ตัวเลขสีเลือดบนหน้าจอโฮโลแกรมกำลังกระพริบถอยหลังอย่างเยือกเย็น: `03:14:59` และลดลงเรื่อยๆ ทุกวินาที ราวกับเสียงเต้นของหัวใจมัจจุราชที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องนอนส่วนตัว
ไซรัส เวนน์ ไม่ได้ขยับตัว เขายังคงยืนกอดอก แสงสีแดงฉานจากหน้าจอสะท้อนลงบนนัยน์ตาสสีเทาเข้มที่นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึก ความเย็นชาที่เขาใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดหลายปีถูกท้าทายด้วยรหัสผ่านชุดนี้ ซึ่งมีเพียงเขาและระบบแกนกลางของสถานีอวกาศ "โอเอซิส-9" เท่านั้นที่ควรจะรู้
"ดูเหมือนว่า ระบบพยุงชีพของสถานีไม่ได้กำลังรวนอย่างที่ฉันคาดการณ์ไว้ในตอนแรกเสียแล้วล่ะครับ คุณเวนน์"
เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่หนักแน่นดังขึ้นจากประตูห้องที่เปิดอ้า เอเลน่า วาเลนไทน์ ก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต เสื้อคลุมสีขาวของนักการทูตยับย่นเล็กน้อย บ่งบอกว่าเธอเพิ่งผ่านการประชุมเครียดกับสภาบริหารมาหมาดๆ ทว่าดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นกลับประกายความฉลาดเฉลียวและตื่นตัว เธอมองหน้าจอโฮโลแกรมสลับกับใบหน้าไร้อารมณ์ของชายตรงหน้า
ไซรัสปรายตามองเธอเพียงนิดเดียว "พื้นที่นี้คือเขตหวงห้ามสำหรับทูตสันถวไมตรี คุณวาเลนไทน์ มารยาทพื้นฐานของการใช้ชีวิตในอวกาศ ดูเหมือนจะสูญหายไประหว่างการเดินทางข้ามกาแล็กซีของพวกคุณสินะครับ"
"มารยาทเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยในยามที่ออกซิเจนกำลังจะหมดสถานี และความดันอากาศในเซกเตอร์ C กำลังดิ่งลงเหว" เอเลน่าตอบโต้ทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคม เธอเดินเข้าไปใกล้หน้าจอโดยไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัววิศวกรหนุ่ม "อีกสามชั่วโมง ถ้ารหัสนี้ไม่ถูกปลดล็อก สถานีนี้จะถูกระบบความปลอดภัยอัตโนมัติสลัดทิ้งสู่อวกาศลึก และพวกเราทุกคนจะกลายเป็นเศษซากดาวเคราะห์น้อย... ฉันเดาว่าคุณคงไม่อยากตายในชุดทำงานตัวโปรดหรอกนะครับ"
ไซรัสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและไร้ซึ่งความขบขัน "คุณประเมินค่าความตายต่ำเกินไป ความตายไม่ได้น่ากลัวเท่าความไร้ระเบียบ และสิ่งที่อยู่บนจอนี่... มันคือความจงใจที่จะสร้างความไร้ระเบียบขึ้นจากภายใน"
เอเลน่าหันขวับมามองเขา ดวงตากวาดสำรวจใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยรอยย่นแห่งความเหนื่อยล้า เธออ่านความนัยในแววตาคู่นั้นออก "คุณรู้ว่าใครเป็นคนส่งรหัสนี้"
"ผมรู้ว่ามันไม่ใช่ฝีมือของ AI และไม่ใช่ระบบรวน" ไซรัสสาวเท้าเข้าไปใกล้หน้าจอ นิ้วเรียวยาวแตะลงบนพื้นผิวอากาศเพื่อเรียกดูบันทึกการเข้าถึงระบบ "มีคนเจาะเข้ามาผ่านฮาร์ดแวร์โดยตรง และจุดเชื่อมต่อไม่ได้มาจากภายนอก แต่มันฝังอยู่ใต้พื้นห้องนอนของผม... ใต้เตียงนอนที่ผมใช้หลับตาลงทุกคืน"
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบทันที ความตึงเครียดระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนแทบจะสัมผัสได้ด้วยปลายนิ้ว คนหนึ่งคือวิศวกรผู้เชื่อมั่นในตรรกะและโครงสร้างทางกายภาพ อีกคนคือทูตผู้เชื่อในโครงสร้างทางสังคมและการเมือง ทั้งคู่ยืนอยู่คนละฟากฝั่งของอุดมการณ์ แต่ในวินาทีนี้ กลับถูกต้อนให้มาติดอยู่ในกรงขังเดียวกันโดยผู้ไม่ประสงค์ดี
"ถ้าอย่างนั้น เราก็มีศัตรูร่วมกันแล้วล่ะครับ ไซรัส" เอเลน่าใช้สรรพนามเรียกชื่อต้นของเขาเป็นครั้งแรก น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย เจือด้วยความนุ่มนวลที่ทรงพลัง "เลิกใช้กำแพงตรรกะพวกนั้นปิดกั้นแล้วช่วยฉันถอดรหัสนี้ซะ ก่อนที่อากาศเฮือกสุดท้ายจะหมดปอด"
ไซรัสจ้องมองเธอ นัยน์ตาสีเทาเข้มสำรวจใบหน้าเรียวที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว เขาเกลียดการพึ่งพาผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการทูตที่มักใช้คำพูดสวยหรูมากกว่าข้อเท็จจริง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สัญชาตญาณและการวิเคราะห์สถานการณ์ของเธอนั้นเฉียบคมไม่แพ้ใคร
"ตกลงครับ คุณวาเลนไทน์" ไซรัสเอ่ยเสียงต่ำ พลางดึงแผงวงจรสำรองออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ "แต่ถ้าเราไขรหัสนี้ไม่ได้... ผมจะเป็นคนถีบคุณออกไปจากแอร์ลอว์คนแรก เพื่อประหยัดออกซิเจนให้อุปกรณ์ทำงานต่อ"
"ยินดีครับ ถ้าคุณมั่นใจว่าจะแบกรับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เหลืออยู่ไหว" เอเลน่าตอบกลับทันควัน มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มท้าทายที่ทำเอาหัวใจของวิศวกรไร้ใจกระตุกวูบอย่างประหลาด
ทั้งคู่ลงมือทำงานร่วมกันอย่างรวดเร็ว ไซรัสรับหน้าที่เจาะลึกโครงสร้างโค้ดดิ้งระดับรากฐานด้วยปลายนิ้วที่พรมลงบนคีย์บอร์ดแสงอย่างแม่นยำและรวดเร็วราวกับดีดเปียโน ขณะที่เอเลน่าใช้ทักษะการวิเคราะห์รูปแบบภาษาและจิตวิทยาของ AI ถอดรหัสลับเชิงสัญลักษณ์ที่ซ่อนมากับชุดข้อมูล ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอน มีเพียงเสียงคลิกเบาๆ ของแป้นพิมพ์และเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างน่าประหลาด
เวลาผ่านไปอย่างไร้ความปราณี `01:05:12`... ความดันอากาศในห้องเริ่มลดต่ำลง หูของทั้งคู่เริ่มอื้ออึงจากแรงดันที่เปลี่ยนแปลง
"เจอแล้ว..." เอเลน่าพึมพำ ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นรูปแบบของรหัส "มันไม่ใช่รหัสทำลายล้าง... แต่มันคือรหัสเข้าถึงไฟล์ประวัติการซ่อมบำรุงเมื่อสิบปีก่อน ไฟล์ที่คุณพยายามลบมันทิ้งหลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิต..."
เธอยังไม่ทันพูดจบประโยค ไซรัสก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้ผิวเนื้อขึ้นรอยแดง แต่วิศวกรหนุ่มไม่ได้สนใจ สีหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชามาตลอดชีวิต
"หยุดพูดซะ!" ไซรัสคำรามเสียงต่ำ ลมหายใจเริ่มหอบกระชั้น
แต่ก่อนที่เอเลน่าจะได้เอ่ยปากแย้ง หน้าจอโฮโลแกรมที่กำลังนับถอยหลังก็ดับวูบลงไปทันที ความมืดมิดเข้ากลืนกินห้องทั้งห้อง มีเพียงไฟฉุกเฉินสีแดงก่ำที่กะพริบติดๆ ดับๆ
และท่ามกลางความเงียบงันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—ก็ดังขึ้นจากช่องระบายอากาศเหนือศีรษะ... เสียงที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ห้องของพวกเขาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่สะท้อนก้องผ่านท่อส่งอากาศ
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ ไฮเปอร์ไดรฟ์ นะครับ
วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ•ตอนที่ 2
ความดันอากาศที่ลดต่ำลง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!