เสียงหวูดหมดเวลาของกรรมการดังสนั่นก้องสนามอินดอร์สเตเดียม แต่มันไม่ได้ดังเท่าเสียงหอบหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำในอกของผม
สกอร์บนบอร์ดแสดงผลชัดเจน—ทีมของวินเฉือนชนะไปได้ด้วยแต้มห่างแค่สองแต้ม
ความพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายสำหรับนักกีฬาอาชีพอย่างผม แต่นี่คือเกมซ้อมนัดสำคัญก่อนทัวร์นาเมนต์ใหญ่ และที่สำคัญที่สุด... มันคือศักดิ์ศรีที่ผมยอมให้หลุดมือไม่ได้ต่อหน้าคนคนหนึ่ง
"หมดเวลา! ทีมชมรมบาสเกตบอลแพ้ไปสี่แต้มรวดในควอเตอร์สุดท้าย ธันวา... นายช้าไปครึ่งจังหวะตอนสลบล็อกตัววินนะ" เสียงทุ้มต่ำของโค้ชตบลงที่ไหล่ผมเบาๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปคุยกับทีมงานปล่อยให้ผมยืนค้างอยู่กลางพื้นสนามที่ชุ่มไปด้วยหยดเหงื่อ
ผมใช้มือหนาเสยผมเปียกชื้นของตัวเองขึ้นลวกๆ พยายามกดความเจ็บแปล๊บที่หัวเข่าขวา—แผลเรื้อรังที่คอยตามรังควานเวลาใช้ร่างกายเกินขีดจำกัด—เอาไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเรียบ ผมไม่อยากให้ใครมองว่าผมเป็นกัปตันที่อ่อนแอ โดยเฉพาะวินที่เดินเข้ามายักคิ้วให้อย่างผู้ชนะ
"เกมดีนี่ธันวา แต่ดูเหมือนขาขวานายจะเริ่มประท้วงแล้วนะ ระวังจะไม่ได้ลงสนามจริงล่ะ" วินกระซิบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์คู่ปรับตัวฉกาจ ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนู
ผมทำได้แค่แค่นسเสียงในลำคอ ไม่คิดจะต่อปากต่อคำด้วยเพราะสภาพร่างกายตอนนี้มันฟ้องว่าผมเกือบจะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว ทว่าในวินาทีที่ผมกำลังจะหันหลังเดินเข้าอุโมงค์ห้องแต่งตัว สายตาคมกริบของใครบางคนก็พุ่งตรงมาปักเข้ากลางอกผมเสียก่อน
พายยืนกอดอกพิงเสาเหล็กข้างสนาม สีหน้าของนักศึกษากายภาพบำบัดปี 2 คนนี้เรียบสนิทจนน่ากลัว ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ผมอ่านไม่ออก—มันไม่ใช่ความสมเพช และไม่ใช่ความผิดหวัง แต่มันคือสายตาของคนที่ "รู้ทัน" ทุกอย่าง
เธอไม่ได้พูดอะไรสักคำจนกระทั่งผมเดินเข้ามาใกล้พ้นรัศมีของผู้คน
"ฉันเคยบอกคุณไปแล้วกี่ครั้งเรื่องขีดจำกัดของร่างกาย?" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังพอกจะทำให้ผมสะดุดกึก
"เกมมันบังคับพาย นายวินมันเล่นนอกเกม..." ผมพยายามอ้าง แต่ถูกสายตาคู่นั้นตัดบททันที
"อย่ามาโทษคนอื่น ธันวา" พายก้าวเข้ามาประชิดตัวผมอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายสะอาดๆ ของแอลกอฮอล์ล้างแผลและกลิ่นกายเฉพาะตัวลอยแตะจมูก "คุณคิดว่าการฝืนวิ่งจนหัวเข่าบวมเป่งแล้วแพ้แบบเฉียดฉิว มันเท่มากนักเหรอครับ? หรือคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกการ์ตูนอมตะที่บาดเจ็บแล้วจะมีปาฏิหาริย์?"
น้ำเสียงของเธอไม่ได้ตะคอก แต่มันกลับเฉียบคมเสียยิ่งกว่ามีดโกน ทุกคำพูดแทงทะลุเกราะป้องกันที่ผมสร้างขึ้นมาตลอดสามปีในฐานะกัปตันทีม
ผมชะงัก เผลอจ้องมองริมฝีปากที่ขยับบ่นด้วยความห่วงใยแต่ปากแข็งพอกันนั้น
"ผมไม่ได้เป็นพระเอกการ์ตูนหรอกพาย..." ผมทอดเสียงต่ำลง ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ ความเหนื่อยล้าทำให้ความซึนที่เคยมีหลุดหายไปจนหมด "แต่ถ้าผมไม่สู้... ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเวลาที่ยืนอยู่ข้างสนามแล้วมองดูคนอื่นแย่งชัยชนะไปจากมือ"
พายชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหววูบชั่วพริบตา ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความระอาปนเอ็นดู
"คนดื้อรั้น..." พายพึมพำเบาๆ มือเรียวบางเอื้อมมาคว้าข้อมือผมไว้แน่น "นั่งลงตรงนี้เดี๋ยวนี้เลยกัปตันจอมปลอม ก่อนที่ขาขวาของคุณจะใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต"
เธอไม่ได้รอให้ผมปฏิเสธ ออกแรงดึงเบาๆ ให้ผมนั่งลงบนม้าตัวยาวข้างสนาม พายทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นสนามเย็นเฉียบ ฝ่ามืออุ่นจัดของเธอบรรจงวางลงบนหัวเข่าขวาที่บวมเป่งของผมอย่างแผ่วเบา ความเจ็บปวดแล่นแปล๊บขึ้นมาจนผมเผลอสูดปากเข้าลึกๆ แต่สัมผัสที่นุ่มนวลและจริงจังของเธอกลับทำให้ความเจ็บนั้นทุเลาลงอย่างน่าประหลาด
"เจ็บขนาดนี้ยังจะทำเป็นเก่ง" พายบ่นอุบอิบขณะที่นิ้วเรียวนวดคลึงกล้ามเนื้อรอบหัวเข่าอย่างถูกวิธี "จำไว้นะธันวา... การพ่ายแพ้ในวันนี้ไม่ได้แปลว่าคุณไร้ค่า แต่มันแปลว่าคุณยังต้องเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองให้มากกว่านี้ ถ้าคุณพังคาสนาม แล้วใครจะพาผมไปกินชาบูฉลองชัยชนะนัดหน้าล่ะหึ?"
ผมก้มมองรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของคนตัวเล็กกว่า หัวใจที่เพิ่งหล่นวูบไปจากความพ่ายแพ้กลับพองโตขึ้นมาจนคับอก ความพยายามตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาที่ไม่มีใครมองเห็น ถูกชำระล้างจนสะอาดหมดจดด้วยมือคู่นี้
ผมยื่นมือออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปร็อกหน้าผากมนของเธอแผ่วเบา พายสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้หลบหนี ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางบรรยากาศรอบสนามที่เริ่มเงียบสงบลง
"พูดแบบนี้... หมายความว่าคุณยอมรับผมเป็นแฟนแล้วหรือไงครับคุณหมอฝึกหัด" ผมแกล้งกระเซ้าด้วยรอยยิ้มมุมปาก เพื่อกลบเกลื่อนความเขิน
"ใครเขาพูดกันเล่า! หลงตัวเองชะมัด!" พายหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที รีบตีเพียะเข้าที่ต้นแขนผมเบาๆ แก้เก้อ "ฉันแค่ทำหน้าที่นักกายภาพบำบัดที่รับผิดชอบเคสคุณต่างหากเล่า!"
ผมหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ความพ่ายแพ้เมื่อครู่ถูกลบเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่ในอก ทว่าในจังหวะที่ผมกำลังจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อกระซิบอะไรบางอย่างให้คนปากแข็งแถวนี้เขินเล่นนั้นเอง...
เสียงตบมือดังขึ้นรัวๆ จากทางประตูทางเข้าสนาม พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น
"ว้าว... ภาพบาดตาบาดใจอะไรเนี่ย นึกว่าซ้อมบาสอยู่ กลายเป็นละครรักโรแมนติกไปซะแล้ว"
เสียงทุ้มกวนประสาทของวินดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปากที่ทำให้บรรยากาศหวานชื่นเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตาเดียว วินก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากพวกเราไม่กี่ก้าว สายตาคมกปรายมองมือของพายที่ยังคงวางอยู่บนเข่าผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"นายยังมีธุระอะไรอีกวิน?" ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงบังพายไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ แม้หัวเข่าจะยังแปล๊บๆ อยู่ก็ตาม
วินยักไหล่ ยิ้มกริ่มแล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาโบกไปมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึก
"เปล่าหรอก... แค่บังเอิญเจอเอกสารลับใบนี้ตกอยู่แถวห้องพักโค้ช เห็นชื่อหัวข้อเขียนว่า *'รายชื่อนักกีฬาตัวจริงที่ต้องถูกตัดสิทธิ์เนื่องจากอาการบาดเจ็บเรื้อรัง'*... แล้วบังเอิญมีชื่อของนายตัวเบ้อเริ่มเลยว่ะ ธันวา"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังเดือดพล่านนี้นะครับ
รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก•ตอนที่ 13
พ่ายแพ้แต่ไม่ถอดใจ
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!