"ถ้าคุณยังฝืนชู้ตลูกโทษด้วยข้อเท้าข้างนั้นอีกแค่ครั้งเดียว ผมจะเอากรรไกรตัดเล็บมาตัดตาข่ายสนามนี้ทิ้งให้หมด ไม่เชื่อก็ลองดูครับธันวา"
สุ้มเสียงหอบเหนื่อยแต่เฉียบคมของพายดังแทรกเสียงรองเท้าผ้าใบเสียดสีกับพื้นยางสนามบาสเกตบอลในยามวิกาล แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงมากระทบเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้าคมคายของกัปตันทีมบาสเกตบอลปี 3 ธันวายังคงยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าส่งลูกบาสเกตบอล ดวงตาสีเข้มคมกริบมองตรงมายังร่างบางของนักศึกษากายภาพบำบัดปี 2 ที่กำลังยืนกอดอกใบหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างสนาม แววตาของธันวาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเป็นเอกลักษณ์
"คุณพายครับ กฎข้อแรกของการเป็นนักกายภาพบำบัดที่ดีคือต้องมีความยืดหยุ่น... ไม่ใช่มาขู่จะทำลายทรัพย์สินของทางมหาวิทยาลัยแบบนี้นะครับ" ธันวายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ จนกลุ่มผมสีดำชื้นเหงื่อลู่ลงแนบหน้าผาก ท่าทางดื้อรั้นนั้นทำให้พายอยากจะเดินเข้าไปหยิกเอวสอบสักทีให้หายหมั่นไส้
"ความยืดหยุ่นใช้กับกล้ามเนื้อได้ครับ แต่ใช้ไม่ได้กับพวกหัวดื้อที่ชอบทำตัวเป็นภาระให้ผมตามเช็ดตามล้าง!" พายสาวเท้าก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างสูงที่สูงกว่าตนเองร่วมคืบ กลิ่นกายปะปนกับกลิ่นสนีกเกอร์ใหม่และหยาดเหงื่อจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส พายเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายเพื่อค้นหาความจริงบางอย่าง "หมอสั่งพักสามสัปดาห์ แต่นี่เพิ่งผ่านไปแค่เจ็ดวัน... ธันวา คุณเอาสมองส่วนไหนคิดถึงแอบมาซ้อมชู้ตคนเดียวตอนเที่ยงคืนแบบนี้ฮะ?"
ธันวาถอนหายใจยาวพรืด ยอมลดลูกบาสในมือลง เสียงลูกบอลกระทบพื้นดังตุ้บเบาๆ เขาก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่ตอนนี้ดวงตากลมโตกำลังฉายแววโกรธขึงปนเป็นห่วงจนปิดไม่มิด ความรู้สึกบางอย่างอัดแน่นอยู่ในอกจนเขาต้องซ่อนมันไว้ใต้ท่าทีนิ่งเฉย
"ผมไม่ได้ซ้อมหนัก... ผมแค่..."
"แค่ลองดูว่าข้อเท้าจะหักคามือผมอีกรอบไหมว่างั้นเถอะ!" พายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น "คุณรู้ไหมว่าผมต้องโกหกอาจารย์ที่ปรึกษาไปกี่รอบเพื่อให้คุณรอดพ้นจากการโดนดรอปจากทีมตัวจริง คุณรู้ไหมว่าผมเครียดจนนอนไม่หลับมาสัปดาห์นึงเต็มๆ เพราะกลัวว่าเอ็นข้อเท้าของคุณมันจะขาดสะบั้นลงจริงๆ... ธันวา ทำไมคุณถึงใจร้ายกับความพยายามของผมขนาดนี้"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาลง แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งโรงยิม ธันวาชะงักไป ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ถาโถม เขาไม่เคยเห็นพายในมุมนี้ มุมที่ยอมเปิดเผยความเปราะบางออกมาให้เห็นตรงหน้า
"พาย..." ธันวาก้าวเท้าขยับเข้าไปใกล้เพื่อจะเอื้อมมือไปแตะไหล่บาง
"ถอยไปครับ!" พายเบี่ยงตัวหลบ ปัดมือหนานั้นออกอย่างไม่ใยดี ดวงตาคู่สวยคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใสแต่ถูกเจ้าตัวกะพริบไล่มันกลับไปอย่างรวดเร็ว "ในเมื่อคุณไม่เคยเห็นคุณค่าของร่างกายตัวเอง และไม่เคยแคร์เลยว่าคนที่เขาคอยดูแลคุณเขาจะเหนื่อยแค่ไหน งั้นก็ตามใจคุณเถอะครับ อยากซ้อมต่อก็เชิญ... ผมคงไม่มีหน้ามาคอยห้ามคนที่ไม่อยากเดินได้ด้วยตัวเองอีกแล้ว"
พูดจบ พายก็หมุนตัวหันหลังเตรียมสาวเท้าเดินหนีออกจากโรงยิมทันที หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นด้วยความเจ็บแปลบ ทว่ายังไม่ทันที่ก้าวเท้าจะพ้นจากเส้นสนาม ธันวาก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเรียวเอาไว้ด้วยความเร็วที่หลงเหลือจากสัญชาตญาณนักกีฬา ทว่าแรงกระชากนั้นส่งผลให้ข้อเท้าข้างที่บาดเจ็บส่งสัญญาณเตือนด้วยความเจ็บปวดแล่นแปลบขึ้นมา
"โอ๊ย!" ธันวานิหน้าทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นสนามทันที มือหนายังคงกำข้อมือของพายไว้แน่น
พายสะ giอตกใจ รีบหันกลับมามองด้วยความตกใจกลัว สัญชาตญาณความเป็นนักศึกษากายภาพบำบัดสั่งการให้พายลืมความโกรธเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น ร่างบางรีบทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆ ร่างสูงที่กำลังกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บ
"ธันวา! เห็นไหมล่ะ ผมบอกแล้วว่าอย่าฝืน!" พายเอ็ดเสียงดังด้วยความร้อนรน มือเล็กละล้าละลังไม่รู้จะจับตรงไหนก่อนระหว่างประคองไหล่หนากับตรวจดูข้อเท้าเจ้าปัญหา "เจ็บมากใช่ไหม... ไหนขอผมดูซิ เอ็นอักเสบซ้ำซ้อนหรือเปล่าเนี่ย คนบ้าเอ๊ย!"
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับพายที่กำลังน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตกใจและเป็นห่วงเขาอย่างสุดซึ้ง ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเรียบเฉย บัดนี้กลับระบายด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความคลั่งรักที่ล้นปรี่จนปิดไม่มิด
"ผมขอโทษ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהแผ่วเบาราวกับกระซิบ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณร้องไห้... พาย"
"ไม่ต้องมาพูดเลยครับ คนดื้อรั้นอย่างคุณ..."
พายยังพูดไม่ทันจบประโยค ธันวาก็ใช้มืออีกข้างรั้งท้ายทอยของคนตัวเล็กให้เข้ามาใกล้ ก่อนจะกดริมฝีปากลงมาแนบชิดกับริมฝีปากนุ่มของพายอย่างรวดเร็วและหนักแน่น เป็นจังหวะที่ไม่มีการลังเล เป็นการขโมยจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความสำนึกผิด และความรักที่อัดแน่นจนระเบิดออกมา ท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวและกลิ่นไอของสนามบาสที่คุ้นเคย พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด แรงขัดขืนที่ควรจะมีมลายหายไปสิ้นเมื่อฝ่ามืออุ่นของธันวากุมประคองแก้มเนียนเอาไว้ ปล่อยให้เวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ
ทว่าในวินาทีที่พายเริ่มจะคล้อยตามและเผลอเผยริมฝีปากออกรับสัมผัสอันลึกซึ้งนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดบริเวณประตูทางเข้าโรงยิม
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"โอ้โห ภาพบาดตาบาดใจอะไรเนี่ย... กัปตันธันวาขาโหด ถึงกับยอมใช้ลูกไม้เจ็บตัวเพื่อแลกกับจูบจากหมอนวดส่วนตัวเลยเหรอครับเนี่ย สมเป็นนักกีฬายอดเยี่ยมจริงๆ"
เสียงทุ้มกวนประสาทที่คุ้นเคยดีดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏร่างสูงโปรดของ **วิน** คู่แข่งคนสำคัญจากทีมบาสมหาวิทยาลัยคู่ปรับ ที่ก้าวเท้าเข้ามาในสนามด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ธันวาผละริมฝีปากออกจากพายอย่างไม่เต็มใจนัก ดวงตาสคมกริบตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาวาวโรจน์ที่พร้อมจะพุ่งเข้าไปซัดหน้าคนกวนเมืองคนนี้ได้ทุกเมื่อ ขณะที่พายหน้าแดงก่ำ รีบผลักอกธันวาออกเบาๆ แล้วกรูดถอยหลังไปตั้งหลักด้วยความตกใจสุดขีด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังสั่นคลอนนี้นะครับ
รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก•ตอนที่ 15
รอยร้าวในความสัมพันธ์
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!