"ถ้าเธอร่ายคาถาบทนี้ด้วยความเร็วระดับนั้นอีกรอบเดียว ฉันจะหักคะแนนจิตวิสัยของเธอทิ้งเสียให้หมด คริสเตียน"
ปลายนิ้วเรียวยาวของอาคิราห์กดลงบนสันตำราเวทมนตร์โบราณเสียงดัง *ปึก* แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้โต๊ะไม้เนื้อแข็งสั่นสะเทือนเล็กน้อย แต่เจ้าของชื่อกลับทำเพียงแค่หรี่ตามองตัวอักษรเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อยราวกับกำลังอ่านฉลากข้างขวดน้ำยาบำรุงกำลังมากกว่าจะสนใจคำขู่ของประธานนักเรียนผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปรานี
"รุ่นพี่ครับ อย่าใจร้อนนักเลยครับ อัตราการไหลเวียนของมานาในตำราเล่มนี้มันออกแบบมาสำหรับคนยุคสงครามเวทมนตร์ครั้งที่สอง ซึ่งมีโครงสร้างกระดูกและวงจรเวทกว้างกว่าพวกเราในตอนนี้ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าให้ผมร่ายด้วยความเร็วมาตรฐานแบบที่คุณต้องการ... ผมคงต้องนอนซاطห้องพยาบาลไปจนถึงสอบปลายภาคแน่ๆ ครับ"
คริสเตียนถอนหายใจยาวเหยียด ร่างกายโปร่งบางทิ้งน้ำหนักลงพนักเก้าอี้ไม้จนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เขายกมือขึ้นเกล้าผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงจากการฟุบหลับคาโต๊ะสมุดบันทึกเมื่อสัปดาห์ก่อน ดวงตาคู่คมกวาดมองข้อความที่ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างโปร่งใสสีฟ้า ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่นักเรียนทุนอัจฉริยะอย่างเขาไม่เคยบอกใคร
[ตรวจพบความไม่มีประสิทธิภาพของวงจรเวท: "กระแสเพลิงอัคคีทมิฬ"]
[คำแนะนำจากระบบ: ลดขั้นตอนการบีบอัดมานาลง 3 ระดับ และเปลี่ยนจุดหมุนเวียนจากลิ้นปี่ไปยังปลายนิ้วก้อย จะช่วยประหยัดพลังงานเวทได้ถึง 42.5%]
สำหรับคนอื่น เวทมนตร์คือศาสตร์อันลึกล้ำที่ต้องใช้ศรัทธา ความตั้งใจมั่น และพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่สำหรับคริสเตียนแล้ว เวทมนตร์มันก็เป็นเพียงแค่ "สมการคณิตศาสตร์ที่เขียนด้วยมานา" เท่านั้น มีตัวแปร มีค่าคงที่ และที่สำคัญที่สุด... มันเต็มไปด้วยช่องโหว่โง่ๆ ที่คนโบราณทิ้งเอาไว้เพราะความเข้าใจที่จำกัด
อาคิราห์หรี่ตามองรุ่นน้องปีหนึ่งคนนี้อย่างพิจารณา ดวงตาสีอำพันของเธอฉายแววซับซ้อน เธอยอมรับว่าในฐานะประธานนักเรียน เธอควรจะตักเตือนเด็กที่ทำตัวนอกลู่นอกทางและไม่ยอมเข้าคลาสปฏิบัติการมาตรฐาน แต่อีกใจหนึ่ง... ภาพเหตุการณ์เมื่อวานซืนที่คริสเตียนใช้ "การดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว" เพื่อล้มหุ่นยนต์ฝึกซ้อมระดับบอสของสนามฝึกย่อยโดยไม่ร่ายบทคาถาใดๆ เลยนั้น มันยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ
เด็กคนนี้ไม่ได้ขี้เกียจอย่างไร้เหตุผล... เขากำลัง "ขี้เกียจอย่างมีกลยุทธ์" ต่างหาก
"แล้วที่เธอบอกว่า เวทมนตร์พื้นฐานที่สอนกันมาสามร้อยปีมันล้าสมัยเนี่ย..." อาคิราห์ลากเก้าอี้เข้ามานั่งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและชาสมุนไพรจากตัวเธอ "ไหนลองอธิบายให้ฉันฟังหน่อยซิ สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่... ว่าทำไมคาถาป้องกันระดับกลางที่อาจารย์ใหญ่ภาคภูมิใจนักหนา ถึงได้พังทลายลงภายในพริบตาเดียวตอนที่เธอไปแตะมันเมื่อเช้า"
คริสเตียนกะพริบตาปริบๆ เขายิ้มแห้งๆ ออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนสาย หน้าต่างกระจกกันเวทของห้องสมุดหลักเพิ่งจะแตกละเอียดเป็นผุยผงไม่ใช่เพราะพลังทำลายล้างมหาศาล แต่เป็นเพราะเขาแค่ "แก้เครื่องหมายบวกให้เป็นเครื่องหมายลบ" ตรงจุดเชื่อมต่อมานาของอักขระป้องกัน
"มันเป็นเรื่องของตรรกะครับรุ่นพี่" คริสเตียนหยิบปากกาขนนกขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างคล่องแคล่ว "ลองจินตนาการว่าเวทมนตร์คือสะพานไม้ครับ พวกอาจารย์บอกให้เราสร้างสะพานให้หนาขึ้น แข็งแรงขึ้น เพื่อรองรับน้ำหนักของกองทัพมอนสเตอร์ แต่พวกเขาดันลืมดูว่า... ใต้ฐานสะพานมีเสาเข็มต้นหนึ่งที่ปักสลับขั้วอยู่ ถ้าเราออกแรงทุบตรงหัวเสานั้นเบาๆ ด้วยมุมสามสิบองศา... ต่อให้สะพานจะหนาแค่ไหน มันก็ต้องพังครืนลงมาเพราะน้ำหนักของตัวมันเองอยู่ดี"
เขาวาดภาพไดอะแกรมง่ายๆ ลงบนกระดาษเศษให้ดูประกอบ ดวงตาของอาคิราห์เบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อมองตามเส้นสายตรรกะที่ถูกเรียบเรียงขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เฉียบคมจนน่ากลัว มันไม่ใช่การใช้พลังเอาชนะพลัง แต่เป็นการ "ปลดเปลื้อง" พลังด้วยการสะกิดจุดอ่อนเพียงจุดเดียว
นี่มัน... วิชามარระดับหายากที่สูญหายไปตั้งแต่ยุคบรรพกาลชัดๆ!
"เธอไปเรียนรู้วิธีมองเห็นโครงสร้างแบบนี้มาจากไหน?" เสียงของอาคิราห์ลดต่ำลง บรรยากาศรอบตัวเริ่มกดดันขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการป้องกันตัวของยอดฝีมือ
"ผมไม่ได้เรียนครับรุ่นพี่..." คริสเตียนยักไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ ต่างจากบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว "ผมแค่มองเห็นมันตั้งแต่เกิด... เหมือนกับเวลาที่คนเรามองนาฬิกาแล้วรู้ว่าเข็มสั้นกับเข็มยาวมันกำลังจะเดินไปบรรจบกันตรงไหน แค่ความบังเอิญที่น่ารำคาญใจนิดหน่อยเท่านั้นเองครับ"
ก่อนที่อาคิราห์จะได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรไปมากกว่านั้น เสียงกริ่งเตือนภัยเวทมนตร์ระดับสูงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาคารเรียนหลัก แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างย้อมบรรยากาศภายในห้องให้ออกมาเป็นสีเลือด ทันใดนั้น ประตูไม้บานใหญ่ของห้องสมุดก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือของอาจารย์ประจำชั้นที่หอบหายใจสะท้าน ใบหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด
"อาคิราห์! คริสเตียน! รีบหนีไปซะ... แหล่งพลังงานใต้ดินของหอคอยวิจัยถูกเจาะทะลวงแล้ว!"
อาจารย์ยังไม่ทันได้เอ่ยจบประโยค ร่างของเขาก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ท่ามกลางความตกตะลึง พื้นห้องใต้เท้าของคริสเตียนและอาคิราห์ก็เกิดรอยร้าวสีม่วงเข้มแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พร้อมกับแรงโน้มถ่วงที่หายวับไปในพริบตา
ร่างของทั้งสองคนร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องมาจากความว่างเปล่า... เสียงที่ไม่มีใครในโรงเรียนนี้ควรจะได้ยิน
[แจ้งเตือนด่วนจากระบบ: ตรวจพบการบุกรุกของสิ่งมีชีวิตนอกอาณาเขตระดับภัยพิบัติ SSS]
[เป้าหมายหลัก: กำจัดผู้ครอบครองตรรกะแห่งเวทมนตร์ - คริสเตียน]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเปลี่ยนอันน่าตื่นเต้นนี้ครับ อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น•ตอนที่ 7
เวทมนตร์คือตรรกะ
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้ตั้งใจจะเด่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!