วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ•ตอนที่ 5

กลิ่นอายของการทรยศ

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงถอนหายใจของระบบระบายอากาศดัง *ฮูบ* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ แข่งกับเสียงเคาะปลายนิ้วลงบนกระจกใสของโต๊ะทำงานฮอโลแกรม ไซรัส เวนน์ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองหน้าจอสถานะพลังงานที่กำลังกะพริบเตือนสีส้ม เขากำลังจดจ่ออยู่กับการวิเคราะห์โค้ดคำสั่งระดับต่ำที่ถูกลบ1ไปอย่างแนบเนียน มันเป็นร่องรอยดิจิทัลที่สะอาดเกินกว่าจะเป็นฝีมือของระบบขัดข้องตามธรรมชาติ "คุณกำลังพยายามซ่อนอะไรอยู่กันแน่, ไซรัส" เสียงของเอเลน่า วาเลนไทน์ ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องควบคุม แรงกดดันในบรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีที่เธอเอ่ยปาก เธอไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ แต่ยืนกอดอกพิงผนังโลหะเย็นเฉียบ ดวงตาสีฟ้าเข้มภายใต้แสงไฟนีออนสลัวจ้องมองแผ่นหลังของเขาอย่างไม่กะพริบ ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักว่ากระสุนนัดต่อไปควรเล็งไปที่จุดไหน ไซรัสหยุดปลายนิ้วที่กำลังพิมพ์ เขาหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ช้าๆ และมั่นคง ใบหน้าเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นความรู้สึกราวกับรูปปั้นหินอ่อน "ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของวงโคจรครับ, คุณทูต" ไซรัสเอ่ยทวนประโยคที่เธอยกขึ้นมาเยาะเย้ยเมื่อสองชั่วโมงก่อน น้ำเสียงของเขาราบเรียบและสุภาพจนน่าหงุดหงิด "ถ้าคุณหมายถึงความผิดปกติของท่อส่งพลังงานภาคผนวก B ผมคิดว่ารายงานสถานะได้ชี้แจงชัดเจนแล้วว่ามันเป็นผลมาจากความล้าของวัสดุ" "วัสดุตungsten-carbide เกรดอุตสาหกรรมอวกาศไม่เคยล้าตัวพร้อมกันสามจุดอย่างไร้ร่องรอยการเสียรูปครับ, คุณเวนน์" เอเลน่าทวนคำพูดของเขาด้วยน้ำเสียงที่เลียนแบบความเยือกเย็นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างทางความคิดที่เต็มไปด้วยแรงเสียดทาน "เว้นเสียแต่ว่า... จะมีใครบางคนจงใจปลดล็อกสลักนิรภัยจากภายใน เพื่อปล่อยให้แก๊สไฮโดรเจนรั่วไหลไปยังโซนกบฏ" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ไอออนภายนอกที่ย้ำเตือนว่าพวกเขากำลังลอยเคว้งอยู่กลางความเวิ้งว้าง ไซรัสไม่หลบสายตา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยียบเย็น "คุณกำลังกล่าวหาว่าวิศวกรผู้รักษาความปลอดภัยของสถานีแห่งนี้ กำลังร่วมมือกับกลุ่มคนที่ต้องการทำลายมันทิ้งอย่างนั้นหรือครับ?" "ฉันไม่ได้กล่าวหา ฉันกำลังตั้งคำถามจากหลักฐาน" เอเลน่าเลื่อนแผ่นข้อมูลโปร่งใสลงบนโต๊ะ หน้าจอแสดงภาพบันทึกการเข้าถึงระบบควบคุมหลัก (Main Terminal Access Log) ในช่วงเวลาเที่ยงคืนตรง ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดดับลงอย่างกะทันหัน "รหัสผ่านที่ใช้ในการOverrideระบบความปลอดภัยครั้งนั้น... ลงท้ายด้วยลายนิ้วมือชีวมิติระดับสาม ซึ่งทั้งสถานีมีสิทธิ์เข้าถึงแค่สองคน คือผู้บัญชาการสถานี และคุณ" ไซรัสก้มมองรหัสผ่านบนหน้าจอ แววตาของเขาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—สั้นเสียจนหากไม่สังเกตอย่างละเอียดคงไม่มีทางมองเห็น แต่มันก็หลุดรอดจากสายตาอันเฉียบคมของนักการศาสนาและนักเจรจาอย่างเอเลน่าไปไม่ได้ "คุณฉลาดมาก, เอเลน่า" ไซรัสพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลง ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง "แต่คุณมองโลกแคบเกินไปในกรอบของกฎหมายและศีลธรรม จนมองไม่เห็นกลไกที่ขับเคลื่อนจักรวาลแห่งนี้" "กลไกที่ว่าคือการทรistเพื่อนร่วมงาน และขายอนาคตของคนนับพันให้กับกลุ่มติดอาวุธงั้นหรือคะ... ขออภัยครับ, งั้นหรือครับ?" เอเลน่าเผลอหลุดสำนวนติดปาก แต่เธอกลับแก้คำพูดได้อย่างรวดเร็วโดยไม่แสดงความประหม่า สายตาของเธอดุดันขึ้น "ฉันเคยคิดว่าคุณแค่ไร้หัวใจ แต่ตอนนี้ฉันเริ่มสงสัยว่าภายใต้ท่าทีเย็นชาของคุณ มันซ่อนผลประโยชน์มหาศาลจากการล่มสลายของสนธิสัญญาดาวบริวารเอาไว้" "ถ้าผมต้องการทำลายสนธิสัญญา ผมคงไม่เสียเวลามานั่งซ่อมแซมตัวกรองอากาศให้คุณหายใจอยู่ตรงนี้หรอกครับ" ไซรัสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายของเขาสูงสง่าและสร้างแรงกดดันทางกายภาพได้ไม่แพ้ความเฉียบคมทางวาจา เขาก้าวเข้าไปหาเธอจนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายเฉพาะตัวของน้ำมันเครื่องและโอโซนเจือจางในอากาศรอบตัวเขา "คุณพูดถึงความยุติธรรม... แต่คุณรู้ไหมว่าความยุติธรรมในอวกาศมันมีราคาเท่าไหร่? มันคือชีวิตของคนนับพันที่ต้องแลกมาด้วยการเซ็นชื่อบนกระดาษแผ่นเดียวที่คุณภาคภูมิใจนักหนา" บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน แววตาของเอเลน่ามีความลังเลฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่ง—ความลังเลที่เกิดจากแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณระหว่างสองคนที่ยืนอยู่บนขั้วตรงข้าม แต่เธอก็ยังคงแข็งขืน ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว "บางที... เราอาจจะไม่ได้อยู่ข้างเดียวกันตั้งแต่แรก" เอเลน่ากระซิบแผ่วเบา ดวงตาสีฟ้าจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของเขา "และถ้าฉันพบหลักฐานว่าคุณติดต่อไปยังคลื่นวิทยุเข้ารหัสของกลุ่มกบฏเมื่อคืนนี้... ฉันจะเป็นคนใส่กุญแจมือคุณด้วยตัวเอง" "ผมจะรอวันที่คุณหาหลักฐานนั้นเจอครับ, คุณทูต" ไซรัสตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความท้าทาย ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็กรีดร้องขึ้นผ่าความเงียบ! *ปี๊ب! ปี๊ب! ปี๊ب!* หน้าจอโฮโลแกรมทุกดวงในห้องดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพวิดีโอสตรีมมิ่งสดจากกล้องวงจรปิดในเขตเทียบเรือสินค้าหมายเลข 4 ภาพที่ปรากฏทำให้ทั้งไซรัสและเอเลน่าต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ—ประตูนิรภัยชั้นนอกกำลังถูกระเบิดเปิดออกด้วยความร้อนสูงจากพลาสม่าทอร์ช และเงาร่างของมนุหน่ายในชุดสูทอวกาศสีดำสนิทนับสิบคนกำลังก้าวเท้าเข้ามาในสถานี... พร้อมกับสัญลักษณ์รูปเฟืองหักครึ่งที่ประทับอยู่บนไหล่ ซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำตัวของกองกำลังกบฏที่ไม่มีใครพบเห็นมานานกว่าสามปี และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... คือบุคคลที่เดินนำหน้ากลุ่มกบฏเหล่านั้น ถอดหมวกนิรภัยออกเผยให้เห็นใบหน้าอันคุ้นเคย—ผู้บัญชาการสถานีผู้ล่วงลับที่ทุกคนคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุเมื่อสัปดาห์ก่อน ไซรัสขมวดคิ้วแน่น หันขวับไปมองเอเลน่าที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือกด้วยความตระหนก "ดูเหมือนว่า... มีคนอื่นที่ต้อนรับพวกมันเร็วกว่าที่คุณคิดนะครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%