“ถ้าไม่อยากให้ฉันคว้าถ้วยแชมป์ปีนี้ไปครองต่อหน้าต่อตา ก็หัดดูแลหัวเข่าพังๆ ของนายให้ดีกว่านี้หน่อยเถอะ ธันวา”
น้ำเสียงกวนประสาทของวินดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อครู่จนย่อยยับ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อแจ็คเก็ตทีมบาสมหาวิทยาลัยคู่ปรับก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงข้ามสนามซ้อม ดวงตาสองชั้นคมกปราบกวาดมองสภาพยับเยินของธันวาด้วยรอยยิ้มเยาะที่เคลือบไว้ด้วยความท้าทาย
ธันวาผละตัวออกจากพายอย่างไม่เต็มใจนัก สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาสีเข้มตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่าที่ถูกรบกวนอาณาเขต หากไม่ใช่เพราะอาการแปลบปราบที่หัวเข่าขวาแล่นพล่านขึ้นมาจนแทบทรงตัวไม่อยู่ ป่านนี้เขาคงพุ่งเข้าไปซัดหน้าคนกวนเมืองคนนี้ให้หายปากดีไปนานแล้ว
ขณะเดียวกัน พายที่หน้าแดงก่ำจนลามไปถึงใบหูรีบผลักอกธันวาออกเบาๆ ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด ก่อนจะกรูดถอยหลังไปตั้งหลักข้างเสาเหล็กสนามซ้อม หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่แค่เพราะตกใจที่วินโผล่มาขัดจังหวะ แต่เป็นเพราะสัมผัสร้อนผ่าวจากริมฝีปากของธันวาเมื่อครู่มันยังทิ้งร่องรอยความสั่นไหวไว้บนกลีบปากของเธออย่างชัดเจน
“สนามนี้ไม่ได้ต้อนรับหมาลอบกัดอย่างแก วิน ไสหัวไปซะ” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาดุดันจ้องเขม็งไปที่คู่ปรับตัวฉกาจ
“ปากดีเหมือนเดิมนี่ กัปตันทีมตัวความหวัง...” วินหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนอยู่ในระยะประชิด “แต่สภาพนายตอนนี้ ดูท่าทางจะไปไม่ถึงรอบชิงด้วยซ้ำมั้ง ได้ข่าวว่าหมอทีมเพิ่งเตือนเรื่องข้อเข่าเสื่อมไม่ใช่เหรอวะ? หรือว่าต้องให้ฉันช่วยส่งพวงหรีดไปแสดงความเสียใจล่วงหน้าดีล่ะ?”
“วิน!” พายทนฟังต่อไปไม่ไหว เธอขยับตัวก้าวเข้ามาแทรกระหว่างกลางสนาม ร่างเพรียวบางยืนบังร่างสูงของธันวาไว้ครึ่งหนึ่ง แม้ส่วนสูงจะต่างกันพอสมควรแต่แววตาของนักศึกษากายภาพบำบัดปี 2 กลับฉายแววเฉียบคมและดุดันไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอก “ถ้าไม่มีธุระอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องบาสเกตบอล กรุณาเชิญออกไปจากพื้นที่ซ้อมส่วน ภายในหวินาทีนี้ด้วยค่ะ... เอ๊ย! ด้วยครับ!” พายเกือบหลุดปากคำลงท้ายตามความคุ้นชิน แต่รีบดึงสติกลับมาทันทีเมื่อนึกถึงกฎเหล็กในหัว
วินเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างนึกสนุก สายตาพินิจพิเคราะห์มองสำรวจพายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “อ๋อ... นี่สินะ นักกายภาพมือดีที่ลือกันว่าคอยประกบกัปตันธันวาแจไม่ห่าง ถึงว่า... ช่วงนี้ฟอร์มทีมพวกนายถึงดูแปลกๆ ไป ที่แท้ก็มีหมอประจำตัวคอยดูแลใกล้ชิดแบบนี้นี่เอง อิจฉาชะมัด”
“หุบปากแล้วไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วซัดแกตรงนี้” ธันวากัดฟันกรอด มือหนายื่นออกไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของพายแล้วดึงเธอให้ถอยมาหลบข้างหลังตนเองแรงๆ แรงกระชากนั้นทำให้พายเซถลาชนเข้ากับแผ่นอกกว้างของเขา ธันวารวบเอวบางไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียวอย่างถือวิสาสะ แต่แววตาที่มองวินกลับเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม “อย่ามาลามปามคนของฉัน”
คำว่า ‘คนของฉัน’ ทำเอาพายชะงักกึก แก้มที่เพิ่งหายแดงกลับร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบอย่างห้ามไม่อยู่ ขณะที่วินแค่นหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างไม่ยี่หล่า
“ปากดีใส่กันเข้าไปเถอะ ระวังเถอะวะ... วันไหนที่ขาข้างนั้นใช้งานไม่ได้ขึ้นมาจริงๆ นายจะไม่มีแม้แต่หน้ามามองหน้าผู้หญิงคนนี้ด้วยซ้ำ” วinทิ้งท้ายด้วยประโยคเชือดเฉือนบาดลึก ก่อนจะหันหลังแล้วโบกมือลาลวกๆ เดินทอดน่องออกจากสนามบาสไปอย่างลอยชาย ทิ้งให้บรรยากาศคุกรุ่นด้วยกลิ่นอายความเดือดดาลและความอึดอัดระลอกใหญ่ไว้เบื้องหลัง
ทันทีที่แผ่นลับตาของคู่ปรับหายลับไป ธันวาก็ทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นสนาม เสียงลมหายใจหอบกระชั้นดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับจนเส้นผมชื้นเปียก
“ธันวา!”
พายทิ้งความเขินอายทั้งหมดทิ้งไปในพริบตา เธอกระโจนเข้าหาเขาราวกับสัญชาตญาณพยาบาลจำเป็นทำงานทันที มือเรียวเล็กประคองใบหน้าคร่ำเครียดของเขาไว้ “ไหวไหม? เจ็บมากใช่ไหม ทำไมถึงฝืนวะ... ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก!”
“เงียบหน่า...” ธันวาหลับตาปี๋ มือหนายกขึ้นกุมหัวเข่าขวาที่บวมเป่งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าเกร็งเกร็งจนเป็นก้อนแข็ง “แม่งเอ๊ย... เจ็บชิบหาย”
“สมน้ำหน้า! ดื้อด้านนัก!” พายดุเสียงสั่น แม้ปากจะต่อว่าแต่ดวงตากลับคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำใสด้วยความตกใจและเป็นห่วง เธอรีบวางกระเป๋าอุปกรณ์กายภาพลงกับพื้น เปิดซิปหยิบสเปรย์เย็นฉีดบรรเทาอาการปวดบดบังความสั่นเทาของเรียวคุม “ถอดสนับเข่าออกก่อน อย่าขยับนะธันวา ถ้าขยับอีกนิดเดียวเส้นเอ็นแกฉีกขาดแน่ๆ”
ธันวาพยักหน้ารับอย่างจำยอม เขากัดฟันอดกลั้นความเจ็บปวดขณะที่มือเรียวของพายค่อยๆ ปลดสายรัดและถอดสนับเข่าให้อย่างเบามือที่สุด สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเธอที่ลูบไล้อยู่แถวข้อเข่าช่วยบรรเทาความปวดร้าวลงได้บ้างอย่างน่าประหลาด แต่ความตึงเครียดในสถานการณ์นี้กลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย
“ทฤษฎีข้อที่สิบนิดๆ ของฉันบอกไว้ว่า...” พายพูดเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุดแม้หัวใจจะเต้นรัว “นักกีฬาที่เอาแต่ใจตัวเองและดื้อรั้นที่สุด สุดท้ายมักจะต้องชดใช้ด้วยอนาคตที่ตัวเองรักมากที่สุด... นายอยากเลิกเล่นบาสจริงๆ เหรอธันวา?”
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ดวงตาสคมกริบที่มักจะเต็มไปด้วยความมั่นใจยามนี้ฉายแววความอ่อนล้าและความหวาดกลัวลึกๆ ที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น “ฉันไม่ได้อยากเลิก... แต่ร่างกายมันทรยศวะพาย ฉันซ้อมหนักเกินไปจนมันพัง... ถ้าฉันไม่ได้ลงแข่งแมตช์หน้า ทีมเราก็จบ”
“แล้วถ้าฝืนลงไปแล้วพังจนเล่นไม่ได้ตลอดชีวิตล่ะ? ทีมจะเหลืออะไร แล้วตัวนายล่ะจะเหลืออะไร?” พายตวาดกลับเสียงแข็ง หยาดน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ร่วงเผาะลงบนหลังมือของเขาพอดี “นายเห็นฉันเป็นอะไร เป็นแค่คนดูข้างสนามที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างนั้นเหรอ? ฉันคือนักกายภาพบำบัดของนายนะธันวา! หน้าที่ของฉันคือรักษานาย ไม่ใช่ให้นายมาทำลายตัวเองแบบนี้!”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของคนตัวโต ธันวาจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาและเต็มไปด้วยความโกรธปนความห่วงใย หัวใจที่ด้านชามานานเพราะความกดดันกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง
มือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยยกขึ้นเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนพายต้องสะดุ้ง
“ขอโทษ...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างยากเย็น “ฉันไม่อยาก... แพ้ให้ไอ้วิน และไม่อยาก... แพ้ภัยตัวเองต่อหน้าเธอ”
พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เธอกวาดสายตามองรอบสนามที่เงียบสงัด ก่อนจะตัดสินใจทำบางอย่างที่บ้าระห่ำไม่แพ้กัน
“งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่านายไม่ได้แพ้...” พายขยับเข้าไปใกล้จนร่างแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความสั่นไหวในอก “นอนลงซะ... ฉันจะใช้ทฤษฎีบำบัดทางกายภาพที่ดุเดือดที่สุดให้นายดูเอง”
ธันวานอนราบลงกับพื้นสนามตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้าของพายที่ไม่รู้ว่ากำลังจะทำอะไรต่อไป ร่างบางเคลื่อนกายคร่อมทับลงบนสะโพกสอบของเขาไว้หลวมๆ สองมือเรียววางทาบลงบนอกแกร่งเพื่อพยุงตัว
จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่พร้อมกับเสียงโวยวายของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นที่ทางเข้าประตูสนามซ้อม...
“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะเสียงดังโครมคราม... อ้าวเฮ้ย! พวกนายทำอะไรกันวะเนี่ย?!”
เสียงตะโกนด้วยความตกใจสุดขีดของ **โค้ช** และเพื่อนร่วมทีมบาสอีกสามคนที่เพิ่งเดินถือกระเป๋าเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจ—กัปตันทีมตัวโหดนอนราบอยู่กับพื้นสนามโดยมีนักศึกษากายภาพสาวคนเก่งคร่อมทับอยู่บนตัวในระยะประชิดสนิทชิดเชื้อชนิดที่แก้ตัวอย่างไรก็ไม่พ้นผิด!
ธันวาเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะลอบยิ้มมุมปาก ส่วนพายหน้าซีดเผือด รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนแทบไม่ทัน—
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กัปตันธันวาและน้องพายในตอนนี้นะครับ
รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก•ตอนที่ 16
ทฤษฎีรักฉบับกายภาพ
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!