วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ•ตอนที่ 4

รหัสลับใต้ชั้นเหล็ก

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงโลหะลั่นเปรี๊ยะใต้ฝ่าเท้า ดังสะท้อนก้องผ่านโครงสร้างเหล็กกล้าไร้สนิมของสถานีอวกาศที่ลอยเคว้งคว้างในสุญญากาศ มันไม่ใช่เสียงขยายตัวตามอุณหภูมิปกติที่ไซรัสคุ้นเคยตลอดสิบปีในฐานะวิศวกรประจำเขตการปกครองวงโคจรชั้นนอก ความถี่ของคลื่นความสั่นสะเทือนระดับสามเฮิรตซ์นี้ บ่งบอกถึงการดึงกระแสไฟฟ้ามหาศาลจากแก, (หลัก) จ่ายพลังงานหลัก—และที่แย่ที่สุดคือ มันถูกดึงไปโดยไม่มีบันทึกในตารางควบคุม "คุณกำลังทำให้ระบบระบายความร้อนของเซกเตอร์เจ็ดทำงานเกินพิกัด, เอเลน่า" ไซรัสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้องควบคุมสำรอง แสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบสันกรามคมคายและแววตาที่ว่างเปล่าราวกับห้วงอวกาศของเขา นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มยังคงรัวแป้นพิมพ์คำสั่งด้วยความเร็วสูง เสียง *คลิก ๆ ๆ* ประสานไปกับเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขา เอเลน่า วาเลนไทน์ ยืนกอดอกพิงผนังโลหะห่างออกไปสามเมตร แสงไฟกระพริบสีอำพันจากแผงวงจรด้านหลังขับให้เงาร่างเพรียวระหงของเธอดูลึกลับและน่าเกรงขาม ดวงตาสีเทาเข้มหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด เธอยังคงรักษาท่าทีสง่างามแม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ "ฉันไม่ได้แตะต้องระบบระบายความร้อนเลยสักนิด, ไซรัส" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่นุ่มนวล ทว่าเจือไปด้วยความเฉียบคมที่พร้อมทิ่มแทงทุกตรรกะของเขา "และถ้าคุณยังมีเวลามากล่าวหาฉัน สมองอันปราดเปรื่องของคุณคงจะคำนวณพลาดไปแล้วว่า พลังงานที่หายไปไม่ได้ถูกใช้เพื่อความเย็น... แต่มันกำลังถูกใช้เพื่อ 'เผา' บางสิ่งต่างหาก" ไซรัสชะงักมือที่กำลังป้อนคำสั่ง โค้ดภาษาเครื่องนับล้านบรรทัดสะท้อนอยู่ในม่านตาของเขา ชายหนุ่มหันขวับมามองหญิงสาวด้วยแววตาเย็นเยียบ อุดมการณ์ที่แตกต่างกันสุดขั้วระหว่างเขากับทูตสันถวไมตรีผู้นี้มักสร้างประกายไฟทางความคิดเสมอ แต่วินาทีนี้ มันไม่ใช่แค่การถกเถียงเรื่องนโยบาย มันคือความเป็นความตายของมนุษย์สองร้อยชีวิตบนสถานี "หมายความว่ายังไง" ไซรัสถามเสียงต่ำ "หมายความว่า มีคนกำลังลบประวัติการสนทนาระหว่างฉันกับสภาดาวแม่เมื่อสามชั่วโมงก่อน" เอเลน่าย่างสามขุมเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวเผยให้เห็นหยเหงื่อบาง ๆ บริเวณขมับของเธอ แม้เธอจะพยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงเพียงใด แต่ความตระหนกก็ฉายชัดในแววตา "และถ้าฉันเดาไม่ผิด... พวกเขากำลังดาวน์โหลดรหัสผ่านระดับโอเมก้า รหัสที่คุณบอกว่ามีแค่คุณกับระบบ AI ของสถานีเท่านั้นที่เข้าถึงได้" บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ไซรัสไม่ตอบคำถาม เธอพูดถูกครึ่งหนึ่ง รหัสระดับโอเมก้าคือสิทธิ์ขาดในการควบคุมออกซิเจนและแรงโน้มถ่วงทั้งหมด หากใครได้มันไป สถานีอวกาศแห่งนี้ก็จะกลายเป็นกรงมรณะขนาดยักษ์ในพริบตา ร่างสูงก้าวฉับ ๆ ไปที่หน้าจอหลัก มือแกร่งกวาดอากาศเพื่อเรียกผังโครงสร้างเน็ตเวิร์กสามมิติขึ้นมาแสดงผล สายตาคมกริบกวาดมองเส้นทางการไหลของข้อมูลดิจิทัลที่วิ่งพลุกพล่านราวกับเส้นเลือดฝอยในร่างกายมนุษย์ "ไม่ใช่ฝีมือคนบนสถานี" ไซรัสพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดขึ้น "ถ้าเป็นการเจาะระบบจากภายใน ค่าความหน่วง (Latency) จะต้องต่ำกว่าศูนย์จุดศูนย์หนึ่งมิลลิวินาที แต่นี่..." "นี่มันมีการหน่วงเวลาอยู่สามวินาที" เอเลน่าต่อประโยคให้ทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความเข้าใจ "เหมือนกับว่า... มีใครบางคนกำลังสะท้อนสัญญาณมาจากยานลำอื่นที่จอดเทียบท่าอยู่ด้านมืดของสถานี" "ถูกต้อง" ไซรัสกดปุ่มยืนยันเพื่อแยกเซกเตอร์เครือข่ายตัดขาดจากภายนอกทันที แต่หน้าจอโฮโลแกรมกลับกลายเป็นสีแดงฉานพร้อมข้อความเตือนขนาดใหญ่กระพริบถี่ ๆ *[ACCESS DENIED: OVERRIDE DETECTED]* เสียงเตือนภัยดังลั่น "วี้ด—วี้ด—" แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสาดส่องไปทั่วทางเดินโลหะด้านนอก ชายหนุ่มกัดฟันกรอด กล้ามเนื้อบริเวณกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขารู้ทันทีว่าตอนนี้พวกเขาไม่ได้กำลังรับมือกับความผิดพลาดทางเทคนิคธรรมดา แต่กำลังถูกต้อนให้จนมุมโดยผู้เชี่ยวชาญระดับสูงที่รู้จุดอ่อนของสถาปัตยกรรมสถานีแห่งนี้ทุกตารางนิ้ว "พวกมันไม่ได้แค่ต้องการรหัสโอเมก้า, เอเลน่า" ไซรัสหันมาสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงของเขาจริงจังจนน่ากลัว "พวกมันกำลังรีเซ็ตระบบนำทางทั้งหมด เพื่อพุ่งเป้าชนสถานีนี้เข้ากับดาวเคราะห์น้อยใกล้เคียง" เอเลน่ายืนนิ่งไปชั่วขณะ สมองของนักเจรจาประมวลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่ มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอดที่สะท้อนออกมาจากแววตาสีเทานั้น "ถ้าอย่างนั้น เราเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ก่อนที่ระบบจะล็อคตายถาวร?" "สิบนาที" ไซรัสตอบพลางคว้ากระเป๋าเครื่องมือวิศวกรรมเฉพาะทางขึ้นมาสะพายพาดบ่า แววตาของเขาคมกริบไร้ความกลัว มีแต่ความท้าทายของนักประลองฝีมือ "และทางเดียวที่เราจะหยุดมันได้ คือต้องลงไปที่ห้องเครื่องยนต์หลักชั้นล่างสุด เพื่อสับคัตเอาต์ตัดกระแสไฟด้วยมือเปล่า" ทั้งสองสบตากันโดยไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ ให้อธิบายเพิ่ม ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างมนุษยธรรมกับตรรกะเย็นชาสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความไว้วางใจซึ่งกันและกันในฐานะมืออาชีพที่ต้องเดินหน้าฝ่าความตายไปด้วยกัน ไซรัสผายมือให้เอเลน่านำไปก่อนตามเส้นทางบำรุงรักษาแคบ ๆ ที่มีเพียงเสียงโลหะลั่นเอี๊ยดอ๊าดเป็นเพื่อน แต่ในขณะที่พวกเขากำลังก้าวเท้าเข้าสู่ความมืดมิดของอุโมงค์ระบายอากาศชั้นสาม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังแว่วมาจากปลายทางเดินฝั่งตรงข้าม—ไม่ใช่เสียงโลหะขยายตัว ไม่ใช่เสียงระบบอัตโนมัติ และแน่นอนว่าไม่ใช่เสียงของลูกเรือคนอื่นที่ควรจะอพยพไปนานแล้ว มันคือเสียงรองเท้าคอมแบทที่ย่ำลงบนพื้นเหล็กอย่างจงใจ... และมันกำลังเดินตรงมาหาพวกเขาด้วยฝีเท้าที่เยือกเย็นและมั่นคงเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ธรรมดา ไซรัสชะงักฝีเท้า ดึงแขนเรียวของเอเลน่าให้หลบเข้าไปในเงาอับของท่อส่งความร้อน มือขวากระชับประแจเลเซอร์ในกระเป๋าแน่น ขณะที่สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังความมืดเบื้องหน้าด้วยความระแวดระวัง ในความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ แสงไฟฉุกเฉินกะพริบวูบวาบครั้งสุดท้าย เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากมุมมืด พร้อมกับประกายแสงเย็นยะเยือกจากปลายกระบอกปืนไรفلเลเซอร์ที่ยกขึ้นเล็งตรงมาที่ศีรษะของพวกเขาอย่างแม่นยำ ...และเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบที่เอמהขึ้นท่ามกลางความหนาวเหน็บ ก็ทำให้เลือดในกายของไซรัสเย็นเฉียบลงทันที "ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของวงโคจรครับ, คุณวิศวกร" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%