ทว่า... ความหวานล้ำยังไม่ทันได้ซึมซับเข้าสู่หัวใจ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดเบื้องหลังม่านระเบียง "คุณธามครับ! อยู่นี่เอง... แย่แล้วครับ เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องควบคุมระบบหลักแล้ว!" ธามและรินรดารีบผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ สถาปนิกสาวหน้าถอดสีเมื่อหันไปมองร่างของหัวหน้าฝ่ายไอทีที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด "เกิดอะไรขึ้น?" ธามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเข้มขวด ความสุขุมเยือกเย็นกลับมาประทับบนใบหน้าหล่อเหลาทันที "มีคนเจาะระบบฐานข้อมูลกลาง... ไฟล์แบบโครงสร้างเฟสสุดท้ายทั้งหมดถูกดาวน์โหลดออกไปจากไอพีแอดเดรสของบริษัทคู่แข่ง... และตอนนี้ ไฟล์ต้นฉบับกำลังถูกลบหายไปทีละไฟล์แล้วครับ!" รินรดากลั้นหายใจกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อตระหนักได้ทันทีว่าเกมนี้... ไม่ได้จบลงแค่คำขู่ของภาคินที่หน้างานเท่านั้น! *(ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ)*
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%