วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ•ตอนที่ 22

เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
แสงไฟสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของไซรัส เวนน์ จนเห็นสันกรามคมชัดและรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณขมับ บรรยากาศภายในห้องควบคุมสำรองของสถานีอวกาศรกร้างแห่งนี้อวลไปด้วยกลิ่นออนเซ็นเทอร์โมสแตทที่ทำงานหนักเกินไป และกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดในแก้วกระดาษ "คุณกำลังบอกผมว่า ลายเซ็นดิจิทัลในคำสั่งกวาดล้างพื้นที่นี้ เป็นของ พลเรือเอก มาร์คัส คนที่เพิ่งจัดงานศพไปเมื่อเจ็ดวันที่แล้วอย่างสมเกียรติในฐานทัพศูนย์กลาง?" เสียงของเอเลน่า วาเลนไทน์ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เธอไม่ได้มองหน้าเขา สายตาของเธอยังคงจดจ่ออยู่กับการวิ่งของชุดข้อมูลโค้ดที่ไหลผ่านกระจกตาเทียม สะท้อนความตึงเครียดที่ขึงพืดอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ อุดมการณ์ที่เคยคานอำนาจกันมาตลอดทาง บัดนี้ถูกบดขยี้ด้วยความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ไซรัสไม่ตอบในทันที นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มเคาะลงบนโต๊ะโลหะเป็นจังหวะสม่ำเสมอสามครั้ง—ภาษากายที่เอเลน่าเรียนรู้ว่ามันคือกลไกการสงบสติอารมณ์ของเขา ก่อนที่สมองอันเฉียบคมจะประมวลผลระบบตรรกะทั้งหมดที่มี "คนตายไม่ได้สั่งการฆ่าครับ เอเลน่า..." ไซรัสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก "แต่ระบบที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ให้เลียนแบบ 'เสียง' และ 'อำนาจ' ของเขาต่างหากที่กำลังทำงาน แทนที่จะมองว่ามันคือผีหลอกวิญญาณหลอน เราควรมองมันในแง่ของสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่ยังถูกฝังตัวค้างไว้ในระบบแม่ข่ายหลัก" เอเลน่าหันขวับมามองเขา ดวงตาสีมรกตฉายแววไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง เธอก้าวเข้าประชิดโต๊ะทำงานจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่เธอใช้ประจำปะทะเข้ากับกลิ่นโอโซนจากแผงวงจร "คุณยังมองทุกอย่างเป็นแค่เรื่องของกลไกและโค้ดอีกหรือไง ไซรัส!" น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ "นั่นคือชีวิตคนนะ! คำสั่งกวาดล้างพื้นที่แปลว่าสถานีวิจัยเซกเตอร์ 7 ที่มีพลเรือนและนักวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์อยู่สามร้อยกว่าชีวิตกำลังจะถูกระบายอากาศออกสู่อวกาศภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง! พวกเขาไม่ใช่เศษเหล็กที่คุณจะมารีไซเคิลตามใจชอบ!" ไซรัสเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาของเขาเย็นชาและว่างเปล่าจนน่ากลัว แต่ลึกเข้าไปในนั้น เอเลน่าสังเกตเห็นประกายบางอย่าง—ประกายของความเจ็บปวดที่ถูกกักขังไว้ด้วยกำแพงแห่งเหตุผล "ถ้าผมมองพวกเขาเป็นแค่เศษเหล็ก ป่านนี้ผมคงนั่งจิบกาแฟรอเวลาให้ระบบรันจนจบแล้วครับ" ไซรัสกล่าวเสียงเรียบ เจือความเย้ยหยันเล็กน้อยในประโยคถัดมา "แต่ผมกำลังลงมือแก้โค้ดเพื่อหาทางเจาะระบบเข้าไปยกเลิกคำสั่งนั้นต่างหาก ในขณะที่คุณเอาแต่ยืนเถียงเรื่องมนุษยธรรมกับอากาศธาตุ" บรรยากาศในห้องชะงักงันลงชั่วขณะ ความฉลาดและทิฐิของคนทั้งคู่ปะทะกันจนเกิดประจุไฟฟ้าทางอารมณ์ เอเลน่าเม้มริมฝีปากแน่น เธอยอมรับในใจว่าคำพูดของเขาถูกเผง แม้ว่าวิธีการของเขาจะไร้หัวใจ แต่วิสัยทัศน์ทางเทคนิคของไซรัสนั้นคือความหวังเดียวที่พวกเขามีในยามวิกฤตนี้ "ตกลง..." เอเลน่าผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด พยายามปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นนักการทูตมืออาชีพอีกครั้ง "เราจะร่วมมือกัน คุณเจาะระบบถอดรหัสคำสั่ง ส่วนฉันจะใช้รหัสการทูตฉุกเฉินเพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังสภาอวกาศ แม้ว่าพวกเขาจะพยายามปิดกั้นสัญญาณนี้อยู่ก็ตาม" ไซรัสพยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงอนุญาต นิ้วมือของเขากลับมาขยับบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วสูง ชุดข้อมูลรหัสผ่านนับล้านบรรทัดถูกดึงขึ้นมาประมวลผล หน้าจอฉายภาพสามมิติของโครงสร้างสถานีอวกาศที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกต "ระบบป้องกันของฝั่งนั้นหนาแน่นกว่าที่คิดครับ..." ไซรัสขมวดคิ้วเล็กน้อย เหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมตามไรผม "มันไม่ได้ถูกควบคุมจากระยะไกลผ่านเครือข่ายควอนตัมปกติ... แต่มันใช้ระบบสายส่งสัญญาณกายภาพจากห้องควบคุมกลางชั้นบนสุด แสดงว่ามีใครบางคนกำลังใช้งานมันอยู่ *ณ เวลานี้*" ดวงตาของเอเลน่าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "หมายความว่า... มีคนอื่นอยู่บนสถานีนี้กับเรา?" "ไม่ใช่แค่คนอื่นครับ..." ไซรัสหยุดพิมพ์ชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองตัวเลขพิกัดที่กำลังวิ่งเข้าหาจุดที่พวกเขาอยู่ "แต่เขาหรือเธอกำลังเดินมาทางนี้ เพื่อตัดวงจรการเชื่อมต่อของเราโดยเฉพาะ" เสียงสัญญาณเตือนภัยเบาๆ ดังขึ้นที่มุมห้อง หลอดไฟฉุกเฉินเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดงก่ำอย่างกะทันหัน บ่งบอกถึงการบุกรุกพื้นที่ปลอดภัย ไซรัสไม่พูดพร่ำทำเพลง มือซ้ายเอื้อมไปหยิบปืนพลาสม่ารุ่นเก่าที่เหน็บไว้ที่เอว ยัดมันใส่มือของเอเลน่าอย่างรวดเร็ว สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาที่แตะโดนมือเธอทำให้อุณหภูมิรอบตัวเหมือนจะสูงขึ้นชั่วขณะ แม้ว่าสถานการณ์ตรงหน้าจะเย็นเยือกถึงขั้วกระดูกก็ตาม "คุณถนัดการเจรจา แต่ในสถานการณ์นี้ การเจรจาตายตัวใช้ไม่ได้ผล..." ไซรัสกระซิบชิดริมหูเธอ เสียงของเขาต่ำ นุ่มนวลแต่มั่นคงอย่างประหลาด "เล็งไปที่แผงวงจรตรงหัวไหล่ขวา ถ้ามันไม่ใช่คน ถ้ามันคือหุ่นยนต์เลียนแบบ มันจะชัตดาวน์ทันที แต่ถ้ามันเป็นคน... ยิงให้บาดเจ็บพอครับ อย่าเพิ่งฆ่า" เอเลน่ากำด้ามปืนแน่น เธอมองหน้าวิศวกรหนุ่มผู้เยือกเย็นคนนี้เป็นครั้งแรกด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย ภายใต้เกราะป้องกันอันแข็งกระด้างและตรรกะอันไร้หัวใจ ไซรัสกลับเป็นคนที่ปกป้องเธอในวินาทีความเป็นความตายเสมอ เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องควบคุม มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ทั่วไป แต่มันคือเสียงก้าวเดินของเครื่องจักรกลผสมอินทรียวัตถุที่ถูกดัดแปลงอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *กริ๊ก... กริ๊ก...* ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทุกที หน้าจอหลักดับวูบลงทันที เหลือเพียงแสงไฟสีแดงฉานสาดส่องใบหน้าของทั้งสองคนที่ยืนชิดกันในความมืด กลิ่นอายของความตายคืบคลานเข้ามาพร้อมกับเงาสะท้อนบนกระจกประตูที่ค่อยๆ ปรากฏร่างของใครบางคน—หรืออะไรบางคนที่ถือบางสิ่งที่มีคมพุ่งตรงมา ก่อนที่ประตูห้องควบคุมจะถูกกระชากเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาล ไซรัสเหลือบมองเอเลน่าแวบหนึ่ง แววตาของเขาไม่ได้ฉายความกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายของนักล่าที่พร้อมจะเดิมพันทุกอย่าง และในวินาทีที่บานประตูเหล็กหลุดกระเด็นออกจากราง เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังลอดออกมาจากความมืด พร้อมกับคมดาบแสงที่พาดผ่านลำคอของไซรัสไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร... ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าความมืดและห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%