“เศษเสี้ยวมานากระจายตัวทำมุมเจ็ดสิบหององศาจากระนาบพื้นดิน... เป็นรูปแบบการร่ายเวทที่สิ้นเปลืองพลังงานและมีช่องโหว่ทางโครงสร้างถึงสามจุดในรัศมีสามเมตรจากตัวเป้าหมาย ช่างเป็นความพยายามที่น่าเอ็นดูเสียจริงครับ”
คริสเตียนพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะที่ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นใสสะท้อนละอองแสงสีม่วงเข้มที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาอย่างดุร้าย แรงกดดันจากอาคมระดับสูงแผ่ซ่าจนผิวหนังรู้สึกชาหนึบ ทว่าท่าทีของเด็กหนุ่มเจ้าของทุนอัจฉริยะกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงยืนเอามือซ้ายล้วงกระเป๋าเสื้อคลุมนักเรียน ขณะที่มือขวาถือแก้วกาแฟที่อุณหภูมิกำลังอุ่นพอดี
ตู้ม!
แรงระเบิดจากการปะทะของเวทมนตร์ทำเอาผนังหินแกรนิตของห้องโถงใต้ดินสั่นสะเทือน ฝุ่นผงคละคลุ้งจนทัศนวิสัยพร่ามัว แต่ทว่าตรงจุดที่คริสเตียนยืนอยู่เมื่อครู่ กลับว่างเปล่า มีเพียงเงาสะท้อนของเวทเคลื่อนย้ายพริบตาที่จางหายไปในอากาศ
“หลบได้รวดเร็วนักนะ เจ้าหนู... สมกับที่เป็นเด็กที่ท่านผู้นั้นออกปากชมด้วยตัวเอง”
เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เสาหินขนาดใหญ่หักโคั่นลงครืนใหญ่จากการโจมตีระลอกสอง เจ้าของเสียงนั้นสวมผ้าคลุมสีดำสนิทสนม ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยหน้ากากโลหะลวดลายประหลาดที่สะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับแวม รัศมีการปล่อยมานาของมันรุนแรงระดับจอมเวทขั้นสูง ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่การลอบทำร้ายของเด็กนักเรียนด้วยกันเองในโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ แต่มันคือ ‘มือสังหาร’ จากองค์การนอกรีตที่เล็งเป้ามาที่เขาโดยตรง
คริสเตียนก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างใจเย็น สายตากวาดมองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวผ่านการวิเคราะห์ของระบบอัจฉริยะในหัว
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสภาวะวิกฤต - ศัตรูระดับภัยคุกคามคลาส A (จำนวน 1 นาย) และคลาส B (จำนวน 4 นาย) กำลังปิดล้อมเส้นทางหนีทุกด้าน โอกาสรอดชีวิตในกรณีปะทะตรง 14.8%]
“สิบสี่เปอร์เซ็นต์จุดแปด... น้อยกว่าที่ผมคาดไว้นิดหน่อยนะครับเนี่ย สงสัยวันนี้ผมคงตื่นสายเกินไปจนสมองยังประมวลผลไม่เต็มที่” คริสเตียนถอนหายใจเบา ๆ พลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกครั้งราวกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศยามบ่าย
มือสังหารในชุดคลุมสีดำแค่นหัวเราะด้วยความขบขัน “เจ้ายังมีอารมณ์มาพูดเล่นอยู่อีกงั้นรึ? ความอัจฉริยะของเจ้ามันใช้ไม่ได้ผลหรอกเมื่อเผชิญหน้ากับ ‘เขตอาคมสมบูรณ์แบบ’ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อปิดผนึกวงจรเวทโดยเฉพาะ จงจำชื่อของข้าไว้... ข้าคือผู้ที่จะตัดหัวของอัจฉริยะผู้จองหองเช่นเจ้า!”
สิ้นเสียงประกาศกร้าว คลื่นพลังสีดำสนิทก็แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง กลายเป็นโดมโปร่งแสงครอบคลุมพื้นที่รัศมีร้อยเมตร ทันทีที่เขตอาคมทำงาน คริสเตียนรู้สึกได้ทันทีว่ากระแสมานาในร่างกายของตนถูกกดทับจนแทบหยุดนิ่ง วงจรเวทที่เคยเชื่อมต่อกับธรรมชาติรอบตัวถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์ นี่คืออาคมระดับสูงที่ขโมยมาจากตำราโบราณของสถาบัน เป็นกับดักที่วางแผนมาอย่างไร้ที่ติ
“อืม... เป็นการผสานอาคมขัดขวางการไหลเวียนของมานากับเขตอาคมกักเก็บแรงโน้มถ่วงสินะครับ ช่างเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าดีแท้สำหรับหัวของเด็กนักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง” คริสเตียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงยังคงราบเรียบไร้ร่องรอยของความหวาดกลัว ดวงตาส่อแวววิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง “แต่ก็น่าเสียดาย... ที่พวกคุณทำการบ้านมาไม่ดีพอ”
มือสังหารชะงักไปเล็กน้อย “ว่ายังไงนะ?”
“คุณมองข้ามตัวแปรที่สำคัญที่สุดไปตัวหนึ่งครับ...” คริสเตียนยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่มักปรากฏเวลาที่เขาพบช่องโหว่ทางตรรกะของระบบเวทมนตร์ “...นั่นก็คือ ผมไม่เคยบอกเลยสักครั้งว่าผมต้องพึ่งพามานาของ ‘สภาพแวดล้อม’ ในการจัดการกับพวกคุณ”
เป๊าะ!
เสียงดีดนิ้วดังขึ้นเบื้องหน้า ท่ามกลางความตกตะลึงของมือสังหาร พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกมันกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะเวทมนตร์โจมตี แต่มันคือ ‘การคำนวณโครงสร้างทางกายภาพ’ ที่คริสเตียนได้ฝังร่องรอยทางเวทไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในห้องโถงนี้ เครือข่ายรูนขนาดเล็กที่ถูกวาดด้วยเศษผงกาแฟและกระแสไฟฟ้าสถิตทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบในชั่วพริบตา
ครืนนน!
พื้นหินแกรนิตนับตันพังทลายลงกลายเป็นหลุมลึก แรงดึงดูดที่พวกมันตั้งใจใช้กักขังคริสเตียน กลับถูกสะท้อนกลับด้วยหลักการทางฟิสิกส์และตรรกะเวทมนตร์ย้อนกลับ ส่งผลให้ร่างของมือสังหารทั้งสี่คนที่ซุ่มอยู่รอบนอกเสียหลักร่วงหล่นลงไปในเหวลึกพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน
เหลือเพียงหัวหน้ามือสังหารที่ยืนอยู่บนแผ่นหินชิ้นสุดท้าย ดวงตาภายใต้หน้ากากเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มันมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ยืนกอดอกมองมันด้วยสายตาเรียוניน
“เป็นไปไม่ได้... เจ้าถูกปิดผนึกวงจรเวทไปแล้วนี่! ทำไมเขตอาคมของข้าถึงใช้งานไม่ได้ผล!”
“เพราะคุณมองเวทมนตร์เป็นแค่ ‘พลังงานลึกลับ’ ที่ต้องร่ายรำและท่องคาถาครับ...” คริสเตียนก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มผู้ขี้เกียจคนเดิม จนมือสังหารรู้สึกราวกับว่าเบื้องหน้าของตนไม่ใช่เด็กนักเรียนอายุสิบเจ็ดปี แต่เป็นสัตว์ประหลาดโบราณที่กำลังจำศีล “...แต่สำหรับผมแล้ว เวทมนตร์มันก็แค่ ‘รหัสคำสั่ง’ ที่มีข้อบกพร่อง และผม... ก็เก่งเรื่องการแก้บั๊กเสียด้วยสิครับ”
มือสังหารกัดฟันกรอด มันรวบรวมมานาเฮือกสุดท้าย ดึงกริชอาบยาพิษสีเขียวมรกตออกมาพุ่งเข้าใส่คริสเตียนด้วยความเร็วสูงสุด หมายจะแลกชีวิตปลิดชีพเป้าหมายให้จงได้ในวินาทีสุดท้ายนี้
ทว่า...
ฉับพลันนั้นเอง อากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน เงาดำทึบสายหนึ่งพุ่งแหวกความมืดเข้ามาด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ประกายแสงสีเงินวาววับตัดผ่านความมืดเพียงเสี้ยววินาที
แคว่ก!
ร่างของมือสังหารชะงักค้างกลางอากาศ กริชในมือหลุดร่วงกระทบพื้นเสียงดังสนั่น รอยแผลบางเฉียบบนลำคอของมันปรากฏขึ้นก่อนที่หยดเลือดสีแดงสดจะซึมออกมา ชายสวมหน้ากากล้มลงหมดสติไปในทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้เห็นแม้แต่เงาของผู้ที่ลงมือ
คริสเตียนกะพริบตาปริบ ๆ พลางมองร่างที่นอนแน่นิ่งเบื้องหน้า ก่อนจะหันไปมองยังระเบียงหินด้านบนที่มีเงาร่างคุ้นเคยยืนสง่าอยู่
เรือนผมสีเงินยาวสลวยสะท้อนกับแสงไฟอ่อน ๆ ชุดเครื่องแบบประธานนักเรียนที่เนียบกริบไร้ที่ติ และดวงตาคู่คมกริบที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นแต่อัดแน่นด้วยประกายความห่วงใยที่ซ่อนไว้ไม่มิด อาคิราห์ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับดาบยาวในมือที่ยังคงมีไอความเย็นระเหยออกมาจางๆ
“ช้าไปสามวินาทีนะครับ อาคิราห์รุ่นพี่” คริสเตียนส่งยิ้มบาง ๆ พลางบ่นอุบ “ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิด ผมคงต้องใช้แผนสำรองที่ทำให้เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นมากกว่านี้แน่ ๆ”
อาคิราห์กระโดดลงมาจากระเบียงอย่างไร้เสียง ร่างสูงสง่าหยุดยืนตรงหน้าเด็กหนุ่ม รัศมีกดดันอันทรงพลังของประธานนักเรียนแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ มือเรียวยื่นออกไปปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ตรงไหล่ของคริสเตียนอย่างเบามือ สายตาสำรวจร่องรอยบาดแผลบนตัวรุ่นน้องด้วยความใส่ใจ แม้สีหน้าจะยังคงเคร่งขรึมเช่นเคย
“ถ้าฉันไม่ตามมา นายก็คงจะเอาแต่ยืนคำนวณเรื่องไร้สาระจนปล่อยให้พวกมันลอบกัดสำเร็จเข้าสักวันจริงๆ สินะ... คริสเตียน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยดุเบา ๆ ทว่าแฝงด้วยความอ่อนโยนที่รู้กันแค่สองคน “แล้วก็นะ... เลิกทำตัวเป็นเป้าล่อให้พวกนอกรีตพวกนี้ตามล่าสักทีจะได้ไหม นายรู้ตัวหรือเปล่าว่าทำเอาคนอื่นเขาต้องเป็นห่วงแค่ไหน”
คริสเตียนหัวเราะในลำคอเบา ๆ กำลังจะเอ่ยปากแซوรุ่นพี่คนเก่งตามประสา
ทว่า... รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับต้องชะงักค้างในทันที
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังงานมานารอบทิศทาง]
[คำเตือน: รหัสลับโครงสร้างเวทมนตร์ถูกปลดล็อกโดยบุคคลปริศนา พิกัดศูนย์กลาง: ใต้ดินชั้นที่สาม (ห้องลับต้องห้าม)]
[สถานะเป้าหมาย: ตัวตนปริศนาที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลกำลังตื่นขึ้น...]
พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาทั้งสองคนเริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกสีแดงฉานแตกแขนงไปทั่วผนังและเพดานราวกับใยแมงมุม กลิ่นอายความมืดโบราณที่ถูกผนึกไว้มานับร้อยปีทะลักล้นออกมาทางรอยแยกเหล่านั้น พร้อมกับเสียงคำรามต่ำ ๆ ที่ดังสะท้อนก้องมาจากห้วงลึกของความมืดมิด... เสียงที่ทำให้แม้แต่ประธานนักเรียนผู้ไร้เทียมทานอย่างอาคิราห์ยังต้องเปลี่ยนสีหน้า
อาคิราห์คว้าแขนของคริสเตียนไว้แน่น ดวงตาคมกริบมองไปยังเบื้องล่างด้วยความตื่นตระหนก “นี่มัน... พลังงานแบบนี้มันคืออะไรกัน?”
คริสเตียนหุบยิ้ม ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังรอยแยกสีแดงที่กำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สมองอัจฉริยะประมวลผลอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงเตือนระรัวในหัว
ไม่ใช่ฝีมือขององค์การนอกรีต... แต่นี่คือ ‘บางสิ่ง’ ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยเจตนา และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน ไม่ใช่การลอบสังหารเขา... แต่เป็นการใช้เขาเป็นเครื่องมือเปิดประตูบานนั้นต่างหาก!
ในเสี้ยววินาทีที่แสงสีแดงฉานสาดส่องขึ้นมาจากหลุมลึก ร่างเงาดำมหึมาคู่หนึ่งก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นจากความมืดมิดเบื้องล่าง ประกายตาสสีทองอร่ามจดจ้องมองตรงมาที่คริสเตียนราวกับรอคอยการพบกันนี้มาเนิ่นนาน...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น•ตอนที่ 32
คริสเตียนเข้าตาจน
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!