เสียงปิ๊บของสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานดังขึ้น ตัดผ่านความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ที่ตอนนี้เหลือเพียงคนสองคน รินรดาตวัดสายตามองหน้าจอที่สว่างวาบ ก่อนจะช้อนตาขึ้นสบกับร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบกระจกใสอยู่อย่างถือดี ธามไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนตั้งแต่ประโยคสุดท้ายเมื่อคืนวางตัวค้างไว้ในอากาศ เขายังคงเป็นวิศวกรโครงสร้างมาดนิ่งผู้เย่อหยิ่งคนเดิม เพิ่มเติมคือแววตาที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความดุดันที่หลอมละลายจนเกือบกลายเป็นความเว้าวอน
"ถ้าคุณจะยืนมองฉันเป็นหุ่นขี้ผึ้งแบบนี้ไปจนถึงเที่ยง ฉันคงต้องคิดเรทค่าเสียเวลาแล้วนะคะ คุณวิศวกร" รินรดาลดมือลงจากการพับแปลนกระดาษ เอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความท้าทายตามสไตล์สถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมให้ใครมาข่มขู่ได้ง่าย ๆ
ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อเขาผละออกจากกำแพงแล้วก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้า ๆ ทว่าทรงพลังจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "ค่าเสียเวลาเหรอ... รินรดา คุณน่าจะรู้ดีนะว่าเมื่อคืนฉันไม่ได้อยากเสียเวลาพูดเรื่องงาน"
"แล้วเรื่องอะไรล่ะคะที่เรายังคุยกันไม่จบ" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจในอกจะเริ่มเต้นรัวเป็นจังหวะกลองเพล ร่างบางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว เมื่อแผงอกกว้างของฝ่ายตรงข้ามเข้ามาอยู่ในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาทำเอาสติที่สะสมมาทั้งวันเกือบหลุดลอย
ธามหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงคืบเดียว มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาเคล้าคลอข้างแก้มเนียนออกอย่างเบามมือ สัมผัสอุ่นจัดที่แตะผ่านผิวเนื้อทำให้รินรดาสะấuเฮือกโดยอัตโนมัติ แต่เธอกลับเลือกที่จะไม่ถอยหนี ปล่อยให้ปลายนิ้วแข็งกระด้างนั้นลากไล้ผ่านกรอบหน้าอย่างถือวิสาสะ
"เรื่องที่เราต่างฝ่ายต่างปากแข็งใส่กันมาครึ่งปีไงคะ" ธามกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและจริงจังจนน่ากลัว "คุณคิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไงรินรดา ว่าเวลาที่คุณเถียงฉันจนมุมทีไร คุณไม่ได้กำลังโกรธ... แต่คุณกำลังเขิน"
"บ้าเหรอ!" รินรดาโพล่งขึ้นทันควัน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดอย่างควบคุมไม่ได้ เธอปัดมือเขาออกแล้วถอยกูรูดไปชนขอบโต๊ะทำงาน "ฉันเนี่ยนะเขินคุณ ฝันไปเถอะค่ะ! ฉันแค่รำคาญความเผด็จการของคุณต่างหาก"
"ปากแข็งไม่เปลี่ยน" ธามส่ายหัวเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบາ เป็นรอยยิ้มที่นาน ๆ ครั้งเธอถึงจะได้เห็น และมันทำลายเกราะป้องกันทุกอย่างที่เธียรสร้างไว้พังทลายในพริบตา "โอเค... ถ้าอย่างนั้นเรามาพิสูจน์กันไหมล่ะคะ สถาปนิกปากเก่ง"
รินรดากะพริบตาปริบ ๆ "พิสูจน์อะไรของคุณ"
"เรามาลองดูกัน... แบบไม่เป็นทางการ" ธามทิ้งคำพูดนั้นลงกลางห้อง พร้อมกับสายตาที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ลองศึกษาดูใจกันในฐานะคนพิเศษ ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานที่คอยจิกกัดกันไปวัน ๆ ถ้าคุณกล้าพอนะ"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง ไดอะล็อกท้าทายเมื่อครู่แขวนลอยอยู่ท่ามกลางความเงียบ รินรดามองสำรวจใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความจริงจัง ไม่มีแววขบขันหรือเล่นลิ้นหลงเหลืออยู่เลย ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและปากร้ายที่สุดในบริษัทกำลังยื่นข้อเสนอที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินจากปากเขา
สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว ในฐานะสถาปนิกที่ต้องคำนวณความเสี่ยงทุกย่างก้าว นี่คือโปรเจกต์ที่อันตรายที่สุดในชีวิต แต่มันก็น่าตื่นเต้นเกินกว่าจะปฏิเสธเช่นกัน
"แล้วถ้าฉันทำแล้วมันพังล่ะคะ?" รินรดาถามเสียงเบาลง ความมั่นใจเมื่อครู่เจือความลังเลเล็กน้อย
ธามก้าวเข้ามาประชิดอีกครั้ง คราวนี้เขาใช้มือทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ไม่เปิดโอกาสให้เธอหนีไปไหนได้อีก ดวงตาคมกริบมองตรงมาด้วยประกายความอบอุ่นที่รินรดาไม่เคยคิดว่าจะได้รับจากเขา
"ไม่มีคำว่าพังสำหรับฉันหรอกค่ะ รินรดา... มีแต่คุณจะยอมตกลงรับข้อเสนอของวิศวกรคนนี้หรือเปล่า"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ๆ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความดื้อรั้นที่เป็นเกราะกำบังมาตลอดพังครืนลง รอยยิ้มบางเฉปรากฏขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปจับปกเสื้อเชิ้ตของเขา ดึงให้โน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"ถ้าคุณกล้าเดิมพัน... ฉันก็ไม่กลัวที่จะเล่นด้วยหรอกค่ะ" เธอเอמהกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงท้าทายไม่แพ้กัน "แต่บอกไว้ก่อนนะว่าฉันไม่ใช่คนที่จะยอมตามใจใครง่าย ๆ"
ธามหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ มือหนายกขึ้นประคองแก้มเนียนของเธอไว้ ปลายนิ้วโป้งลูบไล้เบา ๆ ที่พวงแก้มแดงก่ำอย่างทะนุถนอม "ฉันชอบคนดื้อค่ะ... โดยเฉพาะคนดื้อที่ชื่อรินรดา"
ใบหน้าของทั้งคู่เคลื่อนเข้าไปใกล้กันทีละนิด ระยะห่างลดลงเรื่อย ๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนเริ่มผสานเป็นหนึ่งเดียว หัวใจของรินรดารัวเร็วราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน เปลือกตาของเธอกำลังจะปิดลงเพื่อรับสัมผัสที่รอคอย...
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งผละออกจากกันแทบไม่ทัน รินรดารีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าว ขณะที่ธามหันขวับไปมองประตูด้วยแววตาดุดันราวกับพร้อมจะกินหัวคนมาขัดจังหวะ
ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อณุญาต ร่างสูงโปรดของ 'ภาคิน' สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้กุมโปรเจกต์ใหญ่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ บนใบหน้า แต่รอยยิ้มนั้นต้องชะงักค้างเมื่อเห็นสายตาดุเหี้ยมของธามที่จ้องมองมา ราวกับอยากจะฆ่าเขาให้ตายคาสนามบิน
"อุ๊ย... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?" ภาคินเลิกคิ้วสูง มองสลับระหว่างร่างบางที่หน้าแดงก่ำกับวิศวกรหนุ่มที่กำหมัดแน่นด้วยความหงุดหงิด
"มีธุระอะไรก็ว่ามา ภาคิน" ธามกดเสียงต่ำลอดไรฟัน รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนคนมาใหม่ถึงกับเสียวสันหลังวาบ
"เอ่อ... พอดีท่านประธานเรียกประชุมด่วนครับ ทุกคนต้องไปที่ห้องใหญ่ตอนนี้เลย" ภาคินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะรีบหันหลังเตรียมเผ่น "ผม... ผมแค่มาตามแค่นี้แหละครับเชิญพวกคุณหวานกันต่อตามสบาย!"
พูดจบ ภาคินก็ปิดประตูดดึงพรวดหายลับไปจากห้องทันที ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง รินรดาแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกปนเสียดายเล็กน้อย เธอกลอกตามองฟ้าก่อนจะหันกลับมาสบตากับธามที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงสุดขีด
"ดูเหมือนโปรเจกต์ศึกษาดูใจของเราจะต้องเบรกไว้ชั่วคราวนะคะ คุณวิศวกร" รินรดายิ้มเยาะอย่างอารมณ์ดี พลางหยิบแปลนงานขึ้นมาถือไว้
ธามถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความขัดเคือง เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้เบา ๆ ดึงรั้งให้เธอหยุดเดินก่อนจะก้าวออกจากห้อง กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"ยังไงซะ... คืนนี้ฉันไม่ปล่อยคุณกลับบ้านมือเปล่าแน่ รินรดา"
ด้วยรักและอินไปกับเคมีของพวกเขานะคะ — ไวโอเล็ตการ์เด้น
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม•ตอนที่ 22
เริ่มก้าวข้ามเพื่อนร่วมงาน
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมเกม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!