"ถ้าเธอยังเดินช้ากว่าเต่าคลานอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่ารายงานวิจัยเวทมนตร์บทที่เจ็ดของเธอเป็นโมฆะ คริสเตียน"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงไปหลายองศา อาคิราห์ในชุดเครื่องแบบประธานนักเรียนเต็มยศยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนหน้าประตูใหญ่ของสถาบันเวทมนตร์อาร์เคน ปลายสายตาดุจพญาอินทรีมองตรงมายังร่างระหงของเด็กหนุ่มผมสีเงินยวงที่กำลังหาวหวอดใหญ่โดยไม่เกรงใจสถานการณ์เบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย
คริสเตียนกะพริบตาปริบๆ มือซ้ายถือแก้วกาแฟลาเต้อุ่นๆ ส่วนมือขวาพลิกตำราเวทมนตร์โบราณหน้าหนาเตอะด้วยความเร็วระดับเปิดผ่านๆ เขาสบตาคู่สนทนาด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มักจะกวนประสาทผู้พบเห็นได้เสมอ "รุ่นพี่ครับ ใจเย็นๆ ก่อนสิครับ การออกนอกโรงเรียนครั้งแรกในรอบเทอมทั้งที มันก็ต้องเก็บบรรยากาศยามเช้า... เอ้ย เตรียมพลังงานให้พร้อมก่อนสิครับ อีกอย่าง ดันเจี้ยนระดับ D มันไม่ได้อันตรายขนาดต้องรีบวิ่งไปตายหรอกนะครับ"
"มันไม่ใช่เรื่องอันตรายหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของระเบียบวินัย" อาคิราห์ถอนหายใจเบาๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแม้เธอจะพยายามทำตัวเคร่งขรึมแค่ไหน แต่ทัศนคติที่ดูเหมือนไม่ทุกข์ร้อนต่อโลกใบนี้ของรุ่นน้องคนนี้กลับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้เธอต้องคอยตามประกบอยู่เรื่อย ตั้งแต่เหตุการณ์ทดสอบพลังในวันนั้น เธอก็สัมผัสได้ทันทีว่าภายใต้ท่าทางขี้เกียจสันหลังยาวของคริสเตียน ซ่อนสมองกลยุทธ์ที่สามารถพลิกกระดานเวทมนตร์ของอาณาจักรได้ทั้งใบ
รถม้าเวทมนตร์ติดตราสัญลักษณ์สภานักเรียนจอดเทียบท่า เสียงเครื่องยนต์มานาส่งเสียงคำรามเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทั้งคู่ก้าวขึ้นสู่ยานพาหนะเพื่อมุ่งหน้าสู่ "ดันเจี้ยนรกร้างเขตชายแดนตะวันตก" ภารกิจในวันนี้ตามเอกสารระบุไว้ว่าเป็นเพียงการกวาดล้างสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์ระดับต่ำอย่าง 'ก็อบลินธาตุ' และ 'สไลิม์ศิลา' เพื่อเก็บเกี่ยววัตถุดิบมาใช้ในการทดลองของภาควิชาปรุงยา
ทว่า... สำหรับคนที่มีเนตรวิเคราะห์ตรรกะเวทมนตร์อย่างคริสเตียนแล้ว ข้อมูลบนกระดาษแผ่นนั้นกลับมีความจริงอีกชุดหนึ่งซ่อนอยู่
ภายในรถม้าที่เคลื่อนตัวไปอย่างนุ่มนวล บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงัน คริสเตียนยกแก้วกาแฟขึ้นจิบเบาๆ ดวงตาคู่นคมองทะลุกระจกออกไปด้านนอก ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาะที่นั่งเป็นจังหวะ
[ตรวจพบความผิดปกติของโครงข่ายมานาภายนอก]
[พิกัด: ดันเจี้ยนเขต D-04]
[ระดับความหนาแน่นของมานา: ผิดเพี้ยนจากมาตรฐาน 340%]
[ข้อสังเกต: มีการบิดเบือนของมิติระดับต่ำซ้อนทับ คาดว่าเป็นรอยต่อของรอยแยกมานาโบราณ]
หน้าต่างระบบโปร่งใสสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของคริสเตียน เด็กหนุ่มมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความเหนื่อยหน่ายใจปะปนกับความขบขัน "ให้ตายสิครับ... ไหนอาจารย์บอกว่าเป็นแค่ดันเจี้ยนฝึกหัดสำหรับเด็กปีหนึ่งไงล่ะครับเนี่ย เล่นซ่อนรอยแยกมิติไว้แบบนี้ สงสัยวันนี้คงไม่ได้กลับไปนอนงีบตอนบ่ายแน่ๆ เลยครับ"
อาคิราห์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสังเกตเห็นประกายแสงในดวงตาของคริสเตียน เธอหรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย "เธอรู้อะไรมา คริสเตียน?"
"เปล่าหรอกครับรุ่นพี่ แค่คิดว่ากาแฟแก้วนี้คงไม่อิ่มท้องพอสำหรับการออกกำลังกายยามบ่ายก็เท่านั้นเองครับ" คริสเตียนตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ก่อนจะปิดตำราในมือลง เสียงกระดาษกระทบกันดังทึบ สะท้อนความเงียบภายในรถม้าที่เริ่มเข้าใกล้เขตป่าทึบชายแดนเข้าไปทุกที
ไม่นานนัก รถม้าก็หยุดนิ่งสนิท เบื้องหน้าของพวกเขาคือปากทางเข้าดันเจี้ยน D-04 ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยค่ายAกลป้องกันชั่วคราวของหน่วยสอดแนม กลิ่นอายของมานาที่ปะปนมากับสายลมให้ความรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด พื้นดินรอบด้านแห้งกรังราวกับถูกสูบพลังชีวิต ต้นไม้ใบหญ้าเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น
เจ้าหน้าที่หน่วยกวาดล้างประจำเขตวิ่งเข้ามาทำความเคารพอาคิราห์ด้วยท่าทางเร่งรีบ ใบหน้าของนายทหารเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ "ท่านประธานนักเรียนครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! เมื่อครู่ ทีมสำรวจกลุ่มแรกที่เข้าไปตรวจสอบดันเจี้ยนขาดการติดต่อ ภายใน... ภายในไม่ได้มีแคก็อบลินอย่างที่ประเมินไว้ตอนแรกครับ!"
อาคิราห์ขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของเธอโดยอัตโนมัติ "รายงานสถานการณ์โดยละเอียด"
"พวกเราพบ... พบร่องรอยของเวทมนตร์ต้องห้ามสายเนโครแมนซีครับ และที่สำคัญที่สุด... สัญญาณชีพของทีมสำรวจหายไปพร้อมกันในเสี้ยววินาทีเดียว เหมือนกับว่าพวกเขากลายเป็นหินไปในพริบตาครับ!"
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก คริสเตียนกลับเป็นคนเดียวที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขายืดเส้นยืดสายเล็กน้อยก่อนจะหยิบไม้กายาสิทธิ์เนื้อไม้สนดำขึ้นมาควงเล่นอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว รอยยิ้มมุมปากของเขากลับมาอีกครั้ง รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของอัจฉริยะผู้มองทะลุทุกกลลวง
"เนโครแมนซีกับหินงั้นเหรอครับ..." คริสเตียนพึมพำเบาๆ กับตัวเอง สายตาสะท้อนภาพโครงข่ายมานาสีแดงฉานที่แผ่พุ่งออกมาจากปากถ้ำมืดมิดเบื้องหน้า "ดูท่าทางว่า... พวกเราไม่ได้มาเก็บวัตถุดิบปรุงยาซะแล้วล่ะครับรุ่นพี่"
อาคิราห์หันมามองคู่หูหนุ่ม เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากทักท้วงอะไร เสียงระฆังเตือนภัยระดับฉุกเฉินสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ พร้อมกันนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตและหลับใหลมาเนิ่นนานกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิด
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการตื่นของบอสลับระดับทวีคูณ 'ผู้กล้าแห่งความตายที่ถูกลืม']
[เงื่อนไขการหลบหนีถูกปิดตาย: ระบบมิติถูกล็อกโดยสมบูรณ์]
[ขอให้โชคดีในการเอาชีวิตรอดครับ โฮสต์]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามการเดินทางอันน่าตื่นเต้นนี้ด้วยกันในตอนนี้นะครับ
- อาร์เธอร์มนตราสวรรค์ -
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น•ตอนที่ 12
ภารกิจดันเจี้ยนระดับ D
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!