กลิ่นคาวเลือดจางๆ และละอองมานาสีครามที่แตกสลายราวกับกระจกแตกร้าว คือภาพสุดท้ายที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่คมของอาคิราห์ ประธานนักเรียนผู้ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในรอบทศวรรษของสถาบันเวทมนตร์อาร์คานา ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบเนียบกริบทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นหินอ่อนของห้องใต้ดินลับ แรงกดดันมหาศาลจากเวทมนตร์ต้องห้ามเมื่อครู่สูบเอาพลังชีวิตและสติสัมปชัญญะของเขาไปเกือบหมดสิ้น ลมหายใจหอบกระชั้นสั่นระริก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยและเย่อหยิ่งอยู่เสมอดั่งรูปสลัก
ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินสติ ท่อนแขนเรียวบางแต่เต็มไปด้วยพละกำลังอันคาดไม่ถึงของรุ่นน้องปีหนึ่งกลับโอบประคองร่างของเขาไว้ได้อย่างทันท่วงที
"ไม่เป็นไรหรอกครับรุ่นพี่..." คริสเตียนกระซิบเบาๆ ข้างหูของประธานหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงอย่างยิ่ง "เพราะต่อให้เป็นอดีตที่ถูกฝังกลบ หรือสัตว์ประหลาดจากนรกขุมไหน... ระบบได้คำนวณจุดตายของมันไว้หมดเรียบร้อยแล้วล่ะครับ"
สิ้นเสียงกระซิบนั้น คลื่นพลังงานสีทองอร่ามเส้นเล็กละเอียดดั่งเส้นใยแมงมุมก็พุ่งทะยานออกจากปลายนิ้วของคริสเตียน มันถักทอเข้ากับวงจรเวทมนตร์ในร่างกายของอาคิราห์อย่างแม่นยำ ราวกับเข็มนาฬิกาจักรกลชั้นยอดที่กำลังซ่อมแซมกลไกนาฬิกาโบราณ ความเจ็บปวดรวดร้าวที่แผดเผาขั้วหัวใจของประธานหนุ่มค่อยๆ มลายหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นสายหนึ่งที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
อาคิราห์กัดฟันแน่น เขาดันร่างตัวเองขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับเด็กหนุ่มผู้เป็นเจ้าของฉายา 'อัจฉริยะจอมขี้เกียจ' ในสายตานักเรียนคนอื่น แต่ในสายตาของเขา... คริสเตียนคือความมหัศจรรย์ที่อยู่นอกเหนือทุกทฤษฎีเวทมนตร์
"นาย..." เสียงของอาคิราห์แหบพร่าและแห้งผาก ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองใครก็ทำให้คนผู้นั้นหนีหาย ตอนนี้กลับฉายแววสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด "ทำไมถึง... เข้ามาเสี่ยงกับเรื่องบ้าๆ นี้ด้วย สภาพของฉันตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่เด็กปีหนึ่งอย่างนายจะต้องมาแบกรับนะ คริสเตียน"
คริสเตียนถอนหายใจออกมาเบาๆ เป็นเชิงเหนื่อยหน่าย เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกัน ก่อนจะยื่นมือออกไปปัดเศษฝุ่นและหยดเลือดที่เปรื้อนอยู่บริเวณข้างแก้มของประธานนักเรียนออกให้อย่างเบามือที่สุด ท่าทีนั้นนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติจนอาคิราห์ถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ
"รุ่นพี่ครับ..." คริสเตียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะบ่นนิดๆ ตามนิสัย "คำว่า 'ไม่เกี่ยวกับเด็กปีหนึ่ง' นี่ใช้ไม่ได้ผลกับผมหรอกนะครับ อีกอย่าง ถ้าผมไม่เข้ามาจัดการ เจ้าสิ่งประหลาดตัวนั้นก็คงจะกินมานาในตัวรุ่นพี่จนหมดเกลี้ยง แล้วผมจะไปหาคนเซ็นเอกสารอนุมัติงบประมาณชมรมวิจัยเวทมนตร์อิสระจากที่ไหนล่ะครับ"
เหตุผลที่ดูเห็นแก่ตัวและเรียบง่ายจนน่าหมั่นไส้นั้น กลับทำให้หัวใจที่ด้านชาและแบกรับความลับอันหนักอึ้งมาตลอดหลายปีของอาคิราห์กระตุกวูบ ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยนิยามมันมาก่อนกำลังเอ่อล้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ คนใจร้ายและเย็นชาอย่างเขา ที่ใครๆ ต่างหวาดกลัว กลับกลายเป็นเพียงสุนัขตัวน้อยๆ ที่ยอมจำนนต่อความอ่อนโยนอันเรียบง่ายของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างหมดรูป
อาคิราห์หลุบตาลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน มือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยยกขึ้นคว้าชายเสื้อคลุมของคริสเตียนไว้แน่น ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตา
"นายมัน... ร้ายกาจจริงๆ คริสเตียน" อาคิราห์พึมพำเสียงเบา รอยยิ้มฝืนๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "รู้ไหมว่าสภาพฉันตอนนี้... มันดูไม่จืดเลยสักนิด"
"รู้ครับ" คริสเตียนตอบหน้าตายทันทีแบบไม่รักษาน้ำใจ "หน้าซีดเป็นไก่ต้ม เสื้อผ้าขาดวิ่น แถมยังทำตัวเป็นฮีโร่ตกอับอีกต่างหาก... แต่ก็นะครับ ในฐานะที่รุ่นพี่เป็นลูกหนี้บุญคุณผมรอบที่สามสิบแปดแล้ว ผมจะถือวิสาสะดูแลต่อก็แล้วกัน"
พูดจบ คริสเตียนก็สอดแขนข้างหนึ่งโอบเอวสอบของประธานหนุ่มขึ้นมาพาดบ่าอย่างไม่เกรงใจศักดิ์ศรีประธานนักเรียนผู้ยิ่งใหญ่แม้แต่น้อย อาคิราห์ส่งเสียงประท้วงในลำคอเบาๆ ด้วยความตกใจ แต่เนื่องจากแรงมานาที่หมดเกลี้ยงทำให้เขาขัดขืนอะไรไม่ได้เลย นอกจากปล่อยให้รุ่นน้องตัวแสบแบกเขาเดินออกจากห้องใต้ดินมืดมิด ท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนจากความตึงเครียดตายตัว กลายเป็นความเงียบสงบที่เจือรอยยิ้มบางๆ ของคนทั้งคู่
ทว่า ในขณะที่ร่างทั้งสองกำลังก้าวพ้นธรณีประตูหินโบราณเพื่อกลับขึ้นสู่ตัวอาคารเรียนหลัก แสงไฟเวทมนตร์ตามทางเดินที่ควรจะสว่างไสวกลับดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ลมหนาวเยือกแข็งพัดกรรโชกผ่านโถงทางเดิน ทั้งที่ไม่มีหน้าต่างเปิดอยู่แม้แต่บานเดียว
คริสเตียนหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาคู่สีนิลที่เคยฉายแววเกียจคร้าน บัดนี้กลับหรี่แคบลงอย่างระแวดระวัง สมองประมวลผลด้วยความเร็วดุจฟ้าแลบเมื่อเสียงเตือนจากระบบภายในหัวดังขึ้นถี่ระรัว
[ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังมานาระดับวิกฤต!]
[คำเตือน: สิ่งมีชีวิตนอกเขตแดนสถาบัน (External Entity) จำนวน 3 ตน กำลังฝ่าแนวป้องกันชั้นที่ศูนย์เข้ามา]
[เป้าหมายหลัก: กำจัดผู้ครอบครองระบบและพยานผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด]
รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของคริสเตียนจางหายไปแทนที่ด้วยความสุขุมลุ่มลึก เขาค่อยๆ วางร่างของอาคิราห์พิงกำแพงอย่างนุ่มนวล พร้อมกับดึงถุงมือหนังสีดำขึ้นสวมกระชับมือ
"รุ่นพี่ครับ..." คริสเตียนเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันกลับมามอง แต่ปลายนิ้วกลับเริ่มปรากฏอักษรเวทมนตร์สีทองเรืองแสงระยิบระยับนับร้อยตัว "ดูเหมือนว่าเรายังกลับไปนอนไม่ได้หรอกนะครับ..."
ปลายประโยคถูกกลืนหายไปเมื่อเงาสสีดำทมิฬขนาดมหึมาเคลื่อนตัวออกมาจากความมืดมิดที่ปลายทางเดิน พร้อมกับเสียงหัวเราะแหברי้วที่สั่นประสาท และดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่ที่จ้องมองตรงมายังพวกเขาจากความมืด!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น•ตอนที่ 27
เมื่อคนใจร้ายกลายเป็นโบ้
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!