วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ•ตอนที่ 24

ความตายในระดับความสูง

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
แรงโน้มถ่วงเทียมระดับ 0.2จี ทำให้หยาดเลือดสีแดงเข้มที่ไหลซึมออกจากมุมปากของไซรัส เวนน์ ไม่ได้ร่วงหล่นลงสู่พื้นตารางเหล็กของสถานีอวกาศ หากแต่ลอยวนเป็นละอองทรงกลมขนาดเล็ก สะท้อนแสงสีส้มกะพริบจากสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉิน มันคือภาพสะท้อนของความเดือดดาลที่ถูกบีอัดจนถึงขีดจำกัด วิศวกรหนุ่มผู้เคยยึดถือตรรกะและตัวเลขอย่างไร้หัวใจ บัดนี้แววตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความเยือกเย็นหลงเหลืออยู่ มีเพียงเปลวเพลิงแห่งความพินาศที่พร้อมจะเผาผลาญทุกระบบโครงสร้างของสถานีวงโคจรนี้ให้มอดไหม้ไปพร้อมกับลมหายใจของเขาเอง "คุณกำลังทำเรื่องที่ไร้เหตุผลที่สุดในประวัติศาสตร์การบินอวกาศ ไซรัส!" เสียงของเอเลน่า วาเลนไทน์ ตะโกนฝ่าเสียงคำรามของระบบระบายความร้อนที่กำลังโอเวอร์โหลด แสงไฟสีแดงวาบสลับขาวสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของเธอ ทูตสันถวไมตรีผู้ยึดมั่นในกฎระเบียบและมนุษยธรรมกำลังยืนอยู่ห่างออกไปเพียงสามเมตร หลังแผงควบคุมระบบสื่อสารสำรอง ร่างของเธอแนบชิดกับผนังโลหะ มือข้างหนึ่งกำปืนพกเลเซอร์แน่น แม้ข้อนิ้วจะขาวซีดด้วยความตึงเครียด แต่ดวงตากลับฉายแววแน่วแน่และเจ็บปวดในคราวเดียวกัน "เหตุผลเหรอ, เอเลน่า?" ไ,รัสแค่นAหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันหยาม เขาก้าวเท้าผ่านซากแผงวงจรที่ระเบิดออก รองเท้าบูทคอมแบทบดขยี้แผ่นชิปซิลิคอนจนแตกละเอียด "โลกของคุณ... ระบบของคุณ... และสันติภาพจอมปลอมที่พวกคุณพยายามเจรจา มันคือเศษซากปรักหักพังที่ถูกสร้างขึ้นบนซากศพของครอบครัวผม ตั้งแต่วินาทีที่พวกมันเลือกตัดงบประมาณความปลอดภัยระบบระบายความร้อนเมื่อสิบปีก่อน ตรรกะของผมก็ตายไปพร้อมกับพวกเขาแล้ว" "แต่การยึดห้องควบคุมหลักและปล่อยให้สถานีนี้ตกจากวงโคจร ไม่ได้ช่วยให้ใครฟื้นคืนชีพขึ้นมา!" เอเลน่าโต้กลับ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่หนักแน่นพอที่จะสะท้อนก้องในห้องโถงที่ไร้อากาศภายนอก "คุณกำลังจะฆ่าคนนับพันบนสถานีนี้... รวมถึงตัวคุณเองด้วย" "ถ้าความยุติธรรมมันหาไม่ได้ในระบบระเบียบของพวกคุณ ผมนี่แหละจะเป็นคนรีเซ็ตมันใหม่ทั้งหมด" ไซรัสพุ่งตัวเข้าหาแผงควบคุมหลักด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ความโกรธแค้นขับเคลื่อนร่างกายให้ก้าวข้ามขีดจำกัดทางกายภาพ เขากระชากแผงครอบโลหะออกด้วยมือเปล่า เปลวไฟจากการลัดวงจรปะทะเข้ากับแขนเสื้อจนไหม้เกรียม แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดแม้แต่น้อย ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจดจ่ออยู่กับการป้อนคำสั่งทำลายล้างผ่านคีย์บอร์ดฮาร์ดแวร์โดยตรง เพื่อปิดกั้นการเข้าถึงจากศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน ปัง! กระสุนเลเซอร์นัดหนึ่งพุ่งเฉียดหัวไหล่ของไซรัสไปปักคาเข้ากับผนังโลหะด้านหลัง เสียงฮัมต่ำของลำแสงความร้อนทิ้งกลิ่นฉุนของโลหะไหม้ไว้ในอากาศ "ผมเตือนแล้วนะ ว่าอย่าเข้ามาขวาง" ไซรัสเหลือบมองกลับมาด้วยหางตา แววตานั้นว่างเปล่าและเหี้ยมเกรียมจนเอเลน่านิ่งงัดไปชั่วขณะ "ฉันไม่ได้มาเพื่อขวางคุณในฐานะตัวแทนทูต..." เอเลน่าก้าวออกจากที่กำบัง ปืนในมือลดระดับลงต่ำ แต่สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของวิศวกรหนุ่ม "ฉันมาในฐานะคนที่เข้าใจว่าคุณกำลังแบกรับอะไรอยู่ ไซรัส... ฉันรู้ว่าเบื้องหลังตấmโลหะเย็นชาที่คุณสวมใส่ไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันคือความเจ็บปวดที่ไม่มีวันสมานตัว" บทสนทนาหยุดชะงักลงทันที ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของโลหะที่กำลังบิดตัวจากแรงเสียดทานของชั้นบรรยากาศที่เริ่มหนาแน่นขึ้น ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนเหลือเพียงแค่พื้นที่ของห้องควบคุมที่เต็มไปด้วยเศษซากความเสียหาย อุดมการณ์ที่เคยขัดแย้งกันอย่างรุนแรง บัดนี้กลับถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยความดึงดูดทางจิตวิญญาณที่แปลกประหลาด ทั้งสองคนต่างเป็นมืออาชีพที่ยืนอยู่คนละฝั่งของเหว แต่กลับมองเห็นความมืดมิดในก้นบึ้งของกันและกันได้อย่างชัดเจนที่สุด ไซรัสชะงักมือที่กำลังจะกดปุ่มยืนยันคำสั่งสุดท้าย นิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประโยคที่ทะลวงผ่านเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งของเขาเข้าไปถึงขั้วหัวใจ "คุณไม่มีวันเข้าใจ... เอเลน่า" เสียงของเขาอ่อนลงในเสี้ยววินาที แต่มันกลับเต็มไปด้วยความร้าวรานที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม "ถ้าฉันไม่เข้าใจ..." เอเลน่าก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างกล้าหาญ ปลายกระบอกปืนถูกทิ้งลงกระทบพื้นอย่างไร้ความหมาย เธอยื่นมือออกไปสัมผัสข้อมือที่เปื้อนคราบเขม่าและเลือดของเขา "แล้วทำไมฉันถึงยอมเสี่ยงชีวิตขึ้นมาบนวงโคจรดับสูญนี้ เพื่อหาทางหยุดคุณด้วยวิธีที่ไม่ใช่การสังหารล่ะ?" สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเธอตัดผ่านความเย็นยะเยือกของชุดอวกาศ ไซรัสสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นโอโซนและเหงื่อผสมผสานกันในบรรยากาศที่ตึงเครียด เขามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและหยาดน้ำตาคลอหน่วยของหญิงสาวตรงหน้า ความรู้สึกผิดบาปและความโหยหาที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจมานานนับทศวรรษพรั่งพรูขึ้นมาอย่างหักห้ามไม่อยู่ ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศรอบตัวกำลังจะเปลี่ยนผ่านจากความเป็นศัตรูไปสู่ความเปราะบางทางอารมณ์ เสียงสัญญาณเตือนภัยรูปแบบใหม่ก็ดังขึ้น—มันไม่ใช่เสียงเตือนระดับความร้อน หรือเสียงเตือนแรงดันอากาศ *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...* หน้าจอหลักของห้องควบคุมที่ควรจะถูกล็อกด้วยรหัสผ่านของไซรัส กลับถูกแทนที่ด้วยข้อความสีเขียวเรืองแสงสว่างจ้า ข้อความที่ไม่มีใครในสถานีนี้มีสิทธิ์เข้าถึง นอกจากบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็น "ผู้ดูแลระบบสูงสุดนอกระบบ" **[ OVERRIDE DETECTED: PROJECT_AEGIS_IS_ONLINE ]** ไซรัสเบิกตากว้าง ความโกรธแค้นในแววตากลายเป็นความตกตะลึงพรืดในพริบตาเดียว เขารีบหันกลับไปที่หน้าจอเพื่อตรวจสอบชุดคำสั่ง แต่กลับพบว่าระบบทั้งหมดถูกโอนถ่ายไปยังสถานีลับภาคพื้นดินที่ควรจะถูกทำลายไปตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน—สถานที่ซึ่งคร่าชีวิตครอบครัวของเขาไป เอเลน่าขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณนักการทูตเตือนภัยเธอนับร้อยโวลต์ "นั่นไม่ใช่คำสั่งของคุณ... ไซรัส ใครเป็นคนเริ่มกระบวนการนี้?" ไซรัสไม่ได้ตอบ เขากัดฟันกรอดจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ขณะที่เงาร่างของใครบางคนปรากฏขึ้นบนกระจกสะท้อนเงาของแผงควบคุมด้านหลัง เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้าและมั่นคงในความเงียบงัน ท่ามกลางเสียงคำรามของสถานีที่กำลังจะแตกสลาย "ยินดีต้อนรับกลับสู่ระบบนะ, ลูกชาย..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอ่ยขึ้นจากความมืด พร้อมกับปลายกระบอกปืนสำนักความดันสูงที่จ่อตรงมาที่หลังคอของเอเลน่า -------------------------------------------------- ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าวงโคจรแห่งความมืดมาด้วยกันในบทนี้ครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้ใจกับทูตสันถวไมตรีในวงโคจรดับสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%