เสียงตึงตังของลูกบาสเกตบอลที่กระทบกับพื้นยางสังเคราะห์ในสนามร่ม ดังสะท้อนก้องกังวานขับเน้นความเงียบงันยามค่ำคืนให้ยิ่งอ้างว้าง แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงมาอาบไล้เรือนร่างสูงใหญ่ของธันวา เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มแผ่นอกและกรอบหน้าคมคาย กัปตันทีมบาสเกตบอลปีสามกำลังระบายอารมณ์ลงไปกับการชู้ตลูกสามแต้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่ลูกหนังสีส้มพุ่งแหวกอากาศแล้วเสียบลงห่วงตาข่ายอย่างไร้ที่ติ มันคือการประกาศกร้าวว่าเขายังคงแข็งแกร่ง... หรืออย่างน้อย เขาก็พยายามหลอกตัวเองให้เชื่อเช่นนั้น
“ถ้ายังฝืนยิงด้วยองศาเดิมอีกสามลูก เอ็นหัวเข่าข้างซ้ายของคุณได้กลายเป็นหมันถาวรสมใจแน่ครับ กัปตันธันวา”
เสียงใสติดจะห้วนเล็กน้อยดังขึ้นจากบริเวณอัฒจันทร์ฝั่ง,พายยืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสจ้องมองตรงมาด้วยแววตาตำหนิปนห่วงใย มือเรียวข้างหนึ่งถือกระเป๋าอุปกรณ์กายภาพบำบัด ส่วนอีกข้างถือขวดเกลือแร่เย็นเฉียบ
ธันวาหยุดชะงักมือที่กำลังจะคว้าลูกบาสลูกต่อไป เขาหอบหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมามองคนตัวเล็กที่ถือวิสาสะบุกเข้ามาในเขตหวงห้ามหลังเวลาซ้อม มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เคลือบความเหนื่อยล้าไว้จนมิด
“ดึกขนาดนี้ ทำไมยังไม่กลับหอพักครับคุณนักศึกษากายภาพ พรุ่งนี้คุณมีสอบไม่ใช่เหรอ” ธันวาถามเสียงทุ้มต่ำ หยิบผ้าขนหนูพาดบ่าแล้วเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นกายปะปนกับกลิ่นสนีกเกอร์และเหงื่อจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก
“เพราะรู้ว่ามีคนดื้อรั้น กำลังใช้ความพยายามอย่างไร้เหตุผลทำลายอนาคตตัวเองอยู่ไงครับ ผมถึงต้องถ่อสังขารมาดู” พายเดินลงจากอัฒจันทร์ ตรงดิ่งเข้ามาประชิดตัว มือเล็กยื่นขวดเกลือแร่ให้อย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะเอื้อมไปแตะที่ข้อต่อหัวเข่าของร่างสูงเบาๆ เพื่อตรวจเช็กอุณหภูมิ “บวมขึ้นอีกแล้วนะ คุณคิดจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับไปจนถึงวันคัดตัวนักกีฬาทีมชาติรอบสุดท้ายเลยหรือไง”
ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายชัดถึงความกังวลใจ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาสองคนชั่วครู่ ก่อนที่ชายหนุ่มจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ยอมแพ้ให้กับความใส่ใจที่ดุดันเกินพิกัดของคนตรงหน้า
“ผมแค่วิตก... พาย” ธันวาเอ่ยเสียงแผ่ว เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงทรงอำนาจของกัปตันทีมมีความสั่นไหวเจืออยู่ “ถ้าผมไม่ได้ลงแข่งแมตช์สุดท้าย ถ้าผมต้องเป็นแค่คนนั่งดูอยู่ข้างสนาม... ความฝันที่ผมวิ่งไล่ตามมาตลอดสามปี มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”
พายชะงักมือที่กำลังเปิดฝาขวดเกลือแร่ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวโตที่มักจะแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าเสมอ นักกีฬาดื้อรั้นคนนี้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แต่วันนี้... กำแพงที่เขาสร้างไว้มันพังทลายลงต่อหน้าเธอ
“แล้วอนาคตหลังเรียนจบล่ะครับ?” พายถามเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความจริงจังที่เฉียบคม “ที่คุณทุ่มเทฝึกซ้อมจนเข่าพังแบบนี้ เพื่อจะไปยืนบนลีกอาชีพให้ได้ใช่ไหม? แล้วถ้าคุณเดินต่อไม่ไหวในวันที่อายุเพิ่งจะยี่สิบเอ็ดปีล่ะ คุณวางแผนสำรองให้ชีวิตตัวเองไว้บ้างหรือยัง หรือคิดแค่ว่าจะใช้ชีวิตอยู่กับความทรงจำในสนามบาสไปจนวันตาย”
คำถามนั้นราวกับลูกบาสที่อัดกระแทกเข้ากลางหน้าอก ธันวานิ่งงัน อนาคตหลังเรียนจบเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขากล้าคิดถึง เพราะทุกวันนี้เขามองเห็นแค่ขอบสนามและถ้วยรางวัลตรงหน้าเท่านั้น
“ผม... ยังไม่ได้คิด” ธันวาตอบตามตรง น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความเคว้งคว้าง “สำหรับผมตอนนี้นอกจากบาสเกตบอลแล้ว มันก็ไม่มีอะไรชัดเจนอีกเลย”
พายระบายลมหายใจยาวเหยียด เธอขยับเข้าไปประชิดตัวร่างสูงมากขึ้นจนระยะห่างแทบไม่เหลือ พื้นที่ระหว่างพวกเขากลายเป็นเขตแดนอันตรายที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกพรั่งพรู มือเรียวยื่นไปแตะแก้วสากที่มีไรหนวดเคราจางๆ ของธันวาอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคงจนหัวใจของกัปตันหนุ่มกระตุกวูบ
“งั้นก็ลองฟังแผนของผมดูไหมครับ...” พายกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเธอเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่กลับทรงพลังพอที่จะสั่นคลอนหัวใจแกร่งได้ทั้งดวง “อนาคตหลังเรียนจบของคุณ... ไม่จำเป็นต้องมีแค่สนามบาสหรอกนะธันวา ถ้าคุณยอมรักษาเข่าให้หายดี เลิกทำตัวเป็นพระเอกบ้าบิ่น... ผมจะเปิดคลินิกกายภาพบำบัดของตัวเอง และผม... อนุญาตให้คุณมาเป็นหุ้นส่วนชีวิต ที่คอยดูแลผมไปตลอดชีวิตได้เหมือนกัน”
ธันวาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจในอกเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนวิ่งฟולคอร์ท ความหมายที่ซ่อนอยู่หลังประโยคบอกเล่าทีเล่นทีจริงนั้นชัดเจนเสียจนเขาแทบหยุดหายใจ เคมีที่อบอวลอยู่รอบตัวร้อนระอุขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติม
“นี่คุณ...” ธันวาเค้นเสียงพูดเกือบไม่ออก “กำลังขอผมแต่งงาน... ผ่านการวางแผนอนาคตงั้นเหรอครับ หมอพาย”
“ผมแค่เสนอทางเลือกให้คนไข้ที่ดื้อที่สุดในโลกต่างหากล่ะครับ” พายยิ้มละไม ดวงตาสดใสระยิบระยับภายใต้แสงไฟสนาม “ว่าไงล่ะ กัปตัน... จะยอมเซ็นสัญญาฉบับนี้ไหม”
ธันวาไม่ตอบคำถาม มือหนายื่นออกไปรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว ร่างของพายแนบชิดติดกับแผ่นอกกว้างที่ยังคงชุ่มเหงื่อ กลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของคนตัวเล็กปะปนกับกลิ่นกายของเขาจนแยกไม่ออก ใบหน้าคมก้มลงไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ระยะห่างที่ลดลงเหลือเพียงศูนย์ทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันอย่างชัดเจน
บรรยากาศรอบกายราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงลูกบาสที่กระดอนอยู่ข้างสนามเมื่อครู่คล้ายถูกกลืนหายไปในความเงียบ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวกัน
“ถ้าผมเซ็น... ผมขอเรียกค่าจ้างล่วงหน้าเลยได้ไหมครับ” ธันวาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อด้วยสายตาร้อนแรงที่ปิดไม่มิด
พายชะงัก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอกำลังจะอ้าปากเอ็ดคนเจ้าเล่ห์ที่ฉวยโอกาสเก่งเป็นที่หนึ่ง แต่ทว่า...
*กริ๊ก!*
เสียงประตูกระจกด้านทางเข้าสนามบาสเกตบอลถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงโปรดของ 'วิน' คู่แข่งคนสำคัญจากทีมมหาวิทยาลัยคู่อริที่ก้าวเข้ามาพร้อมถุงใส่อุปกรณ์และรอยยิ้มกวนประสาท
“อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของ 'คู่รักนักกีฬา' สินะครับเนี่ย พอดีลืมกุญแจล็อกکرไว้แถวนี้... เชิญพวกคุณสวีทกันต่อตามสบายเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจผม” วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน กอดอกพิงกรอบประตูแล้วส่งยิ้มมุมปากมาให้
ธันวาผละออกจากพายช้าๆ แต่สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่ผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนแทบอยากจะคว้าลูกบาสปาใส่หน้าไอ้คู่ปรับตัวแสบคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด ส่วนพายรีบดันตัวออกจากอ้อมกอดของกัปตันหนุ่ม ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความเขินอายปนตกใจ
รอยต่อระหว่างอนาคตที่เพิ่งจะวาดฝันร่วมกันเมื่อครู่ ถูกกระชากกลับมาสู่ความเป็นจริงอันแสนวุ่นวายในเสี้ยววินาที...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังเดือดพล่านนี้นะครับ
รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก•ตอนที่ 14
บทสนทนาหลังเลิกซ้อม
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!