ความดันในห้องควบคุมหลักตกลงไปสองมิลลิบาร์ เสียงโลหะลั่นเอี๊ยดอาดจากการขยายตัวและหดตัวตามอุณหภูมิที่เหวี่ยงสวิงในสุญญากาศภายนอกดังขึ้นเป็นจังหวะราวกับเสียงหัวใจของเครื่องจักรกลยักษ์ ไซรัส เวนน์ ไม่ได้ใส่ใจเสียงเหล่านั้น นิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือผ้าใยสังเคราะห์กำลังเคาะแป้นควบคุมโฮโลแกรมด้วยความเร็วที่แม่นยำ แสงสีฟ้าสะท้อนลงบนดวงตาคู่คมที่ไร้ซึ่งประกายอารมณ์
สำหรับเขา สถานีอวกาศ "ไคโรส" ที่ลอยเค្វ้งคว้างอยู่ในจุดโคจรแอล-5 ไม่ได้เป็นบ้าน มันคือสมการทางคณิตศาสตร์ เป็นมวลของเหล็ก น็อต และสายไฟสี่ล้านกิโลเมตรที่ต้องได้รับการบำรุงรักษาด้วยความเที่ยงตรงระดับไมครอน เพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดของมนุษย์แปดร้อยชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่หลังผนังกันรังสี
"อัตราการไหลของพลังงานในเซกเตอร์เจ็ดลดลง 3.4 เปอร์เซ็นต์ติดต่อกันสามชั่วโมง..." ไซรัสพึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำสะท้อนก้องในความเงียบงันของห้องควบคุมที่ถูกปิดไฟมืดสนิทเพื่อให้มองเห็นจอภาพได้ชัดเจนขึ้น
นี่คือความผิดปกติครั้งที่สี่ในรอบสัปดาห์ สำหรับวิศวกรผู้เชื่อมั่นในตรรกะ ตัวเลขที่คลาดเคลื่อนเพียงจุดศูนย์จุดศูนย์หนึ่งก็เหมือนรอยร้าวบนเขื่อนกั้นน้ำ ความผิดพลาดเล็กน้อยในอดีตเคยพรากครอบครัวของเขาไปในอุบัติเหตุปฏิกรณ์ฟิวชันรั่วไหลบนดาวบริวารไอโอ ไซรัสจึงสาบานกับตัวเองว่า เขาจะไม่ยอมให้ความรู้สึกส่วนตัวหรือความอ่อนแอของมนุษย์เข้ามาแทรกแซงความสมบูรณ์แบบของระบบอีกเป็นอันขาด
หน้าจอหลักกะพริบวาบ ข้อมูลดิบจากเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนใน "โซนซี" ซึ่งถูกประกาศให้เป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาดตั้งแต่เหตุการณ์ระบบหล่อเย็นขัดข้องเมื่อปีก่อน ปรากฏขึ้นเป็นเส้นกราฟหยักสีแดงฉาน
ไซรัสขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลง โซนซีควรจะว่างเปล่า ไร้ซึ่งพลังงาน ไร้ซึ่งออกซิเจน และเหนือสิ่งอื่นใด... ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต
*ความร้อนระดับ 37 องศาเซลเซียส?*
เขากดเรียกดูภาพจากกล้องวงจรปิดสำรองที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ฉุกเฉิน ภาพที่ปรากฏผ่านเลนส์ความละเอียดต่ำเต็มไปด้วยสัญญาณรบกวนและเม็ดฝุ่นสถิต แต่สิ่งที่สะท้อนผ่านจอภาพทำให้ลมหายใจของวิศวกรหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ
เงาดำร่างหนึ่งกำลังขยับตัวอยู่ท่ามกลางซากสายไฟระโยงระยาง
ไซรัสเอื้อมมือไปคว้าแท็บเล็ตควบคุม รัวนิ้วสับเปลี่ยนมุมกล้องเพื่อซูมภาพให้ใกล้ขึ้น หัวใจของเขาเต้นช้าลงอย่างมีระเบียบตามวิสัยของคนที่เผชิญวิกฤตมาโชคโชน ร่างนั้นไม่ใช่หุ่นยนต์ซ่อมบำรุง และไม่ใช่สัตว์ทดลอง มันคือมนุษย์... หรืออย่างน้อยที่สุดก็เคยเป็นมนุษย์
ในวินาทีนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสามก็ดังขึ้นเบา ๆ ที่ปลายโสตประสาท ไม่ใช่เสียงจากระบบของสถานี แต่เป็นเสียงฝีเท้า
*กริ๊บ... กรอบ...*
เสียงรองเท้ากระทบกับพื้นตะแกรงโลหะนอกประตูห้องควบคุมดังแว่วมา ไซรัสไม่ได้หันหลังกลับทันที เขายังคงจ้องมองภาพบนหน้าจอโฮโลแกรมที่ร่างปริศนานั้นค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเลนส์กล้อง ดวงตาส่องประกายวาววับในความมืด ก่อนที่ภาพจะตัดเป็นสีดำสนิทเนื่องจากพลังงานสำรองหมดลง
ประตูกลไกไฮดรอลิกด้านหลังเลื่อนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ไอความเย็นพวยพุ่งออกมาพร้อมกับกลิ่นอางของอวกาศและกลิ่นจาง ๆ ของน้ำหอมราคาแพงที่ตัดกับบรรยากาศอับชื้นของสถานีอย่างสิ้นเชิง
"คุณคำนวณพลาดไปสามจุดสองวินาทีนะ คุณเวนน์"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ไซรัสค่อย ๆ หมุนเก้าอี้กลับไปช้า ๆ แสงไฟสีฟ้าจากแผงควบคุมสาดกระทบใบหน้าของแขกยามวิกาล
เธอยืนอยู่ตรงนั้น... สวมชุดสูททางการสีขาวสะอาดตาตัดกับความสกปรกมอมแมมของสถานีอวกาศอย่างน่าขัน เส้นผมสีน้ำตาลเข้มรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย ดวงตาสีอำพันคู่นั้นจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ราวกับผู้ล่าที่กำลังมองดูเหยื่อติดกับดัก ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความเยือกเย็นของผู้ถือไพ่เหนือกว่า
เอเลน่า วาเลนไทน์ ทูตสันถวไมตรีแห่งสภาสหพันธ์ดวงดาว ผู้หญิงที่ควรจะอยู่บนยานเจรจาสันติภาพวงโคจรชั้นนอก ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะมาเดินเล่นอยู่ในโซนกัมมันตภาพรังสีของสถานีไคโรส
ไซรัสพิจารณาอีกฝ่ายด้วยสายตาแบบเดียวกับที่เขาวิเคราะห์โครงสร้างเหล็กกล้า ประเมินน้ำหนัก ความเป็นไปได้ และอันตราย "คุณลักลอบเข้ามาทางท่อขนส่งแอมโมเนียร้างในเซกเตอร์สี่ อัตราการรอดชีวิตมีเพียงสิบสองเปอร์เซ็นต์... คุณบ้าหรือเปล่า วาเลนไทน์"
เอเลน่าก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นหอมจาง ๆ ของเธอลอยวนอยู่ในอากาศรอบตัวไซรัส เธอวางแฟ้มข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สีดำสนิทลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบา ๆ แต่กลับหนักอึ้งในความรู้สึก
"ความบ้าคลั่งคือการเชื่อว่าระบบกลไกจะไม่มีวันทรยศมนุษย์ต่างหากล่ะ ไซรัส" เอเลน่าโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเสี่ยงตาย... ฉันมาเพื่อเตือนคุณว่า สิ่งที่คุณกำลังซ่อมแซมอยู่ข้างล่างนั่น มันไม่ใช่แค่เครื่องยนต์ขัดข้อง"
ไซรัสเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ปรโลกในดวงตาคู่นั้นลึกซึ้งและท้าทาย "หมายความว่ายังไง"
เอเลน่าเหยียดยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย มือเรียวยาวแตะลงบนขอบโต๊ะใกล้กับมือของเขา "หมายความว่า... สถานีไคโรสไม่ได้กำลังจะพังเพราะอายุการใช้งาน แต่มันกำลังถูกทำลายจากข้างใน และข้อมูลในแฟ้มนี้จะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า คนที่คุณไว้ใจที่สุดเมื่อสัปดาห์ก่อน กำลังจะเปลี่ยนดาวเคราะห์ทั้งดวงให้กลายเป็นสุสาน"
ก่อนที่ไซรัสจะทันได้เอ่ยปากแย้ง จู่ ๆ ไฟฉุกเฉินสีแดงทั่วทั้งสถานีก็สว่างวาบพร้อมกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับหนึ่ง—ระดับสูงสุดที่ประกาศภาวะวิกฤตสภาวะอากาศยาน—ก็คำรามก้องขึ้นทำลายความเงียบงัน
หน้าจอโฮโลแกรมที่ดับไปเมื่อครู่ติดขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่ง และสิ่งที่ปรากฏบนจอไม่ใช่ข้อมูลระบบ แต่เป็นรหัสผ่านลึกลับที่กำลังนับถอยหลัง... และต้นทางของสัญญาณนั้น ส่งมาจากห้องนอนส่วนตัวของไซรัสเอง
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ•ตอนที่ 1
สัญญาณจากความว่างเปล่า
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!