รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก•ตอนที่ 10

จังหวะหัวใจที่ไม่ได้นัดหมาย

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
เสียงหัวใจของคนเราเมื่อเต้นเกินหนึ่งร้อยยี่สิบครั้งต่อนาที มันไม่ได้ดังตุบตับเป็นจังหวะวอลาลซ์สวยงามหรอกครับ แต่มันดังก้องกระแทกโสตประสาทราวกับมีกลองชุดมาตั้งตีอยู่ข้างใบหู ในห้องกายภาพบำบัดที่ปิดไฟเงียบสนิท มีเพียงแสงไฟนีออนสีนวลจากโต๊ะทำงานสาดกระทบลงบนแผ่นหลังกว้างของกัปตันทีมบาสเกตบอล ธันวากำลังกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผมและไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าคมคาย อาการเจ็บเรื้อรังที่ข้อเท้าขวาไม่ได้ลดทอนความดื้อรั้นในตัวเขาลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้ความหยิ่งทะนงของเจ้าตัวพุ่งสูงจนน่าตีให้ก้นลาย "ถ้าคุณยังฝืนลงน้ำหนักแบบนั้นอีกครั้งเดียว ผมจะเอาแฟ้มประวัติการรักษาของคุณไปฟ้องโค้ชให้ตัดชื่อออกจากตัวจริงตลอดฤดูกาลนี้แน่ ธันวา" เสียงหวานใสแต่เฉียบขาดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ พายยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยชุดกาวน์สีขาวที่ดูยับย่อยเล็กน้อยจากการทำงานล่วงเวลาติดต่อกันเป็นชั่วโมง ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองคนดื้อตาเขียวปั๊ด เธอไม่ได้ขู่เล่นๆ และธันวาก็รู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้เอาจริง "ก็ลองดูสิครับคุณนักกายภาพบำบัด ถ้าผมไม่ได้ลงสนามในแมตช์เจอทีมมหาวิทยาลัยเซนต์ลูอิส ทีมเราก็มีสิทธิ์แพ้รวด และคุณก็รู้ว่าผมเกลียดความพ่ายแพ้มากกว่าอะไรทั้งหมด" ธันวาหันกลับมาเผชิญหน้า เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยจากความเจ็บปวดที่เจ้าตัวพยายามกลั้นเอาไว้ พายถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้ รัศมีคุกคามของคนตัวเล็กกว่าไม่ได้ทำให้กัปตันทีมร่างยักษ์ถอยหลังเลยสักนิด มีแต่จะขยับเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นอายความเป็นผู้ชายปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และความร้อนผ่าวจากร่างกายที่ผ่านการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงลอยเข้าแตะจมูก พายย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นห้อง เพื่อตรวจเช็กข้อเท้าที่บวมเป่งของคนอวดเก่ง นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสัมผัสเบาๆ ลงบนจุดที่อักเสบ ธันวาสดุ้งเฮือกโดยอัตโนมัติ ร่างกายเกร็งเกร็งขึ้นมาทันทีไม่ใช่เพราะความเจ็บจากบาดแผล แต่เป็นเพราะสัมผัสวาบหวามที่ส่งตรงมาจากปลายนิ้วคู่นั้นต่างหาก "เจ็บแล้วทำไมไม่ยอมบอกดีๆ ล่ะครับ ต้องให้ผมต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างอยู่เรื่อยเลยรึไง" พายบ่นอุบอิบขณะเปิดกระเป๋าอุปกรณ์เพื่อหยิบสเปรย์บรรเทาปวด เสียงบ่นนั้นไม่ได้จริงจังนัก เจือไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนไว้ไม่มิด ธันวาม1องเสี้ยวหน้าของคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ แสงไฟสลัวขับให้ใบหน้าของพายดูนวลเนียนและน่ามองเป็นพิเศษ สายตาคมกริบที่มักใช้ข่มขู่คู่แข่งในสนามบาส ตอนนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างประหลาด หัวใจที่เคยเต้นรัวจากการเล่นกีฬา เปลี่ยนจังหวะมาเต้นระรัวด้วยเหตุผลอื่น... เหตุผลที่ชื่อว่า 'พาย' "เป็นห่วงผมเหรอครับ" ธันวาเอ่ยถามเสียงพร่า แววตากรุ้มกริ่มถูกส่งออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ พายชะงักมือที่กำลังถือขวดสเปรย์ เธองยหน้าขึ้นทันทีจนปลายจมูกเกือบชนเข้ากับคางของธันวา ระยะประชิดนี้ทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด... มันคือความตึงเครียดอันเย้ายวนที่สร้างเคมีใหม่ๆ ขึ้นมาในทุกวินาที "ใครเขาห่วงคุณกัน อย่าหลงตัวเองน่าธันวา คุณก็แค่... เคสคนไข้ที่ดื้อที่สุดในรอบปีของผมต่างหาก" พายแก้ตัวเสียงแข็ง แต่ใบหน้าเนียนกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ปฏิเสธไม่ไกลจากความจริงในใจเลยสักนิด ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าและทรงเสน่ห์จนพายต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อตั้งสติ มือหนาที่วางอยู่ข้างตัวค่อยๆ ขยับขึ้น เอื้อมไปแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของพายอย่างถือวิสาสะ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มเนียนอย่างลืมตัว พายตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปลายลิ้นแตะริมฝีปากตัวเองโดยไม่รู้ตัวเมื่อความใกล้ชิดนี้มันเกินเลยขอบเขตคำว่า 'หมอกับคนไข้' ไปไกลลิบโลกแล้ว "ปากแข็งจังนะครับ... ทั้งที่หน้าแดงขนาดนี้แท้ๆ" ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนฟังขาอ่อนแรง "ถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้มองคุณเป็นแค่เคสคนไข้ล่ะ... คุณจะว่ายังไง?" คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจของพายอย่างจัง สมองที่เคยมีทฤษฎีทางกายภาพบำบัดนับร้อยอยู่ในหัว ตอนนี้กลับขาวโพลนว่างเปล่า เธออ้าปากจะเถียงกลับตามสัญชาตญาณ แต่ทว่า... *กริ๊ก! เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นอย่างกะทันหัน* "พาย อยู่รึเปล่า... โค้ชฝากให้เอาเอกสาร... เอえ!" เสียงทุ้มคุ้นหูของ 'วิน' คู่แข่งตัวฉกาจจากทีมมหาวิทยาลัยคู่ปรับดังแทรกเข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องมืดสนิท ก่อนที่เขาจะชะงักกึกเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ภาพที่กัปตันทีมคู่อริกำลังโน้มตัวคร่อมเข้าหาหญิงสาวคนเดียวกับที่เขาแอบขายขนมจีบอยู่ ธันวาชะักมือกลับทันที ดวงตาคมกริบหันไปสบตากับวินที่ยืนหน้าตึงเปรี๊ยะอยู่หน้าประตู บรรยากาศหวานซึ้งเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ปะทะกันเปรี๊ยะๆ กลางอากาศ พายหน้าถอดสี รีบผุดลุกขึ้นยืนจนเซถอยหลังเกือบชนโต๊ะ ธันวามือไวคว้าจับข้อแขนเธอไว้ให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ สายตาของวินที่มองมานั้นเดือดดาลยิ่งกว่าตอนแย่งลูกบาสใต้แป้นเสียอีก ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังเดือดพล่านนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักยัดห่วงควงจังหวะหัวใจให้ลงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%