เสียงปรบมือและเสียงแซวจากเหตุการณ์ชุลมุนหน้าโรงยิมเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แต่ทว่าในเวลานี้ บรรยากาศรอบตัวกลับถูกกลืนหายไปกับความเงียบงันของโถงทางเดินชั้นสอง ตึกคณะกายภาพบำบัดที่เริ่มร้างผู้คน
เม็ดฝนปรอยเม็ดลงมากระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก ส่งเสียงซ่าเบาๆ คล้ายฉากหลังของภาพยนตร์ดราม่าชั้นดี ทว่าสำหรับธันวาและพายแล้ว มันคือเสียงนับถอยหลังของหัวใจที่กำลังเต้นผิดจังหวะ
พายยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงไปยังร่างสูงของกัปตันทีมบาสเกตบอลที่ยังคงยืนขวางทางเดินอยู่ ใบหน้าคมคายของธันวาเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก แต่ถ้าสังเกตให้ดี ปลายนิ้วมือหนาที่กำสายสะพายเป้กีฬาอยู่ข้างลำตัวนั้นกำลังเกร็งแน่นจนข้อต่องอขาว
"ผมคิดว่าเราเคลียร์กันรู้เรื่องตั้งแต่ในสนามแล้วนะครับ ธันวา" พายเปิดฉากทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความระแวงระวังอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าไม่มีเรื่องกายภาพบำบัดหรืออาการบาดเจ็บที่หัวเข่าของคุณ ผมก็ไม่เห็นว่าเราจะมีธุระอะไรต้องคุยกันอีกในยามวิกาลแบบนี้"
"ธุระเรื่องหัวใจ... จำเป็นต้องใช้ใบนัดแพทย์ด้วยหรือครับ?"
ธันวาก้าวเข้าไปประชิดอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนพายต้องเงยหน้าขึ้นสบตา กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นอายความดุดันที่เป็นเอกลักษณ์ของนักกีฬาบาสเกตบอลลอยเข้ามาแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนอึดอัด แต่มันกลับทำให้สมาธิที่พายพยายามรวบรวมมาตลอดทั้งวันพังทลายลงในพริบตา
"คุณธันวา เลิกเล่นมุกแบบนี้สักทีเถอะครับ มันไม่ตลกเลย" พายเบี่ยงสายตาหนีไปมองหยดฝนที่เกาะอยู่บนกระจกหน้าต่าง "โดยเฉพาะหลังจากที่คุณปล่อยให้วินเขาเดินเข้ามาพูดจาชวนเข้าใจผิดแบบนั้น... คุณสนุกมากหรือไงที่เห็นคนอื่นเป็นตัวตลกในเกมของคุณ?"
คำพูดนั้นทำให้ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกราบกรานมองใบหน้าด้านข้างที่รั้นเสียจนน่าหมั่นไส้ของคนตรงหน้า เขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันยุ่งเหยิงแค่ไหน ตั้งแต่วันแรกที่พายเข้ามารับหน้าที่ดูแลกายภาพให้เขาจนถึงวันที่หัวใจของกัปตันทีมสายซึนคนนี้เริ่มตกหลุมพรางของนักศึกษากายภาพปากเก่งเข้าอย่างจัง
แต่ปัญหาคือ ธันวาเป็นคนพูดไม่เก่ง ยิ่งกับเรื่องความรู้สึก ยิ่งเหมือนมีก้อนหินมาจุกอยู่ที่คอทุกครั้งที่อยากจะเอ่ยคำว่า 'ชอบ' ออกไป
"ผมไม่ได้สนุกเลยสักนิด..." ธันวาพูดเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่ของอีกฝ่ายเมื่อเขาก้มลงกระซิบใกล้ขึ้นอีกนิด "คุณคิดว่าผมมีความสุขเหรอครับที่ต้องยืนมองผู้ชายคนอื่นเข้ามาใกล้คุณ? คุณคิดว่าผมสนุกเหรอที่ต้องเก็บอาการหึงจนแทบคลั่งเวลาเห็นคุณไปยิ้มให้คนอื่นในสนามแข่งขัน?"
พายหันขวับกลับมาสบตา หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนฟอร์มจัด "คุณ..."
"ใช่ครับ ผมหึง" ธันวาไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความจริงจังชนิดที่ไม่มีคราบกัปตันทีมผู้เย็นชาหลงเหลืออยู่เลย "ผมหึงจนแทบจะซัดหน้าไอ้วินมันคาคอร์ทอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าคุณจะโกรธและเกลียดผมไปมากกว่านี้..."
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันอัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง พายอ้าปากค้างเล็กน้อย สมองประมวลผลคำสารภาพกึ่งบังคับนั้นไม่ทัน ธันวาน่ะหรือจะกล้าพูดจาตรงไปตรงมาขนาดนี้? ผู้ชายที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อมบาสและทำหน้าดุใส่ทุกคนบนโลกใบนี้เนี่ยนะ
"คุณ... พูดบ้าอะไรออกมาเนี่ย" พายเสมองทางอื่น พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอาย แต่ปลายนิ้วที่บิดเข้าหากันแน่นนั้นฟ้องชัดว่าเจ้าตัวตื่นเต้นแค่ไหน
"ผมไม่ได้บ้าครับพาย" ธันวายื่นมือออกไปคว้าข้อมือเรียวเบาๆ ไม่ได้บีบบังคับ แต่เป็นการรั้งไว้ให้อีกฝ่ายหันมาเผชิญหน้ากันตรงๆ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมพยายามบอกตัวเองว่าเราเป็นแค่คนไข้กับนักกายภาพ ผมพยายามบอกตัวเองว่าอย่าดึงคุณเข้ามาแปดเปื้อนกับโลกบาสเกตบอลบ้าๆ ของผม แต่สุดท้าย..."
เขากลืนก้อนความรู้สึกทั้งหมดลงคอ ดวงตาคมกริบสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ไหวระริก
"สุดท้าย หัวใจของผมมันก็รั้นยิ่งกว่าตัวผมเสียอีก... ผมชอบคุณครับพาย ชอบมานานแล้วด้วย"
เสียงสายฝนด้านนอกราวกับเงียบหายไปในวินาทีนั้น เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามดังแข่งกัน พายรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจจนสัมผัสได้ทำให้กำแพงที่เจ้าตัวสร้างขึ้นมาตลอดสองปีพังทลายลงในพริบตา
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นรอยยิ้ม พายพยายามทำตัวให้แข็งกระด้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัวเอง
"เพิ่งมาบอกตอนนี้เนี่ยนะ..." พายแกล้งทำเสียงห้วนเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "รู้ไหมว่าคุณสอบตกวิชาจีบคนอื่นมาโดยสิ้นเชิง ธันวา"
ธันวาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกที่พายได้เห็นรอยยิ้มจริงใจและผ่อนคลายที่สุดบนใบหน้าของกัปตันทีมบาสคนนี้ มันเป็นรอยยิ้มที่ทรงพลังเสียจนทำเอาคนมองแทบละลาย
"ถ้าสอบตก งั้นผมขอแก้ตัวใหม่..." ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างคนทั้งสอง "ขอโอกาสให้ผมได้ดูแลคุณ ทั้งในฐานะคนไข้... และในฐานะแฟน ได้ไหมครับ?"
พายสูดหายใจเข้าลึก
เตรียมจะอ้าปากเอ่ยคำตอบที่ซ่อนอยู่ในใจออกไป
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูกระจกหนาของห้องพักอาจารย์ปลายทางเดินดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวออกมาพร้อมกับร่มในมือ
"อ้าว ธันวา พาย ยังไม่กลับกันอีกเหรอ นึกว่ากลับไปหมดแล้วซะอีก"
เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยทักขึ้น ทำให้ทั้งสองคนที่กำลังยืนประจันหน้ากันด้วยบรรยากาศสีชมพูสะดุ้งสุดตัว ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดทันทีที่เห็นหน้าผู้มาใหม่ ส่วนพายเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อตระหนักว่าบุคคลที่สามที่โผล่มาในจังหวะนรกนี้คือใคร
...อาจารย์หมอภาคย์ พี่ชายแท้ๆ ของพายเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปพร้อมกับธันวานะครับ
รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก•ตอนที่ 18
คำสารภาพท่ามกลางสายฝน
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!