"คุณกำลังเล่นเกมบ้าอะไรอยู่กันแน่, คุณธาม"
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้สั่นไหวอย่างที่ใจเธอกำลังกู่ร้อง แต่มันกลับราบเรียบ เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมระรอกใหญ่ที่เธอพยายามกดมันเอาไว้ใต้ฝ่าเท้า ร่างบางแนบแผ่นหลังติดกับผนังปูนเปลือยเย็นเฉียบของห้องประชุมใหญ่ในไซต์งาน กลิ่นอายของฝุ่นคอนกรีต ปูนปลาสเตอร์ และกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ ที่เจืออยู่กับความร้อนระอุจากร่างกายของวิศวกรหนุ่มตรงหน้า กำลังบีบให้พื้นที่ส่วนตัวของเธอลดแคบลงจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง
ธามไม่ได้ขยับถอยหลัง เขาค้ำมือข้างหนึ่งลงกับผนังเหนือหัวไหล่ของเธอ กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่มักจะมองทุกอย่างเป็นตัวเลขและโครงสร้างความปลอดภัย บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่สถาปนิกสาวอย่างเธออ่านไม่ออก... หรืออันที่จริง เธอกลัวที่จะอ่านมันต่างหาก
"เกมเหรอ?" ธามทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดระคนเอือมระอา "คุณต่างหากรินรดา ที่ชอบทำตัวเป็นสถาปนิกใจกล้า ทั้งที่ข้างในสั่นเป็นลูกนก... เห็นผมเป็นสนามเด็กเล่นของคุณนักหรือไง ถึงคิดจะเดินเกมต้อนผมมุมอับแล้วชิ่งหนีไปดื้อ ๆ แบบนั้น"
"ฉันแค่วางแปลนตามหน้างาน!" เธอเถียงกลับทันควัน เชิดคางขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมเสียฟอร์มแม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก "และโปรดจำไว้ด้วยว่าพื้นที่ตรงนี้ คือเขตรับผิดชอบของฉัน ไม่ใช่ที่ที่คุณจะมาทำรุ่มร่ามใส่เมื่อไหร่ก็ได้"
รอยยิ้มหยันที่มุมปากของวิศวกรหนุ่มปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังที่เฉียบคมจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ
"รุ่มร่าม?" ธามทวนคำด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงจนอันตราย ใบหน้าคมสันเคลื่อนเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่บนพวงแก้ม "ถ้าผมรุ่มร่ามจริง ๆ คุณคงไม่ได้มายืนเถียงฉอด ๆ แบบนี้หรอก... รินรดา"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่า ๆ ในห้องทำงานชั่วคราวที่ส่งเสียงหึ่งเบਾ ๆ เคียงคู่ไปกับเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะของคนทั้งคู่ สัมผัสใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป มากเกินกว่าเส้นกั้นบาง ๆ ที่เรียกว่า 'เพื่อนร่วมงาน' หรือแม้แต่ 'คู่กัดทางธุรกิจ' ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือน
รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนคานเหล็กรับน้ำหนักที่ไร้คานค้ำยัน มันสั่นคลอน เปราะบาง และพร้อมจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อหากเธอเผลอก้าวพลาด ความสับสนตีรวนอยู่ในอกจนสมองที่เคยประมวลผลแปลนอาคารได้อย่างเฉียบคม กลับว่างเปล่าและคิดอะไรไม่ออก
เธอเกลียดความรู้สึกนี้... เกลียดการที่ผู้ชายปากจัด เย่อหยิ่ง และเอาแต่ใจตัวเองอย่างธาม สามารถเข้ามาปั่นป่วนระบบความคิดที่จัดระเบียบมาอย่างดีของเธอให้พังไม่เป็นท่าได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัสเดียว
"ถอยไปนะ" เธอเอ่ยเสียงเบาหวิว มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนของเขาเอาไว้ แม้สัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เนื้อผ้า แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย รังแต่จะทำให้เธอยิ่งตระหนักถึงความต่างของพละกำลัง
"ถ้าไม่ถอยล่ะ คุณจะทำไม?" ธามย้อนถาม ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนไว้ "จะไล่ผมออกนอกโครงการอีกรอบไหม... หรือจะหนีไปนอนร้องไห้เพราะกลัวว่าตัวเองจะหวั่นไหวกับผมกันแน่ รินรดา"
"คุณ...!" รินรดาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอับอายที่ถูกจี้ใจดำ ปากเก่ง ๆ ที่มักจะสวนกลับทุกคนได้อย่างเจ็บแสบกลับติดอ่างขึ้นมาดื้อ ๆ "หลงตัวเองที่สุด! ใครจะไปหวั่นไหวกับวิศวกรหน้ามึนอย่างคุณกัน!"
"ปากแข็ง" เขาพึมพำเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวที่เคยค้ำผนังเปลี่ยนทิศทางมาแตะเบา ๆ ที่เส้นผมปรกหน้าผากของเธออย่างทะนุถนอม สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาสถาปนิกสาวถึงกับแข็งค้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ "ปากคุณบอกว่าไม่ แต่สายตากับหัวใจที่เต้นแรงจนผมได้ยินเนี่ย... มันฟ้องชัดเจนยิ่งกว่าแปลนที่คุณเขียนเสียอีก"
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว!
รินรดารวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ผลักอกเขาเต็มแรงจนธามเซถอยหลังไปสองก้าว เปิดโอกาสให้เธอรีบก้าวพรวด ๆ หลุดจากรัศมีอันตรายนั้นทันที เธอยกมือขึ้นกอดอกตัวเองแน่น พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกสติและมาดมั่นของตัวเองกลับคืนมา
"เราควรหยุดเรื่องนี้ไว้แค่นี้" เธอกล่าวเสียงแข็ง หันหลังให้เขาเพื่อซ่อนใบหน้าที่กำลังร้อนผ่าว "เรื่องงานระหว่างเรามันจบลงแค่ในแปลน และเรื่องส่วนตัว... มันไม่มีวันเกิดขึ้น เด็ดขาด"
ธามมองแผ่นหลังบางที่ยืนสั่นน้อย ๆ ด้วยสายตาที่อ่านยาก เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ปรับลมหายใจให้เข้าที่ แม้ในใจจะนึกสนุกกับอาการพยศของสถาปนิกสาว แต่ลึก ๆ แล้วเขาก็รู้ดีว่าพวกเขาก กำลังเดินเข้าใกล้เส้นแบ่งเขตอันตรายเข้าไปทุกที
"ไม่มีวันเหรอ?" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นไล่หลัง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จุดประกายขึ้นที่มุมปาก "งั้นก็รอดูแล้วกันว่า... ปากแข็ง ๆ ของคุณ จะทนได้อีกสักกี่น้ำ"
ก่อนที่รินรดาจะได้หันกลับไปต่อปากต่อคำด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบที่สุด เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"คุณธามคะ! แย่แล้วค่ะ! เกิดปัญหาใหญ่ที่หน้างานโซน B โครงสร้างเหล็กรับน้ำหนักหลักเกิดการแอ่นตัวผิดปกติ วิศวกรหน้างานควบคุมไม่อยู่แล้วค่ะ!"
ร่างของเลขาหน้าตาตื่นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง ข่าวสารที่ได้รับทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วกลับดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา
รินรดาหน้าซีดเผือดทันที โครงสร้างโซน B คือหัวใจสำคัญของดีไซน์ที่เธอกำลังคุมงานอยู่ หากเกิดความผิดพลาดตรงนั้น งานออกแบบทั้งหมดของเธอจะพังไม่เป็นท่า และที่สำคัญที่สุด... มันคือความปลอดภัยของชีวิตคนงาน!
ธามละสายตาจากรินรดา ใบหน้าที่เคยมีแววหยอกเย้าแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังเฉียบขาดและดุดันในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณของวิศวกรมืออาชีพตื่นตัวเต็มที่
เขาก้าวผ่านรินรดาไปอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนจะพ้นประตู ชายหนุ่มก็หยุดชะงัก หันกลับมามองสถาปนิกสาวที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำสั่งเด็ดขาด
"เลิกคิดเรื่องส่วนตัวแล้วตามผมมา... เรามีงานใหญ่ต้องแก้ด้วยกัน"
พูดจบ ธามก็ก้าวฉับ ๆ ออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้รินรดายืนอยู่ตรงนั้นด้วยหัวใจที่หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม... เพราะเธอรู้ดีว่าปัญหาที่รออยู่ข้างนอกนั้น ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความรู้สึกในใจของเธอที่กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง
...และบางที เกมนี้อาจจะหลุดจากการควบคุมของเธอไปตลอดกาลแล้วจริง ๆ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม•ตอนที่ 20
เส้นกั้นระหว่างงานกับใจ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!