ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น•ตอนที่ 3

รุ่นพี่ประธานอย่าจ้องนาน

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษ parchment เก่าแก่ผสมผสานกับน้ำยาขัดพื้นขี้ผึ้งธรรมชาติ ลอยอบอวลอยู่ภายในห้องสมุดลับใต้ดินชั้นสามของสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเดีย ที่นี่คือเขาวงกตแห่งตำราโบราณที่นักเรียนทั่วไปไม่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้ามาหากไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้อำนวยการ แต่สำหรับคริสเตียนแล้ว... ที่นี่เป็นเพียงมุมอับสายตาที่เงียบสงบที่สุดสำหรับการแอบงีบหลับในยามบ่าย "นายกำลังคำนวณวงแหวนเวทบทที่เจ็ดด้วยสมการสนามแม่เหล็กเวทมนตร์ระดับมหภาค... โดยใช้เพียงเศษชอล์กหักๆ แท่งเดียวเนี่ยนะ คริสเตียน?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบประธานนักเรียนสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือไม้โอ๊กตัวยาว ดวงตาสสีอัมพันคมกริบกวาดมองกระดาษร่างแผนผังเวทมนตร์บนโต๊ะสลับกับใบหน้าของเด็กหนุ่มปีหนึ่งที่กำลังหาวหวอดๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน คริสเตียนค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน เขายันศอกพนักพิงเก้าอี้ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรุ่นพี่คนสำคัญที่มักจะโผล่มาถูกจังหวะเสียเหลือเกินในยามที่เขาต้องการความเป็นส่วนตัว "สวัสดีครับรุ่นพี่อาคิราห์ ลมอะไรหอบท่านประธานผู้ทรงเกียรติมาถึงมุมอับๆ ใต้ดินนี่ได้ล่ะครับเนี่ย หรือว่าเอกสารงบประมาณสภานักเรียนจะล้นโต๊ะจนต้องหนีมาหาที่สงบสติอารมณ์เหมือนกัน?" คริสเตียนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แฝงความกวนประสาทไว้เล็กน้อยตามวิสัยของคนขี้เกียจที่เกลียดการถูกรบกวนเวลาพักผ่อน ทว่าอาคิราห์ไม่ได้แสดงอาการหงุดหงิดต่อท่าทีนั้นเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบกลับพิจารณาอีกฝ่ายด้วยความลุ่มลึกราวกับกำลังสแกนหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มเอื่อยเฉื่อยนั้น อาคิราห์ดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมานั่งลงโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างกายที่กำยำสมส่วนในแบบฉบับของผู้ฝึกฝนเวทมนตร์ต่อสู้ระดับสูงโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย มือเรียวยาวประสานกันบนโต๊ะ สายตาจดจ้องไปยังรอยชอล์กบนกระดาษแผ่นนั้น "ฉันไม่ได้หนีงาน... ฉันแค่ตามหาคน" อาคิราห์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าจริงจังจนบรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงเล็กน้อย "คนที่สามารถแก้ไขบทเวทป้องกันอัคคีภัยระดับสูงของหอพักปีสามให้กลายเป็นม่านพลังงานไร้เสียงได้ภายในเวลาไม่ถึงสามนาที... โดยที่ตัวเขาเองนอนพิงโซฟาอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ห่างออกไปสามสิบเมตร" คริสเตียนกะพริบตาปริบๆ ในใจลอบถอนหายใจยาวเหยียด *ให้ตายสิ... ระบบเตือนแล้วแท้ๆ ว่าร่องรอยการแก้โค้ดเวทมันเนียนไม่พอ แต่ใครจะไปคิดว่าท่านประธานจอมเป๊ะคนนี้จะว่างมานั่งแกะรอยวงแหวนเวทระดับอนุภาคแบบนี้กันล่ะ* [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบระดับความสนใจจากเป้าหมาย "อาคิราห์" พุ่งสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน 85%] [คำเตือน: ความสามารถในการวิเคราะห์ตรรกะเวทมนตร์ของเป้าหมายอยู่ในระดับสูง มีความเสี่ยงที่ตัวตนที่แท้จริงจะถูกเปิดเผย] เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานกะพริบเตือนในห้วงความคิดของคริสเตียน แต่มือของเขากลับหยิบปากกาขนนกขึ้นมาหมุนเล่นอย่างใจเย็น ใบหน้าแสดงความงุนงงตามตำราเด็กปีหนึ่งที่เพิ่งเข้าเรียนได้ไม่นาน "รุ่นพี่กำลังพูดถึงเรื่องอะไรหรือครับ? เวทป้องกันหอพักปีสามอะไรนั่น... ผมยังเรียนไม่ถึงหลักสูตรนั้นเลยด้วยซ้ำ หนังสือเรียนเล่มแรกผมยังอ่านไม่ถึงไหนเลยนะคร้าบ" คริสเตียนแสร้งตีหน้าซื่อ น้ำเสียงเจือความประหลาดใจเล็กน้อยอย่างแนบเนียน อาคิราห์ไม่ตอบทันที ดวงตาสีอัมพันหรี่ลงเล็กน้อยราวกับนักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกรง เขาจำได้แม่นยำว่าในวันแรกของการปฐมนิเทศ คริสเตียนคือเด็กทุนที่สอบได้คะแนนภาคทฤษฎีต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ของแผนกเวทมนตร์ทั่วไป แต่กลับมีผลงานการปฏิบัติในคาบเรียนรวมที่ทำให้ศาสตราจารย์หลายคนถึงกับอ้าปากค้างด้วยวิธีแก้ปัญหาที่แปลกประหลาดและทรงประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อ ไม่มีนักเรียนคนไหนในชั้นปีที่หนึ่ง... หรือแม้กระทั่งปีสี่ ที่จะมองเห็น "ช่องโหว่เชิงโครงสร้าง" ของวงแหวนเวทโบราณได้ด้วยการมองผ่านๆ ยกเว้นแต่ว่า... สายตาคู่นั้นจะมองเห็นโครงสร้างที่แท้จริงของมานาได้โดยตรง "นายรู้ไหม... คริสเตียน" อาคิราห์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "ตระกูลของฉันสืบทอดเนตรเวทที่สามารถมองเห็นกระแสมานามาหลายชั่วอายุคน ฉันจึงรู้ดีว่าการจะมองทะลุวงแหวนเวทระดับสูงได้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่เด็กปีหนึ่งธรรมดาจะทำได้... แม้แต่พวกหัวกะทิจากตระกูลขุนนางใหญ่ก็ยังต้องใช้เวลาคำนวณนับสัปดาห์" รุ่นพี่หนุ่มเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบเลื่อนขึ้นประสานสายตากับเด็กหนุ่มโดยตรง "แต่นาย... แก้ไขมันเสร็จในขณะที่กำลังเคี้ยวลูกอมรสมิ้นท์" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบโต๊ะอ่านหนังสือชั่วขณะ อากาศรอบตัวคล้ายจะหนาแน่นขึ้นด้วยแรงกดดันทางเวทมนตร์อ่อนๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวของอาคิราห์โดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นความกดดันจากความสงสัยใคร่รู้ที่อัดแน่นจนเกือบจะล้นทะลัก คริสเตียนหยุดหมุนปากกาในมือ เขาสบตากลับไป รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย แทนที่ด้วยแววตานิ่งAนสงบ ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้หน้ากากของเด็กหนุ่มขี้เกียจ บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา จากรุ่นพี่ที่กำลังไล่ต้อนรุ่นน้อง กลายเป็นสถานการณ์ของการเผชิญหน้าระหว่างมันสมองสองขั้วที่ต่างฝ่ายต่างกุมความลับสำคัญเอาไว้ "รุ่นพี่กำลังคาดหวังอะไรจากผมกันแน่ครับ?" คริสเตียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทว่าแฝงความจริงจังที่ทำให้อาคิราห์ต้องชะงักไป "ผมก็แค่นักเรียนทุนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่อยากใช้ชีวิตในโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้อย่างสงบสุข... นอนหลับให้เต็มอิ่ม และเรียนจบไปแบบไม่ต้องมีใครมาสนใจก็แค่นั้นเอง" "ความสงบสุขงั้นเหรอ..." อาคิราห์ทวนคำ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหมายเชิงลบ แต่กลับเต็มไปด้วยประกายความท้าทายที่ยากจะต้านทาน "ในสถาบันอาร์เคเดียแห่งนี้ คนที่เก่งเกินไปมักจะไม่มีวันได้พบกับความสงบสุขหรอกนะ คริสเตียน... ยิ่งนายพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับฝูงชนมากเท่าไหร่ แสงสว่างที่อยู่ข้างในตัวนายมันก็ยิ่งส่องประกายแยงตาคนอื่นมากขึ้นเท่านั้น" พูดจบ อาคิราห์ก็ยื่นมือออกไป นิ้วเรียวแตะลงบนกระดาษแผ่นที่คริสเตียนใช้วาดสมการเมื่อครู่ ก่อนจะดึงมันมาไว้ฝั่งตัวเองอย่างถือวิสาสะ "กระดาษแผ่นนี้... ฉันขอเก็บไว้ศึกษาต่อก็แล้วกัน ถือว่าเป็นค่าปิดปากเรื่องที่นายแอบมานอนหลับในห้องสมุดหวงห้าม" อาคิราห์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อคลุมเครื่องแบบให้เข้าที่ด้วยท่าทางสง่างาม "แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจไปล่ะ คริสเตียน เพราะพรุ่งนี้เช้า... จะมีการทดสอบภาคสนามแบบกลุ่มพิเศษ และชื่อของนายถูกบรรจุอยู่ในรายชื่อทีมที่ฉันเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง" คริสเตียนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก "เเดี๋ยวสิครับรุ่นพี่! ผมไม่ได้ลงชื่อร่วมทีมพิเศษอะไรนั่นสักหน่อย!" อาคิราห์หันหลังกลับ พร้อมกับส่งยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และเล่ห์กลอันตรายมาให้ "กฎของสภานักเรียนข้อที่สิบสองระบุไว้ชัดเจน... ประธานนักเรียนมีสิทธิ์ขาดในการคัดเลือกกำลังเสริมภาคสนามเพื่อความปลอดภัยของสถาบัน และฉันก็คิดว่าสมองของนาย เหมาะกับการใช้งานในสถานการณ์วิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ที่สุดแล้ว" ร่างสูงก้าวเดินจากไปอย่างไม่รีเวลารอคำปฏิเสธ ทิ้งให้คริสเตียนนั่งมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกผสมปนเประหว่างความเหนื่อยหน่ายและความตื่นเต้นที่เริ่มสูบฉีดไปทั่วร่าง [แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจบังคับระดับ SSS "การทดสอบภาคสนามแห่งป่าอาถรรพ์" ถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ] [เป้าหมายภารกิจ: เอาชีวิตรอดจากการซุ่มโจมตีของสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์ระดับสูงร่วมกับประธานนักเรียนอาคิราห์ โดยห้ามเปิดเผยพลังที่แท้จริงเกิน 30%] [บทลงโทษหากล้มเหลว: ความลับเรื่องอัจฉริยะแตก และถูกบังคับให้รับตำแหน่งรองประธานนักเรียนตลอดการศึกษา] คริสเตียนมองหน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมาเตือนด้วยรอยยิ้มแห้งๆ เขาขยี้ผมสีดำสนิทของตัวเองอย่างแรงก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "ให้ตายสิ... ท่านประธานนี่มันร้ายกาจกว่าที่คิดไว้เยอะเลยแฮะ" ทว่าในจังหวะที่คริสเตียนกำลังจะเก็บของเตรียมตัวออกจากห้องสมุดเพื่อไปหาอะไรอุ่นๆ ดื่ม ประตูเหล็กบานใหญ่ที่ปิดสนิทมาตลอดกลับส่งเสียง "คลิก" เบาๆ พร้อมกับละอองมานาสีดำทมิฬที่พวยพุ่งทะลักผ่านรอยแยกเข้ามา ความมืดมิดที่ผิดธรรมชาติแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วห้องสมุดในพริบตา ตำราโบราณบนชั้นวางสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับมีชีวิต และก่อนที่คริสเตียนจะทันได้ตั้งตัว เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า... เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ไม่มีทางควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้ "ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนนอกหลักสูตรนะ... รุ่นน้องคริสเตียน" เสียงกระซิบกระหึ่มอันคุ้นเคยแต่กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับสัมผัสของคมดาบเวทมนตร์ที่จ่อแนบลำคอของเขาอย่างแม่นยำ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเปลี่ยนอันน่าตื่นเต้นนี้ครับ อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%