วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ•ตอนที่ 3

ทฤษฎีที่สวนทาง

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โลหะสะท้อนแสงสีเหล็กกล้าสั่นสะเทือนถี่ระรัวจนทำให้ประแจทอร์กในมือของไซรัส เวนน์ เกือบหลุดจากอุ้งมือ แรงกระแทกจากช่องระบายอากาศเบื้องบนไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงสะท้อน แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนเชิงกลที่บ่งบอกว่าโครงสร้างส่วนที่สามของสถานีอวกาศกำลังรับน้ำหนักเกินพิกัด "เสียงนั่นไม่ได้มาจากกลไกอัตโนมัติ" เอเลน่า วาเลนไทน์ เอ่ยขึ้น เสียงของเธอเรียบสนิท ทว่าดวงตาสีฟ้าเข้มภายใต้แสงไฟนีออนสีส้มกะพริบของห้องเครื่องยนต์กำลังกวาดมองแผงควบคุมระบบระบายอากาศอย่างรวดเร็ว เธอไม่ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว แม้ว่าเงาสะท้อนในท่อส่งลมเหนือศีรษะจะเริ่มเคลื่อนไหวเป็นรูปทรงบิดเบี้ยว "และฉันมั่นใจว่ามันไม่ใช่การทำงานผิดพลาดของระบบปรับอากาศที่คุณอ้างถึงเมื่อชั่วโมงก่อนแน่นอนครับ... เอ่อ ขออภัย ฉันหมายถึง คุณไซรัส" "ไม่ต้องมาสุภาพประชดผมหريكหรา คุณวาเลนไทน์" ไ2ซรัสตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาแหบต่ำและเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงค่าแรงดันความร้อนพุ่งสูงเกินขีดจำกัด "สิ่งที่คุณได้ยินคือเสียงของแรงดันแก๊สไนโตรเจนที่รั่วไหลผ่านวาล์วหมายเลขเจ็ด มันขยายตัวเพราะความร้อนสะสม ไม่ใช่สัตว์ประหลาดในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ที่คุณชอบดูเป็นงานอดิเรก" ไซรัสปัดนิ้วผ่านอากาศเพื่อปิดหน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานเหล่านั้นทิ้งอย่างไม่ไยดี สำหรับเขาแล้ว อารมณ์ความรู้สึกและความหวาดระแวงคือสิ่งฟุ่มเฟือยที่ไม่มีที่ยืนในสถานีอวกาศที่กำลังจะดับสูญแห่งนี้ สิ่งเดียวที่ขับเคลื่อนโลกของเขาคือตรรกะ ตัวเลข และประสิทธิภาพสูงสุดในการซ่อมแซม "แรงดันแก๊สเหรอคะ... เอ่อ ขอโทษทีครับ ความติดปากมันน่ากลัวจริงๆ" เอเลน่าแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน เธอย่างสามขุมเข้ามาประชิดแผงควบคุมหลักจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอับของโลหะอวกาศลอยแตะจมูกไซรัส "ถ้ามันเป็นแค่วาล์วรั่ว ทำไมอัตราการเต้นของชีพจรบนมอนิเตอร์สุขภาพที่คุณแอบซ่อนไว้ในเรดาร์วงโคจร ถึงแสดงผลว่ามีสิ่งมีชีวิตมวลสารห้าสิบกิโลกำลังคลานอยู่เหนือหัวเราล่ะครับ, คุณวิศวกรผู้ไร้หัวใจ" ไซรัสชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที—วินาทีเดียวเท่านั้นที่กล้ามเนื้อกรามของเขากระตุก เขารู้ดีว่าเอเลน่าฉลาดเป็นกรด การเป็นทูตสันถวไมตรีระหว่างสหพันธ์ดวงดาวไม่ได้หมายความว่าเธอจะเก่งแค่การเจรจาพาที แต่เธอมีความสามารถในการอ่านข้อมูลดิบจากระบบเซ็นเซอร์ได้รวดเร็วยิ่งกว่าผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์เสียอีก "คุณกำลังก้าวก่ายระบบปฏิบัติการความปลอดภัยส่วนบุคคล" ไซรัสเอ่ยเสียงต่ำ ขยับตัวบังหน้าจอโฮโลแกรมนั้นไว้ด้วยร่างสูงใหญ่ของตนเอง "และที่สำคัญกว่านั้น เราไม่มีเวลามาถกเถียงเรื่องทฤษฎีสมคบคิด ท่อส่งความร้อนหลักกำลังจะละลาย หากเราไม่เพิ่มความเร็วในการอัดซีเมนต์โลหะลงในรอยต่ออีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ สถานีนี้จะกลายเป็นเศษซากดาวเคราะห์น้อยภายในสิบห้านาทีข้างหน้า" "แต่ถ้าคุณเร่งความเร็วตามที่คุณต้องการ แรงดันช็อตเวฟจากการฉีดซีเมนต์จะทำลายโครงสร้างหลักที่เปราะบางอยู่แล้วพังครืนลงมาทันที!" เอเลน่าโพล่งขึ้น เสียงของเธอตวาดแข่งกับเสียงคำรามต่ำๆ จากท่อระบายอากาศเหนือศีรษะที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนน่าขนลุก "ความปลอดภัยต้องมาก่อนความเร็วเสมอ! ถ้ามนุษย์บนสถานีนี้ตายหมด ประสิทธิภาพที่คุณโหยหานักหนาจะมีประโยชน์อะไร ไซรัส?" ความเงียบงันอันน่าอึดอัดปกคลุมห้องเครื่องยนต์ขนาดแคบ ทั้งสองยืนประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร แววตาของไซรัสเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก สะท้อนภาพของหญิงสาวที่ยืนหยัดด้วยอุดมการณ์อันดื้อรั้น ขณะที่ดวงตาของเอเลน่าเต็มไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่นที่จะปกป้องชีวิตผู้คน แม้ว่าคนพวกนั้นจะไม่เคยเห็นค่าเธอก็ตาม "คุณไม่เข้าใจหรอก เอเลน่า..." ไซรัสผ่อนลมหายใจยาว เหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผมแต่แววตายังคงแน่วแน่ เขายื่นมือออกไปสัมผัสแผงควบคุมหลักเพื่อเตรียมกดปุ่มเร่งเครื่องยนต์ตามแผนการรอดชีวิตที่คำนวณไว้ด้วยคณิตศาสตร์ "คนที่เคยสูญเสียทุกอย่างให้กับความล่าช้าและความลังเล จะไม่มีวันยอมให้ความรู้สึกมาตัดสินความเป็นความตายอีกเป็นครั้งที่สอง" นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มค้างอยู่เหนือปุ่มสั่งการสีแดงฉาน ระยะห่างเพียงไม่ถึงมิลลิเมตร ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะกดลงไป เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและแหบแห้งอย่างน่าขนลุกก็ดังขึ้นอีกครั้ง—ไม่ใช่จากท่อระบายอากาศ แต่มันดังออกมาจาก *ลำโพงอินเตอร์คอมภายในห้อง* ที่ควรจะถูกตัดการเชื่อมต่อไปแล้ว *(“...น่าประทับใจจริงๆ ครับ ความขัดแย้งของคนฉลาดสองคนนี่ช่างดูอร่อยเสียจริง...”)* เสียงปริศนาดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดในห้องที่กะพริบเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนที่ตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงชุดหนึ่งจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัวอย่างช้าๆ บนจอภาพหลัก > **[ระเบียบวาระการประชุมลับ: ข้อตกลงแลกเปลี่ยนออกซิเจน - สถานะ: เริ่มต้นดำเนินการ]** > **[รายชื่อผู้รอดชีวิตที่ต้องกำจัด: เอเลน่า วาเลนไทน์ / ไซรัส เวนน์]** เอเลน่าเบิกตากว้าง หันขวับมามองไซรัสด้วยความตกใจ ขณะที่วิศวกรหนุ่มชะەงักค้าง นิ้วของเขาหลุดจากปุ่มสั่งการ ทันใดนั้นเอง ประตูนิรภัยเหล็กกล้าด้านหลังห้องก็ส่งเสียงล็อกตัวเองดัง *คลิก* สนั่นหวั่นไหว พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยสีแดงที่สาดส่องลงมาอาบไล่ร่างของทั้งคู่ในความมืดมิด ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ประตูช่องระบายอากาศเหนือศีรษะก็ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดังโครมคราม พร้อมกับร่างในชุดนักบินอวกาศเก่าคร่ำคร่าที่ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมอาวุธเล็งตรงมาที่พวกเขาโดยไม่ลังเล... --- ติดตามตอนต่อไปใน "ทฤษฎีที่สวนทาง" (ตอนที่ 4) ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในห้วงอวกาศอันหนเหน็บนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%