กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบมานาที่เจือจางในอากาศยังคงหลงเหลืออยู่บนสนามฝึกซ้อมเวทมนตร์เขตสาม แม้ว่าเหตุการณ์ความวุ่นวายจากการแทรกแซงขององค์กรปริศนาเมื่อวานจะจบลงด้วยชัยชนะอันน่าเหลือเชื่อของเด็กหนุ่มผู้รักความสงบอย่างผม แต่ดูเหมือนว่าคำว่า "ความสงบ" ในพจนานุกรมของสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเดียแห่งนี้จะมีนิยามที่กว้างเสียจนน่าใจหาย
“นายกำลังคิดจะโดดคาบประวัติศาสตร์เวทมนตร์โบราณอีกแล้วใช่ไหม คริสเตียน”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเงาสูงโปร่งของประธานนักเรียนคนเก่งที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว อาคิราห์ในชุดเครื่องแบบเนียบกริบปักตราสโนว์ไวท์อันเป็นเอกลักษณ์กำลังหรี่ตามองผม แววตานั้นเต็มไปด้วยความคาดคั้นและความเอือมระอาในปริมาณที่เท่าๆกัน
ผมถอนหายใจยาวเหยียด ปิดหนังสือรวมคาถาอาคมเล่มหนาเตอะที่วางอยู่บนตักลงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตารุ่นพี่คนสนิทที่มักจะหาตัวผมเจอทุกครั้งที่ผมพยายามจะหลบมุมงีบหลับ
“ผมไม่ได้จะโดดครับรุ่นพี่ อาคิราห์... ผมแค่กำลังประหยัดพลังงานสมองเพื่อเตรียมรับมือกับคาบภาคบ่ายต่างหาก การใช้พลังจิตวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์ระดับสูงติดต่อกันสามชั่วโมงมันกินพลังงานชีวิตมากนะรู้ไหมครับ” ผมอธิบายด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย พยายามทำตัวให้ลีบแบนที่สุดเพื่อหลบรัศมีสายตาคาดคั้นนั้น
อาคิราห์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรู้ทัน “อ้างเก่งขึ้นทุกวันเลยนะ... แต่ก็นั่นแหละ นายมีเหตุผลร้อยแปดเสมอสำหรับความขี้เกียจของตัวเอง” เขาทรุดตัวลงนั่งลงบนม้าหินอ่อนข้างๆ กลิ่นอายจางๆ ของชาสมุนไพรลอยมาจากแก้วเวทมนตร์ในมือของอีกฝ่าย “ว่าแต่... นายคิดจริงๆ หรือว่าเรื่องเมื่อวานมันจบลงแค่นี้”
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันทีเมื่อประธานนักเรียนหนุ่มเอ่ยประโยคนี้ รอยยิ้มสบายๆ บนใบหน้าของผมเลือนหายไป ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบม้าหินชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวและเสียงฝีเท้าของนักเรียนกลุ่มอื่นที่เดินผ่านไปไกลๆ
“จัดการเบี้ยตัวแรกได้งดงามมาก... หนุ่มน้อยแห่งตรรกะ แต่เกมกระดานจริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”
ผมทวนประโยคที่ยังคงติดอยู่ในห้วงความคิดตั้งแต่มืดค่ำวานนี้ เสียงกระซิบผ่านอาคมสะกดจิตของชายสวมหน้ากากเงินคนนั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำ เบี้ยตัวแรกงั้นหรือ? ถ้าการโจมตีสนามประลองและการเจาะระบบป้องกันระดับตำนานของสถาบันเป็นเพียงแค่ "เบี้ย" ตัวหนึ่ง สิ่งที่พวกมันซ่อนไว้เบื้องหลังคืออะไรกันแน่?
“ระบบประเมินสถานการณ์กำลังทำงานครับรุ่นพี่” ผมพึมพำเบาๆ ดวงตาคมกริบเหลือบมองหน้าต่างสถานะโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา มีเพียงผมเท่านั้นที่มองเห็น
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังมานาทั่วอาณาเขตสถาบัน]
[ระดับความเสี่ยง: ปานกลางกำลังไต่ระดับสู่ขั้นวิกฤต]
[คำเตือน: โครงสร้างเวทมนตร์ป้องกันภายนอกถูกดัดแปลงจากภายใน... ไม่ใช่การบุกรุก แต่เป็นการ "เปิดประตู"]
หัวใจของผมกระตุกวูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่การบุกรุกจากภายนอก? หมายความว่ามีหนอนกระ่อนอยู่ในรั้วสถาบันงั้นสิครับ แถมยังเป็นหนอนที่มีสิทธิ์เข้าถึงแกนกลางระบบป้องกันเสียด้วย
อาคิราห์สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของผม ประธานหนุ่มวางแก้วชาลงบนโต๊ะทันที ท่าทางผ่อนคลายหายวับไปกับตา เหลือเพียงออร่าของผู้นำที่พร้อมจะสั่งการได้ทุกเมื่อ “นายเห็นอะไรจากตรรกะเวทมนตร์ของนาย คริสเตียน”
“เรากำลังโดนต้อนครับ” ผมตอบเสียงเรียบ แต่แววตาจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “เมื่อวานนี้เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่การทำลายสนามประลอง แต่มันเป็นการทดสอบ... ทดสอบความเร็วในการตอบสนองของสถาบัน และที่แย่ที่สุดคือพวกมันต้องการเก็บข้อมูลการใช้เวทมนตร์ของผม”
“หมายความว่า... ตัวตนของนายเริ่มกลายเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มเงาพิทักษ์ (Shadow Vanguard) แล้วสินะ” อาคิราห์กัดฟันแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความโกรธเกรี้ยวแผ่ออกมาจากตัวของรุ่นพี่จนอากาศรอบข้างลดอุณหภูมิลงอย่างเห็นได้ชัด “ฉันไม่มีวันยอมให้ใครแตะต้องตัวปัญหายอดอัจฉริยะอย่างนายเด็ดขาด”
ผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ ออกมากับความปกป้องเกินเหตุนั้น แม้จะปากร้ายใส่กันบ่อยครั้ง แต่อาคิราห์ก็คือคนที่พร้อมจะยืนหยัดอยู่แนวหน้าเสมอเวลาที่เกิดเรื่อง
“ใจเย็นก่อนครับรุ่นพี่ การที่เราโกรธไม่ได้ช่วยให้ตรรกะเวทมนตร์มันสมเหตุสมผลขึ้นมาหรอกนะ” ผมเอื้อมมือไปแตะแขนอีกฝ่ายเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม “ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือ—กริ๊ง!”
เสียงกระดิ่งเตือนภัยเวทมนตร์ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถาบัน ไม่ใช่เสียงระฆังธรรมดา แต่เป็นโทนเสียงความถี่สูงระดับเจ็ดที่ใช้ในกรณีฉุกเฉินสูงสุดเท่านั้น ท้องฟ้าเหนือหอคอยกลางสถาบันที่เคยแจ่มใสเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมดำอย่างรวดเร็ว กลุ่มก้อนเมฆหมุนวนเป็นเกลียวราวกับพายุเฮอร์ริเคนมานา
นักเรียนนับพันคนกรีดร้องและวิ่งหนีอลหม่าน เสียงฝีเท้าดังระรัวผสมผสานกับเสียงระเบิดที่ดังมาจากตึกอำนวยการ
ผมผุดลุกขึ้นยืนทันที สายตาจับจ้องไปยังภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า โครงสร้างเวทมนตร์ป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของสถาบันกำลังแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกที่ถูกค้อนทุบ
“ไม่ใช่แค่การเปิดประตูแล้วล่ะครับรุ่นพี่...” ผมพึมพำเสียงเครียด ขณะที่หน้าต่างระบบสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นมานับสิบข้อความติด
[แจ้งเตือนระดับ SSS: ตรวจพบการปลุกพลังของ "สิ่งแปลกปลอม" ภายในห้องใต้ดินโบราณ]
[เงื่อนไขการปลุกเสร็จสิ้น: 100%]
[เป้าหมาย: คริสเตียน (ผู้ถือครองตรรกะแห่งจุดเริ่มต้น)]
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทแผ่ขยายออกจากใต้ฐานหอคอยกลางพุ่งตรงมายังจุดที่เรายืนอยู่ ก่อนที่เงาร่างมหึมาของบางสิ่งจะค่อยๆ ก้าวทะยานขึ้นมาจากความมืดมิด พร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นประสาททุกชีวิตให้หยุดนิ่ง
ดวงตาสสีแดงฉานคู่ใหญ่มองตรงมายังผมจากความมืดมิด พร้อมกับเสียงแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องในหัวของทุกคน...
*“ในที่สุด... ก็ได้เวลาตื่นเสียที เจ้าหนู”*
---
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตรรกะป่วนๆ ของเจ้าชายแห่งความขี้เกียจคนนี้นะครับ
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น•ตอนที่ 36
โรงเรียนคืนสู่ความสงบ?
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!