"คริสเตียน อย่าไปทางนั้น!"
เสียงตวาดของอาคิราห์ดังแทรกผ่านเสียงหินถล่มที่ครืนครั่นอยู่เบื้องหลัง แรงสั่นสะเทือนระดับเจ็ดริกเตอร์จากการที่โครงสร้างดันเจี้ยนชั้นที่ห้าเริ่มวิบัติ ทำให้พื้นดินใต้เท้าเราทั้งคู่สั่นคลอนราวกับพเยิดหน้าหนีจากความเป็นจริง
ผมไม่ได้หันกลับไปมอง เพราะตรรกะในหัวกำลังประมวลผลความเร็วของเศษศิลาที่ร่วงหล่นลงมาเหนือหัว ความแม่นยำของจุดตกกระทบนั้นคำนวณจากแรงเหวี่ยงและน้ำหนักมวลรวม เวทมนตร์ป้องกันตัวที่ผมกางออกทำหน้าที่เพียงแค่ 'ลดแรงปะทะ' ไม่ใช่ 'ต้านทาน' หากผมโง่พอจะยืนปักหลักตรงนี้เพื่อโชว์ความเท่ตามบทพระเอกนิยายทั่วไป ผมคงได้กลายเป็นเนื้อบดละเอียดอยู่ใต้ก้อนหินหนักสิบตันไปนานแล้ว
"ถ้าไม่ไปทางนั้น เราก็โดนฝังทั้งเป็นครับรุ่นพี่" ผมตะโกนกลับพลางกระชากข้อมือเธอให้วิ่งไปตามทิศทางที่ผมวิเคราะห์ไว้ ช่องโหว่ของโครงสร้างดันเจี้ยนในจุดนี้คือรอยแยกที่ดูเปราะบางที่สุด แต่นั่นแหละครับ... ในความเปราะบางมักจะมีทางรอดที่ซ่อนอยู่เสมอ
ดวงตาของผมเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ระบบ 'เนตรอัจฉริยะ' กำลังฉายภาพโครงสร้างพลังงานของดันเจี้ยนที่บิดเบี้ยว รอยร้าวสีม่วงอมดำนั่นไม่ใช่แค่หินถล่ม แต่มันคือมานาที่รั่วไหลจนทำให้มิติภายในเริ่มฉีกขาด
"นั่นไม่ใช่ทางออก! มันคือเขตหวงห้าม!" อาคิราห์ร้องเตือน เธอพยายามจะฝืนแรงดึงของผม ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะหยุดกึก หินก้อนมหึมาก็ร่วงลงมาปิดเส้นทางด้านหลังจนมิด
เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมจากการปะทะทำเอาฝุ่นคละคลุ้งจนหายใจแทบไม่ออก เราสองคนถูกขังอยู่ในโถงทางเดินแคบๆ ที่กำลังบีบตัวเข้าหากัน
"เชื่อผมสิครับ" ผมหันไปมองเธอ สายตาของผมในตอนนี้คงดูจริงจังเกินกว่าที่คนขี้เกียจอย่างผมควรจะเป็น "ความผิดพลาดของระบบโครงสร้างมักจะทิ้ง 'ช่องว่าง' ไว้ให้เสมอ และช่องว่างที่ว่า... อยู่หลังกำแพงมนตรานั่น"
อาคิราห์มองหน้าผม ลมหายใจเธอหอบถี่ หน้ากากประธานนักเรียนที่แสนเยือกเย็นมลายหายไป เหลือเพียงหญิงสาวที่กำลังหวาดกลัวกับชะตากรรม แต่เมื่อเธอมองลึกเข้ามาในดวงตาผม เธอก็ยอมพยักหน้าอย่างช้าๆ
"ถ้าตาย... ฉันจะจองเวรนายไปทุกชาติเลยนะ คริสเตียน"
"รับทราบครับ แต่ถ้าเรารอด... มื้อเย็นวันนี้ขอเป็นสเต็กเนื้อเกรดเอจากร้านที่รุ่นพี่ชอบนะครับ"
ผมปล่อยมือจากข้อมือเธอแล้วพุ่งตัวไปที่ผนังเวทมนตร์เบื้องหน้า นิ้วชี้ขวาประทับลงบนจุดศูนย์กลางของการไหลเวียนมานาที่ผมเห็นผ่านระบบ มันไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเลย แค่จุดที่เวทมนตร์ยึดเกาะอ่อนแอที่สุดเพียงจุดเดียว
*เปรี้ยง!*
ผนังที่ดูแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้ากลับแตกร้าวเหมือนกระจกที่ถูกหินขว้างใส่ ผมก้าวผ่านรอยแยกนั้นเข้าไปพร้อมกับอาคิราห์ แรงอัดอากาศมหาศาลผลักร่างเราปลิวไปตามกระแสลมภายในช่องว่างมิติ
ความมืดมิดเข้าครอบงำชั่วขณะ ก่อนที่ผมจะพบว่าเราตกลงมาบนพื้นหินอ่อนที่เรียบเนียน... หินอ่อนที่ไม่ควรจะอยู่ในดันเจี้ยนที่เน่าเฟะแบบนี้
กลิ่นอายเวทมนตร์ที่นี่ต่างออกไป มันสะอาด สงบ และเปี่ยมไปด้วยพลังงานโบราณที่กดทับจนเกือบจะหายใจไม่ออก ผมพยุงตัวลุกขึ้นพลางปัดฝุ่นออกจากชุดนักเรียน อาคิราห์ที่ล้มอยู่ข้างๆ ค่อยๆ ยันกายขึ้นด้วยความระมัดระวัง
"ที่นี่ที่ไหน..." เธอพึมพำ สายตาสอดส่องไปรอบๆ ห้องโถงกว้างขวางที่ดูเหมือนห้องสมุดต้องห้าม
ระบบในหัวของผมเริ่มแจ้งเตือนถี่รัว มันไม่ใช่แค่ภารกิจธรรมดา แต่มันคือการแจ้งเตือนระดับสีแดงฉานที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
[แจ้งเตือน: ตรวจพบพื้นที่ลับระดับ SSS - 'หอจดหมายเหตุบรรพกาล']
[ภารกิจหลัก: เอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของ 'ผู้เฝ้าประตู' ที่ตื่นขึ้นจากการหลับใหล]
หัวใจผมกระตุกวูบ เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า มันไม่ใช่เสียงเดินของมนุษย์ แต่มันคือเสียงโลหะหนักๆ ที่ลากครูดไปกับพื้นหิน
อาคิราห์ชักดาบประจัญบานออกมาทันที มือที่ถือดาบของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาขนาดใหญ่ที่ค่อยๆ ก้าวพ้นจากมุมมืด ร่างสูงกว่าสามเมตรในชุดเกราะเวทมนตร์สีดำสนิท ดวงตาสีเพลิงคู่หนึ่งลืมตาขึ้นในความมืด พร้อมกับแรงกดดันมานามหาศาลที่กดร่างเราจนแทบทรุดลงกับพื้น
"หนีไปได้ก็แค่หนูตัวหนึ่ง" เสียงแหบพร่าดังก้องในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงพูด แต่มันคือพลังจิตที่แทรกซึมเข้ามาในสมอง
ผมคว้าแขนอาคิราห์ไว้แน่น สายตาจ้องเขม็งไปที่บอสลับตัวนี้ ข้อมูลที่ระบบส่งมาทำเอาผมถึงกับเหงื่อตก มันไม่ใช่แค่บอส... แต่มันคือ 'ตัวตน' ที่ถูกบันทึกไว้ในตำนานว่าเป็นคนสร้างดันเจี้ยนนี้ขึ้นมา
"รุ่นพี่ครับ" ผมกระซิบเสียงเรียบ แม้ข้างในจะเริ่มกังวลจนแทบบ้า "งานนี้คงไม่ได้กินสเต็กแล้วละครับ"
ชายในชุดเกราะเงื้อดาบยักษ์ขึ้นเหนือหัว พลังงานสีเลือดพวยพุ่งออกมาจนเพดานห้องสั่นสะเทือน เขาไม่ได้เล็งมาที่ผม แต่เขากำลังเล็งดาบไปที่อาคิราห์
"คริสเตียน! หลบไป!" อาคิราห์ตะโกนสุดเสียงพร้อมกับจะพุ่งเข้าไปรับการโจมตีแทนผม
แต่ผมเร็วกว่า... ผมตัดสินใจรวบตัวเธอแล้วพุ่งหลบไปด้านหลังเสาหินขนาดใหญ่ ทว่าในวินาทีที่ดาบฟาดลงมา พื้นที่ตรงนั้นกลับบิดเบี้ยวและส่งร่างเราทั้งคู่ให้ร่วงลงสู่เหวสีดำมืดมิดอีกครั้ง!
ความมืดกลืนกินเราไปพร้อมกับเสียงหัวเราะของบอสตนนั้นที่ก้องกังวานอยู่ในห้วงอากาศ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตรรกะอันลุ่มลึกและมิตรภาพอันงดงามนี้ พบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น•ตอนที่ 14
หนีให้ทัน!
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!