เสียงแก้วเบียร์กระทบกันดังเซנקเซ็งทั่วร้านอิซากายะย่านชานเมือง บรรยากาศฉลองชัยชนะของชมรมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยกำลังดำเนินไปอย่างคึก and โครมคราม กลิ่นหอมฟุ้งของเนื้อย่างถ่านผสมผสานกับเสียงหัวเราะโฮกฮากของเหล่าหนุ่มๆ ร่างสูงใหญ่ที่เบียดเสียดกันอยู่เต็มโต๊ะยาว
ธันวาเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะลอบยิ้มมุมปาก ส่วนพายหน้าซีดเผือด รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนแทบไม่ทัน—
เก้าอี้พลาสติกส่งเสียงครูดกับพื้นปูนซีเมนต์จนรุ่นน้องปีหนึ่งในทีมต่างพากันเงียบเสียงลงชั่วขณะ สายตานับส คู่หันขวับมามองเป็นตาเดียวเมื่อเห็นนักศึกษากายภาพบำบัดหน้าหวาน ลุกขึ้นยืนตัวเกร็งราวกับนักโทษประหารที่กำลังรอฟังคำพิพากษา
"อะ... อะไรกันครับรุ่นพี่ มองผมทำไม" พายเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้ว่าฝ่ามือชื้นเหงื่อจะกำชายเสื้อฮู้ดของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ไปหมดแล้ว
"เปล่านะครับ... ผมไม่ได้พูดอะไรสักคำ" ธันวาไหวไหล่ช้าๆ เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม วางสีหน้าระรื่นอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่จงใจแกล้งให้คนตรงหน้าสติหลุด
"ก็เมื่อกี้... เมื่อกี้รุ่นพี่พูดว่า..." พายกลืนน้ำลายลงคออืดอาด สมองประมวลผลแทบไม่ทัน ภาพเหตุการณ์เมื่อกี้ตอนที่เขาเผลอสะดุดขาตัวเองแล้วล้มลงไปนั่งตักกัปตันทีมบาสตัวร้ายกลางห้องพักนักกีฬา ย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวราวกับเทปวิดีโอที่ถูกกดรีพลาย
ให้ตายเถอะ! นี่มันกลางงานเลี้ยงฉลองทีมที่มีคนอยู่ร่วมเกือบสามสิบชีวิต!
"ผมพูดว่าอะไรเหรอครับ คุณนักกายภาพบำบัด... หูฝาดไปเองหรือเปล่า" ธันวาแกล้งโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางพักบนโต๊ะไม้ กลิ่นอายความเป็นผู้ใหญ่และความดุดันแบบนักกีฬาตัวท็อปแผ่ซ่านจนพายรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
"โฮoooooว์! กัปตันครับ! เล่นมุกจีบกันกลางวงเหล้าแบบนี้ เกรงใจตับไตไส้พุงของพวกผมบ้างก็ได้นะครับ!"
เสียงตะโกนแซวจากปกรณ์ เซนเตอร์ร่างยักษ์ของทีมดังขึ้น ทำลายความเงียบงันลงทันที ตามมาด้วยเสียงโห่ร้องปรบมือและเสียงผิวปากลั่นร้านจากเหล่าลูกทีมที่เหลือ ซึ่งดูเหมือนจะรอจังหวะนี้กันอยู่แล้ว
พายรู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว ใบเนียนขาวแดงก่ำลามไปถึงใบหู "ใครจีบกันครับ! ปกรณ์ นายพูดเพ้อเจ้ออะไรวะ!" เขาหันไปแหวใส่รุ่นน้องตัวยักษ์เสียงดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผา
"อ้าว ไม่ได้จีบเหรอครับ? แต่เมื่อกี้ตอนอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์... ผมเห็นกัปตันของเรากอดเอวคุณพายแน่นเชียวนี่นา แถมยังกระซิบอะไรกันสองคนก็ไม่รู้ หน้าแดงทั้งคู่เลยด้วย" ปกรณ์ยังคงหยอดต่อด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เรียกเสียงฮือฮาจากคนรอบโต๊ะได้อีกระลอกใหญ่
ธันวาไม่ได้แก้ตัว เขาเพียงแต่ยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้พายยืนรับคมกระสุนคำแซวของลูกทีมคนสนิทต่อไป แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ว่าเขากำลังสนุกแค่ไหนกับการได้เห็นคนปากเก่งเสียอาการ
"พอเลยไอ้ปกรณ์! ถ้าไม่อยากให้ฉันยืดเส้นสายให้นายเจ็บตัวเล่นตอนซ้อมพรุ่งนี้ หุบปากแล้วกินเบียร์ไปซะ!" พายชี้หน้าคาดโทษด้วยความอับอายสุดขีด ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิมอย่างแรง พยายามทำเป็นหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อย่างเข้าปากเพื่อหลบสายตาทุกคู่ที่มองมา
ทว่า... ใต้โต๊ะไม้ตัวยาวนั้น โลกทั้งใบกลับแคบลงเหลือเพียงแค่คนสองคน
เรียวขาของธันวาขยับเข้ามาใกล้จนแทบชิด เข่าของกัปตันหนุ่มสะกิดเข้าที่ข้อเท้าของพายเบาๆ อย่างจงใจ พายสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองค้อนใส่คนข้างๆ ทันที แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มละมุนที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้เต็มเปี่ยม
"ขยับมาใกล้หน่อยสครับ ตรงนั้นลมมันหนาว" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ท่ามกลางเสียงโაมเซ็งและเสียงเพลงในร้านที่เปิดคลอเคล้า
"หนาวบ้าอะไรครับ แอร์ก็ไม่ได้เปิด... รุ่นพี่นี่มัน..." พายบ่นอุบอิบ พยายามขยับตัวหนี แต่พื้นที่บนเก้าอี้มันจำกัด แถมตัวของธันวาก็ยังจงใจขยับตามมาเบียดเสียดจนไหล่ชนกัน แนบแน่นเสียจนไอร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าฮู้ดเข้ามา
ในโลกของบาสเกตบอล ธันวาคือผู้บัญชาการสนามที่เด็ดขาดและไร้ความปรานี ทุกการเคลื่อนไหวถูกคำนวณไว้หมดแล้ว เช่นเดียวกับเกมหัวใจเกมนี้ ที่เขาไม่เคยคิดจะปล่อยให้พายหลุดมือไปไหนได้อีก
"ไหนๆ ทุกคนก็รู้กันหมดแล้ว..." ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่าจริงจังจนพายต้องชะงักตะเกียบในมือ "เรามาเคลียร์สถานะกันให้ชัดเจนดีไหมครับ"
พายหัวใจกระตุกวูบ หันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของกัปตันหนุ่มที่สันจมูกโด่งเป็นคมรับกับแนวคางได้รูป แววตาของธันวาเวลานี้ไม่มีความขี้เล่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังและประกายความอบอุ่นที่พายไม่เคยได้เห็นจากใครมาก่อน
"สะ... สถานะอะไรครับ ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย" พายแกล้งเฉไฉ มองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น
"ก็สถานะคนที่คอยดูแลหัวใจของกัปตันทีมบาสคนนี้ไงครับ" ธันวาพูดหน้าตาเฉย แต่เล่นเอาพายสำลักน้ำลายตัวเองจนต้องไอโขลกออกมาเบาๆ
"รุ่นพี่! พูดอะไรออกมาเนี่ย ไม่อายรุ่นน้องหรือไง!" พายรีบยกมือขึ้นปิดปากคนที่นั่งข้างๆ ทันที กลัวว่าเสียงทุ้มๆ นั้นจะดังเกินไปจนคนอื่นได้ยิน แต่ปลายนิ้วเรียวที่สัมผัสกับริมฝีปากหยักลึกของอีกฝ่าย กลับถูกธันวาฉวยโอกาสคว้าเอาไว้ด้วยมือใหญ่ที่อุ่นจัด
ปลายนิ้วหัวแม่มือของธันวาลูบไล้เบาๆ บนหลังมือของพายอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับภาพลักษณ์ดุดันในสนามอย่างสิ้นเชิง ทำเอาพายรู้สึกเหมือนสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจเต้นรัวเร็วจนดังแข่งกับเสียงเพลงในร้าน
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียง เสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมทีม เสียงแก้วกระทบกัน หรือเสียงเพลงร็อกจังหวะสนุกสนาน คล้ายจะเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงอุณหภูมิความร้อนจากฝ่ามือที่กุมกันไว้ และสายตาสองคู่ที่ประสานกันอย่างมีความหมาย
"ถ้าไม่อาย... งั้นผมประกาศให้ดังกว่านี้ดีไหมครับ ว่านักกายภาพบำบัดคนนี้เป็น..."
"หยุดเลยนะครับ!" พายรีบตัดบทหน้าตื่น รีบดึงมือตัวเองกลับมาซ่อนไว้ใต้โต๊ะ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาถ่านมาปิ้งใกล้ๆ "ใครอนุญาตให้พูดเรื่องนี้กลางวงเหล้ากันเล่า!"
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและทรงเสน่ห์จนพายอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด รอยยิ้มของกัปตันหนุ่มในตอนนี้ทำลายเกราะป้องกันทุกอย่างที่พายสร้างขึ้นมาจนพังทลายไม่เป็นท่า
"งั้นเราไปคุยกันที่อื่นครับ... ที่ที่มีแค่เราสองคน" ธันวาเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แววตากลับจริงจังและดึงดูดใจจนยากจะปฏิเสธ
พายอ้าปากจะปฏิเสธ แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงสักแอะ ประตูร้านอิซากายะบานเลื่อนไม้ก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงค่อนข้างแรง จนเสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกรุ๊งกริ๊งลั่น
ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางร้าน แสงไฟนีออนสลัวๆ สาดกระทบใบหน้าคมคายและเรือนผมสีสว่างที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
ธันวาหรี่ตามองผู้มาใหม่ทันที รอยยิ้มพึงพอใจเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้าอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น
วิน—กัปตันทีมบาสจากมหาวิทยาลัยคู่ปรับตัวฉกาจ ยืนกอดอกพิงกรอบประตู กวาดสายตามองมาที่โต๊ะของพวกเขา ก่อนจะส่งยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในร้านดิ่งวูบลงในพริบตา
"ขอโทษทีที่มารบกวนเวลาสวีทนะครับ... พอดีผมมีเรื่อง 'สำคัญมาก' ที่ต้องมาสะสางกับคุณพายซะหน่อย"
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะครับ
รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก•ตอนที่ 17
งานเลี้ยงฉลองทีม
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!