วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ•ตอนที่ 23

ศูนย์กลางความขัดแย้ง

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
กลิ่นโลหะไหม้และโอโซนฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศทันทีที่ประตูไฮดรอลิกกระเด็นออกไป ไซรัส เวนน์ ไม่ได้ถอยหนี สัญชาตญาณวิศวกรในตัวเขาทำงานเร็วกว่าความกลัว เขาทิ้งตัวลงต่ำพร้อมกับหมุนตัวเตะสกัดขาล่างของผู้บุกรุก แต่นั่นเป็นการตัดสินใจที่พลาดมหันต์ คมดาบแสงสีครามตวัดผ่านอากาศตัดผ่านชุดยูนิฟอร์มชั้นนอกของเขาจนขาดวิ่น ไซรัสสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่เฉียดผิวหนังไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร เขาดีดตัวกลับหลังไปชนกับผนังโลหะ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นจนหูอื้อ แต่เขายังคงจ้องมองบุคคลที่ยืนตระหง่านอยู่กลางกลุ่มควัน ชายผู้นั้นไม่ได้สวมหน้ากาก เขาเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีเทาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกคู่นั้น ไซรัสจำเขาได้แม่น—ผู้บัญชาการอาวุโส ‘คาเลบ วอห์น’ ชายที่ควรจะตายไปพร้อมกับซากสถานีอวกาศเซกเตอร์เจ็ดเมื่อสามปีก่อน “ปฏิกิริยาตอบโต้รวดเร็วดี แต่ยังขาดความปราณีนะ ไซรัส” คาเลบเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “นายยังคงยึดติดกับหลักการทางวิศวกรรมที่ว่า... ทุกอย่างต้องมีจุดสมดุลเสมอสินะ แต่โลกใบนี้มันไม่ได้ทำงานตามสูตรคำนวณของนายหรอก” “คุณควรจะตายไปแล้ว” ไซรัสแค่นเสียง ลมหายใจของเขาหอบถี่ เขาประเมินสถานการณ์รอบตัวอย่างรวดเร็ว—ระบบเซนเซอร์ในห้องนี้ถูกปิดตาย ช่องระบายอากาศถูกซีลปิดด้วยรหัสผ่านระดับผู้บริหาร “ตาย?” คาเลบหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะปัดเศษฝุ่นบนไหล่เสื้อ “คนอย่างฉันไม่ตายเพราะความผิดพลาดของระบบหรอก เพราะฉันคือคนที่ ‘ออกแบบ’ ความผิดพลาดนั้นขึ้นมาเองต่างหาก” จากมุมมืดของห้อง เอเลน่า วาเลนไทน์ ก้าวออกมา เธอไม่ได้อยู่ในฐานะตัวประกันที่ไซรัสคิดจะมาช่วย แต่เธอกำลังยืนอยู่ข้างคาเลบ ระยะห่างระหว่างเธอกับผู้บัญชาการผู้นี้ดูมีความเคารพและแปลกประหลาด สายตาที่เอเลน่ามองมาที่ไซรัสมีทั้งความสงสารและความเด็ดเดี่ยว “ไซรัส วางประแจโซนิคนั่นลงเถอะค่ะ” เอเลน่ากล่าว น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่หนักแน่น “คุณกำลังสู้ในสมรภูมิที่คุณไม่เข้าใจความเป็นมาเลยสักนิด สิ่งที่คุณเห็นว่าเป็น ‘ความขัดแย้ง’ แท้จริงแล้วมันคือ ‘การจัดระเบียบใหม่’ ที่จำเป็นเพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ” “การจัดระเบียบด้วยศพคนนับพันงั้นหรือ เอเลน่า?” ไซรัสกัดฟันกรอด “ผมเคยคิดว่าคุณมองเห็นโลกในมุมที่ต่างออกไป แต่สุดท้ายคุณก็แค่หมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองที่สกปรกของชายผู้นี้” “หมากงั้นรึ?” คาเลบก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว ดาบแสงในมือหดสั้นลง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับกดดันมากขึ้น “เอเลน่าไม่ได้เป็นหมาก เธอคือสถาปนิกคนใหม่ที่กำลังจะสร้างโลกที่ไม่มีระบบอวกาศห่วยๆ ที่พรากครอบครัวนายไปไงล่ะ ไซรัส นายโกรธแค้นความล้มเหลวของเทคโนโลยี แต่ทำไมไม่ลองร่วมมือกับคนที่เปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นอาวุธล้างบางพวกที่กดขี่เราล่ะ?” ไซรัสสัมผัสได้ถึงความสั่นคลอนในใจ นี่คือจุดที่อันตรายที่สุด—การถูกกดดันด้วยอุดมการณ์ที่ทับซ้อนกับความเจ็บปวดในอดีต เขามองไปที่เอเลน่า สังเกตเห็นมือของเธอที่สั่นเล็กน้อยหลังกางเกงที่เธอสวมใส่อยู่ เธอไม่ได้เต็มใจ แต่เธอถูกบีบให้เลือกข้าง “ผมไม่เชื่อคุณ” ไซรัสพูดพึมพำ ก่อนจะพุ่งเป้าไปที่แผงควบคุมระบบสำรองที่คาเลบพิงอยู่ “และผมก็ไม่เชื่อในระบบที่สร้างขึ้นบนความหลอกลวง” เขากดรหัสลับที่เขาแอบฝังไว้ในซอฟต์แวร์ของสถานีมาโดยตลอด—คำสั่งลัดวงจรระบบจ่ายไฟของทั้งเซกเตอร์ เสียงเตือนภัยดังลั่นไปทั่วห้อง พลังงานไฟฟ้าพุ่งพล่านไปตามสายไฟจนเกิดประกายไฟระเบิดออกในทุกจุดที่คาเลบยืนอยู่ “ไซรัส! ไม่นะ!” เอเลน่ากรีดร้อง ห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน โครงสร้างเหล็กบิดเบี้ยว ไซรัสใช้จังหวะที่คาเลบเสียหลักจากการระเบิดไฟฟ้าพุ่งตัวเข้าใส่ หวังจะแย่งชิงดาบแสงนั้นมา ทว่าในวินาทีที่เขากระชากแขนของคาเลบออก รอยสักรูปสัญลักษณ์ที่ต้นคอของชายผู้นี้ก็ปรากฏชัดภายใต้แสงไฟกะพริบ มันไม่ใช่สัญลักษณ์ของรัฐบาลโลก แต่มันคือตราประทับของ ‘องค์กรเงามืด’ ที่ไซรัสเคยพยายามสืบหามาตลอดชีวิต คาเลบยิ้ม—รอยยิ้มที่ทำให้ไซรัสต้องชะงัก—ก่อนที่ชายผู้นั้นจะใช้อีกมือหนึ่งหยิบอุปกรณ์ขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วแปะเข้าที่หน้าอกของไซรัส มันคือตัวบันทึกข้อมูลแบบดึงข้อมูลทางจิตประสาท (Neural Link) “ยินดีด้วย วิศวกร” คาเลบกระซิบที่ข้างหูในขณะที่ระบบไฟฟ้าในห้องดับลงจนมืดสนิท “นายเพิ่งดาวน์โหลด ‘ความจริงทั้งหมด’ ของสถานีนี้เข้าไปในสมองตัวเองแล้ว ถ้าอยากรู้ว่าครอบครัวนายตายเพราะใคร... ก็ลองเปิดดูไฟล์สุดท้ายที่ถูกล็อกไว้ในหัวนายดูสิ” ไซรัสรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่พุ่งพล่านเข้าสู่สมองจนต้องทรุดลงกับพื้น ภาพความทรงจำที่แตกสลายเริ่มไหลทะลักเข้ามา เอเลน่ารีบวิ่งเข้ามาประคองเขาไว้ แต่ไซรัสกลับปัดมือเธอออกด้วยความหวาดระแวง “อย่า... อย่าเข้ามา” ไซรัสเค้นเสียง ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงก่ำจากข้อมูลที่ถาโถม “ฉันเห็นแล้ว... ฉันเห็นว่าใครเป็นคนสั่งการในวันที่ระบบล่ม...” เขาเงยหน้าขึ้นมองเอเลน่า สายตาที่เคยชื่นชมและถวิลหาบัดนี้เปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเกลียดชังอย่างสุดซึ้ง เพราะในห้วงความคิดที่ได้รับมานั้น ใบหน้าสุดท้ายที่เขามองเห็นก่อนที่ระบบจะดับลง—คือใบหน้าของพ่อเอเลน่าที่ยืนจับมืออยู่กับคาเลบในห้องบัญชาการเมื่อสามปีก่อน ไซรัสกำหมัดแน่น เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก เขาไม่ใช่เพียงแค่วิศวกรที่ไร้ใจอีกต่อไป แต่เขาคือระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่เขารักและเกลียดให้พินาศไปพร้อมกัน ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของไซรัสและเอเลน่าในบทที่เข้มข้นที่สุดบทหนึ่งนะครับ ไว้พบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%