เศษซากละอองเวทมนตร์สีฟ้าครามยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับหิมะที่โปรยปรายลงมากลางฤดูร้อน กลิ่นอายของมานาบริสุทธิ์ที่อัดแน่นจนเกือบกลายเป็นของเหลวยังคงอบอวลอยู่ในห้องโถงประลองเวทระดับสูงของสถาบันอคาเดมี่ เสียงปรบมือที่ดังกระหึ่มราวกับฟ้าผ่าค่อยๆ สงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเหล่าคณาจารย์และนักเรียนนับร้อยชีวิตที่ต่างยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าทางเดิม
ดวงตาทุกคู่จับจ้องมาที่ร่างโปร่งของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทผู้ยืนกอดอกอยู่กลางสนามประลอง
"เป็นไปไม่ได้..."
ศาสตราจารย์มาร์คัส ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ พึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาเล็กน้อย มือที่ถือกระดานประเมินผลเวทมนตร์ถึงกับสั่นจนเกือบทำหล่นพื้น ในตารางบันทึกข้อมูลดิจิทัล ค่าความหนาแน่นของมานาที่คริสเตียนเพิ่งปลดปล่อยออกมาเพื่อ "ปัดป้อง" การโจมตีของหุ่นยนต์รบเวทมนตร์ระดับ A-Class เมื่อครู่นี้ พุ่งทะยานจนกราฟแทบจะระเบิด
คริสเตียนกะพริบตาปริบๆ เขากวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความรู้สึกงุนงงเล็กน้อย ในหัวของเขากำลังประมวลผลเหตุการณ์เมื่อสามนาทีที่แล้ว—เขาแค่อยرากจะใช้เวทมนตร์ป้องกันตัวแบบง่ายที่สุด เพื่อไม่ให้ชุดนักเรียนราคาแพงของเขาต้องเปื้อนฝุ่นก็เท่านั้น แต่ระบบที่ฝังอยู่ในจิตสำนึกของเขากลับดันไป "ชี้จุดบอด" ของวงแหวนเวทป้องกันสนาม ทำให้เขาเผลอดีดนิ้วใส่จุดเชื่อมต่อพลังงานตามตรรกะที่ควรจะเป็น ผลลัพธ์คือหุ่นยนต์ยักษ์ตัวนั้นไม่ได้แค่หยุดโจมตี แต่มันดันแยกชิ้นส่วนออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ราวกับถูกถอดประกอบด้วยช่างฝีมือชั้นครู
"ผม... แค่ไม่อยากให้เสื้อเปื้อนนะครับ" คริสเตียนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาฉายแววเบื่อหน่ายนิดๆ ตามวิสัยของคนขี้เกียจที่อยากรีบกลับหอพักไปนอนกลางวัน
ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงสูดหายใจเข้าลึกๆ ของฝูงชน
จากระเบียงชั้นสอง อาคิราห์ ประธานนักเรียนหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในรอบทศวรรษ ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองตรงไปยังเด็กหนุ่มปีหนึ่งเบื้องล่างด้วยประกายความคลั่งไคล้ที่ยากจะปิดมิด
*‘เจ้าเด็กนี่... ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ลึกเสียจริง’* อาคิราห์คิดในใจ รอยยิ้มบนใบหน้าคมเข้มนั้นอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความหมาย เวทมนตร์ที่ไร้รูปแบบแต่เต็มไปด้วยตรรกะอันสมบูรณ์แบบเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ทั่วไปจะมองเห็นช่องว่างได้ในเสี้ยววินาทีเดียวกระทั่งตัวเขาเองยังต้องใช้เวลาคิดวิเคราะห์อยู่ครู่ใหญ่ แต่คริสเตียนกลับจัดการมันได้อย่างราบคาบราวกับการหายใจเข้าออก
"คริสเตียน... เจ้าหนุ่มน้อย" เสียงทุ้มต่ำของอาจารย์ใหญ่ดังขึ้นจากเก้าอี้ประธาน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าแก่ชราเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปีติ "นี่เจ้าใช้เวทมนตร์ธาตุไร้ลักษณ์ขั้นสูงผสานกับคณิตศาสตร์เวทมนตร์ซ้อนทับกันถึงสามชั้นในพริบตาเดียวอย่างนั้นหรือ? ช่างเป็นพรสวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้!"
*‘หะ? สามชั้นอะไรกัน ผมแค่ดีดนิ้วตามช่องโหว่ต่างหากเล่า’* คริสเตียนแอบถอนหายใจยาวเหยียดในใจ เขาไม่อยากแก้ตัวให้ยุ่งยากเพราะรู้ดีว่า ยิ่งอธิบาย คนพวกนี้ก็จะยิ่งจินตนาการไปกันใหญ่โต
"ครับ... ประมาณนั้นมั้งครับ" คริสเตียนตอบปัดๆ พร้อมกับยิ้มแห้งๆ ส่งไปให้
ฉับพลันนั้นเอง เสียงระฆังประกาศสิ้นสุดการประเมินประจำองค์ที่หนึ่งก็ดังขึ้นกังวานทั่วสถาบัน หน้าต่างระบบสีฟ้าใสที่ปรากฏเฉพาะสายตาของคริสเตียนก็เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยตัวอักษรสีทองเรืองรอง
[ ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ]
[ ผ่านเงื่อนไขลับ: "การเป็นจุดสนใจโดยไม่เต็มใจ" สมบูรณ์แบบ ]
[ คะแนนชื่อเสียงสถาบันพุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบร้อยปี ]
[ ปลดล็อกรางวัลพิเศษ: เนตรตรรกะขั้นที่ 2 (Logical Eye Tier 2) ]
คริสเตียนขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือน เขารู้สึกได้ทันทีว่ากระแสมานาในร่างกายกำลังเปลี่ยนแปลงไป ดวงตาข้างขวาของเขาร้อนผ่าวขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่ภาพของโลกตรงหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—ตอนนี้เขามองทะลุโครงสร้างมานาของอาคารเรียน ทะลุเสื้อผ้า และทะลุไปถึงจิตวิญญาณของทุกคนในห้องโถงนี้ได้อย่างชัดเจนราวกับมองผ่านกระจกใส
นี่มันไม่ใช่พลังของคนขี้เกียจที่อยากใช้ชีวิตสงบสุขเลยสักนิด!
ก่อนที่คริสเตียนจะได้ทันบ่นอะไรในใจ ประตูบานยักษ์ของห้องโถงประลองก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก้าวเข้ามา พร้อมกับออร่าเวทมนตร์สีดำสนิทที่กดทับบรรยากาศจนทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
ร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทฮู้ดคลุมศีรษะมิดชิดก้าวช้าๆ เข้ามาหยุดอยู่กลางสนามประลอง ห่างจากคริสเตียนเพียงไม่กี่ก้าว มือเรียวขาวซีดราวกระดูกยื่นออกมาจากชายเสื้อ พร้อมกับโยนบางสิ่งลงแทบเท้าของเด็กหนุ่ม
"ในที่สุดก็เจอตัวสักที... ผู้สืบทอดแห่งตรรกะที่หายสาบสูญ" เสียงแหบพร่าแต่น่าเกรงขามเอ่ยขึ้น พร้อมกับดึงฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่มีรอยสักอักษรโบราณเรืองแสงสีเลือด
คริสเตียนก้มลงมองวัตถุที่กลิ้งมาหยุดอยู่ตรงหน้า—มันคือ "ศิลาแห่งพันธพันS" วัตถุโบราณที่ถูกบันทึกไว้ในตำนานว่าเป็นกุญแจปลดผนึกหายนะของทวีป
และในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างระบบที่เคยสงบก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระดับวิกฤตที่ดังลั่นในโสตประสาท
[ ⚠️ คำเตือน: ตรวจพบเป้าหมายระดับ SSS - "ผู้ทำลายล้างแห่งยุคบรรพกาล" กำลังเชื่อมต่อกับโฮสต์ ]
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตรรกะอันลุ่มลึกและมิตรภาพอันงดงามนี้ พบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น•ตอนที่ 15
รอดตายแบบงงๆ
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!