เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีไม่ได้ดังจนน่าตกใจ แต่มันหนักแน่นพอที่จะทำให้บทสนทนาระหว่างรินรดากับสถาปนิกหนุ่มรุ่นน้องจากบริษัทพาร์ทเนอร์ต้องชะงักลง
รินรดากะพริบตาปริบๆ เล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจากแปลนโครงสร้างที่กำลังกางอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอปรายตามองเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำหัวอยู่ข้างโต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบของวิศวกรโครงสร้างอัจฉริยะอย่าง 'ธาม' กำลังฉายแววคุกกรุ่นบางๆ แบบที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนด้วยใบหน้าเรียบตึงเป็นเอกลักษณ์
"ขอโทษทีครับ พอดีมือผมมันลั่น" ธามเอ่ยเสียงเรียบ แต่กรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนฟ้องชัดว่าไม่ได้ลั่นสักนิด
รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มยั่วเย้าตามประสาคนชอบหาเรื่องใส่ตัว "มือลั่นหรือใจสั่นคะคุณธาม ถึงได้ทำแฟ้มเล่มเบ้อเริ่มตกใส่หน้าแปลนงานที่ฉันกำลังอธิบายให้คุณกรณ์ฟังอยู่พอดี"
กรณ์ สถาปนิกหนุ่มหน้าตาดีที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามหัวเราะแห้งๆ ออกมาเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นเกาต้นคอแก้เก้อ "เอ่อ... ถ้าผมรบกวนเวลาคุยงานของทีมวิศวกรกับหัวหน้าโปรเจกต์ งั้นผมขอตัวเอาแปลนนี้ไปเช็กฝั่งสถาปัตย์ก่อนดีกว่าครับ"
"ไม่ต้องค่ะคุณกรณ์ อยู่คุยตรงนี้ให้จบก่อน รายละเอียดตรงรอยต่อเสากับคานรับน้ำหนักอันนี้สำคัญมาก ถ้าแก้ไม่เคลียร์ งานหน้าไซต์พังแน่" รินรดาจงใจเน้นเสียงหวานหยด พร้อมกับขยับตัวเข้าไปใกล้กรณ์อีกนิดเพื่อชี้จุดโฟกัสบนแปลนกระดาษ จนไหล่แทบจะแนบชิดกับชายหนุ่มรุ่นน้อง
นั่นแหละ... ปฏิกิริยาตอบสนองที่เธอรอคอย
ธามแค่นเสียง "หึ" ออกมาในลำคอทันที ดวงตาคมกริบคมดุราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งพุ่งเป้าไปที่ไหล่ของทั้งคู่ที่เบียดกันอยู่ ร่างสูงก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคนอย่างไร้มารยาทอย่างจงใจ มือหนาคว้าแฟ้มเอกสารเจ้าปัญหาขึ้นมาถือไว้ แล้วใช้นิ้วเคาะลงบนจุดที่รินรดาเพิ่งจะพูดถึงเมื่อครู่เสียงดังปึ้ง!
"ตรงนี้ไม่ต้องแก้ครับ ผมคำนวณโครงสร้างไว้หมดแล้ว มันรับน้ำหนักได้เกินมาตรฐานที่คุณดีไซน์มา *บาน* สามเท่า" ธามเน้นเสียงคำว่า 'บาน' หนักแน่นเป็นพิเศษ สายตาคมกริบตวัดมองกรณ์ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาแบบไม่คิดจะปิดบัง "ส่วนเรื่องหน้าไซต์งาน ฝ่ายวิศวกรรมจัดการเองได้ คุณกรณ์เอาเวลาไปตรวจสเปกวัสดุฝั่งคุณให้เรียบร้อยก่อนเถอะครับ งานจะได้ไม่เลท"
กรณ์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ รีบพยักหน้ารับคำห้วนๆ ของวิศวกรจอมโหด "ครับๆ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับพี่ริน"
ลับหลังร่างของรุ่นน้องที่รีบเดินจ้ำอามออกไปจากห้องประชุม รินรดาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างนึกสนุก เธอกอดอกแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนค้ำโต๊ะจ้องเธอเขม็งด้วยรอยยิ้มเย้าหยอก
"หึงเหรอคะ?" เธอยิงคำถามตรงไปตรงมา ไม่คิดจะอ้อมค้อมให้เสียเวลา
ธามชะงักไปนิด แววตาไหววับชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะกลับมาตีสีหน้าตายด้านตามฟอร์มวิศวกรปากแข็ง "เพ้อเจ้ออะไรของคุณริน ใครหึง? ผมแค่รำคาญที่พวกคุณยืนเกะกะทางเดิน มันกีดขวางการทำงาน"
"อ๋อ เกะกะทางเดินเหรอคะ? แปลกจัง ห้องประชุมนี้กว้างตั้งยี่สิบตารางเมตร เดินหลบช้างได้สบายๆ แต่คุณธามกลับเดินมาชนเราสองคนซะงั้น แถมยังทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อคุณกรณ์ให้อีก" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอจงใจก้าวเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มทีละนิด บีบให้ร่างสูงต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ปากแข็งจังนะคะ ทั้งที่หูแดงถึงใบหูหมดแล้วเนี่ย"
ธามรีบยกมือขึ้นแตะใบหูตัวเองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะรีบชักมือกลับเมื่อรู้ตัวว่าเสียท่า ร่างสูงก้าวถอยหลังจนสะโพชนั่งพับอยู่กับขอบโต๊ะทำงานโดยมีรินรดายืนจังก้ากักตัวเขาไว้ในวงแขน
"ผมไม่ได้หึง คุณอย่ามามโน" เขากลอกตาหนีไปทางอื่น ปฏิเสธเสียงแข็งทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวหญิงสาวที่ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้สมาธิที่กระเจิงอยู่แล้วพังทลายลงไปใหญ่
"ไม่ได้หึงแล้วทำไมต้องทำหน้ายักษ์ใส่เด็กมันด้วยล่ะคะ?" รินรดายื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ริมฝีปาก "รู้ไหมคะว่าเวลาคุณหึง... มันดูเด็กและน่าเอ็นดูมากกว่าตอนทำตัวเป็นวิศวกรผู้เคร่งขรึมซะอีกนะ"
คำพูดเย้าแหย่ที่มาพร้อมกับแววตาวาววับของหญิงสาว ทำให้ธามหมดความอดทน มือหนาที่ถือแฟ้มอยู่รวบมันไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะวางแปะลงบนโต๊ะแล้วยกมือขึ้นจับเอวบางของรินรดาไว้แน่น รั้งร่างของเธอให้เข้ามาประชิดตัวจนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน
รินรดาหลุดอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกรวบตัวเข้าไปกอดไว้แบบไม่ทันตั้งตัว แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ เชิดหน้าขึ้นท้าทาย "อุ๊ย คิดจะใช้กำลังเหรอคะท่านวิศวกร?"
"ผมไม่ได้ใช้กำลัง ผมแค่จะพิสูจน์ให้คุณดูต่างหาก ว่าผมไม่ได้ 'หึง' อย่างที่คุณกล่าวหา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมฝีปาก แววตาคมกริบจดจ้องเรียวปากอิ่มสีระเรื่อที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงเขาไม่หยุด "แต่ผมแค่หวง... จนแทบจะคลั่งอยู่แล้วต่างหาก รินรดา"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนที่ขึ้นชื่อว่าปากแข็งที่สุดในสามโลก ทำให้รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวราวกองชุด รอยยิ้มเย้าหยอกบนใบหน้าสวยเฉี่ยวค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความประหม่าที่พุ่งขึ้นมาตีตื้นจนทำอะไรไม่ถูก
ธามยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นแม่ตัวดีเงียบเสียงลงได้สักที โน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนจากลมหายใจของกันและกัน ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ความหวั่นไหวที่ฉายชัดอยู่ในแววตาของเธออย่างได้ใจ
"ทีนี้... จะเลิกไปยืนใกล้ไอ้เด็กนั่นสะทีได้รึยังครับ หืม?" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ข้างริมฝีปาก ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
ทว่า... ก่อนที่ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่จะหมดลง เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาขัดจังหวะความหวานซึ้งนั้นเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"พี่รินคะ! แฟ้มแปลนโครงสร้างด่วนจากผู้บริหารมาส่งค่ะ!"
เสียงตะโกนพร้อมกับลูกบิดประตูที่กำลังถูกหมุนเปิดออกอย่างรวดเร็ว ทำเอาสถาปนิกสาวสะดุ้งสุดตัว ผลักอกแกร่งของธามให้ออกห่างจากตัวแทบจะไม่ทัน ขณะที่วิศวกรหนุ่มสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียพร้อมกับเสมองไปที่ประตูห้องที่กำลังเปิดอ้าออกเผยให้เห็นร่างของเลขาหน้าห้องที่ยืนถือแฟ้มตากแป๋ว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับตัวอักษรนี้นะคะ
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม•ตอนที่ 16
ความหึงที่ไร้คำพูด
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!